'นักวิชาการมาตรา1'ลั่น!ยิ่งล่ายิ่งเป็นแรงบันดาลใจ จะวิจารณ์เคอร์ฟิวบ้าบอให้ซีเรียสมากขึ้นไปอีก


เพิ่มเพื่อน    

10 พ.ค.63- หลัง ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก วิจารณ์ว่าเคอร์ฟิวบ้าบอนี่มันไมได้ช่วยป้องกันโควิด 19 แต่เป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่เหนือหัวประชาชนก็เท่านั้นเอง จนมีการวิพาษ์วิจารณ์ในวงกว้าง 

ต่อมาผศ.ดร.ชลิตา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง ระบุว่า  การวิพากษ์วิจารณ์ มาตรการของ #ศบค. โดยเฉพาะการ #เคอร์ฟิว และการผ่อนปรน (แบบเข้มงวด?) นั้นมันเป็นสิ่งต้องห้ามใช่ไหม? ใครแตะแม้แต่นิดเดียวก็จะมีกระบวนการติดตามส่องเพจ หน่วยงานมั่นคง/หน่วยงานการข่าวต้องบันทึกข้อมูลรายงาน "นาย" (ทั้งหมดนี้ทำโดยใช้ภาษีประชาชน ดูภาพสุดท้ายคือตัวอย่างรายงาน) และให้มีการเสียบ ล่าแม่มด ให้หลาบจำ ...แต่ขอโทษเถอนะ ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราวิพากษ์วิจารณ์มาตรการจัดการโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตคนจนให้มากยิ่งขึ้นไปอีก และจะวิจารณ์ให้ซีเรียสมากขึ้นไปกว่านี้อีก.

สำหรับ ผศ.ดร.ชลิตา ตกเป็นข่าวโด่งดัง จากการร่วมเวทีเสวนากับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเธอกล่าวช่วงหนึ่ง ว่า "... เช่น ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ดิฉันหวังว่าในกระบวนการแก้ รธน.เราจะมีพื้นที่จะสามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้ เราจะต้องทำให้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราจะถกเถียงกันในมาตราต่างๆ ใน รธน.ที่เราจะแก้ไข (ปัญหาชายแดนใต้) ได้โดยตรง ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ 1 ด้วยก็ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ขอบคุณค่ะ"  คำกล่าวของเธอ มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมทั้งนำไปสู่การฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว.
 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"