เดือดอีก! 'ดร.สุวินัย' ตอก 'คำผกา' หน้าหงายใช้เสรีภาพระรานคนเห็นต่าง-ป้ายสี 'พระไพศาล'


เพิ่มเพื่อน    

10 พ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก "สถาบันทิศทางไทย-Thai Move Institute" เผยแพร่บทความเรียบเรียงโดย ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีพระไพศาลสอนธรรมะให้แง่คิดจากวิกฤติโควิด-19 ในหัวข้อ "โควิดคือ ของขวัญ" แต่มีกลุ่มการเมืองนำไปวิพากษ์วิจารณ์จนละเลยเจตนาของการเทศน์ ทั้งพระมหาไพรวัลย์ และ ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา นักเขียนและพิธีกรปากกล้าประจำช่องวอยซ์ทีวีของตระกูลชินวัตร 

ดร.สุวินัย กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าคำผกาไม่รู้บริบทคำพูดของพระไพศาลหรอก เพราะมันไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะรู้ แต่แค่อยากหาเรื่องด่า แล้วก็เอาไปขยายความให้คนอื่นมาด่าต่อ เมื่อปี 2553 ก็ใส่ร้ายพระไพศาลอย่างเลวร้ายและหยาบคาย แล้วสาวกและสื่อในเครือก็เอาไปปั่นกันสนุกสนาน มันไม่ใช่ว่าห้ามวิจารณ์พระ หรือพระไพศาลต้องถูกทุกเรื่อง โต้แย้งไม่ได้ คนดีห้ามวิจารณ์ แต่สิ่งที่คำผกาทำกับพระไพศาลตั้งแต่ปี 53 มันไม่ใช่การวิจารณ์ ไม่ใช่กระทั่งการด่าทอ แต่คือการจงใจใส่ร้ายแบบเติมแต่งขึ้นมาเอง ตีขลุมเอาเอง มโนขึ้นมาเอง ให้เป็นไปตามธงที่ตัวเองตั้งไว้

แถมยังเอามาพูดอย่างภาคภูมิใจว่าปี 53 ก็ด่าพระไพศาลมาแล้ว ราวกับว่าแค่ด่าก็ชนะแล้ว ฉันแน่มาก โดยไม่ต้องสนใจว่าสิ่งที่ตัวเองด่า (ป้ายสี) คนอื่นจะเป็นความจริงหรือเปล่า เป็นธรรมกับเขาไหม พยายามให้พระไพศาลเป็นคนจิตใจอำมหิต เลือดเย็น ไม่เห็นใจความทุกข์ยากของคน เป็นพระสลิ่ม

พระไพศาลเป็นพระที่พูดเรื่องความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างมากที่สุดในประเทศนี้แล้ว แถมขับเคลื่อนภาคสังคมอีกไม่รู้กี่เรื่องในช่วงที่ผ่านมา แต่ “ปัญญาชน” กลุ่มนี้ก็ยังหาเรื่องด่า (ใส่ร้าย) ไม่เว้นแต่ละวัน

แล้วสาวกก็เฮโลเชื่อตามและสื่อในเครือก็เอาไปขยายความต่อ (ตามสูตร) ที่เหลือเชื่ออีกเรื่องคือเอาไปปั่นหูกันว่า พระไพศาลบอกว่าคนเสื้อแดงต้องรับกรรมที่โดนปราบปี 53 เพราะว่าคนเสื้อแดงไปสนับสนุนทักษิณให้ฆ่าตัดตอน ... คือป้ายสีได้ชั่วร้ายจริงๆ

จริงๆ วิธีคิดของคนกลุ่มนี้ไม่มีอะไรมาก คือหมั่นไส้ชนชั้นกลาง (แม้ว่าตัวเองก็เป็นชนชั้นกลาง และใช้ชีวิตเหมือนชนชั้นกลางทั่วไป) ถ้าชนชั้นกลางชอบหรือให้ค่ากับอะไร (หรือเกลียดอะไร) ฉันจะต้องอยู่ฝั่งตรงข้าม ต้องหาเรื่องมาด่า ต้องหาแง่มุมมาเหยียด โดยไม่ต้องแยกแยะอะไร ด่าแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองสูงส่ง ลึกซึ้ง มีจิตสำนึกสูงกว่ามนุษย์ทั่วไป

ที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้บอกว่าฝ่ายอนุรักษ์ หรือสลิ่ม หรือชนชั้นกลาง ชอบล่าแม่มด ชอบสร้างภาพปีศาจให้คนอื่น แต่ความจริงคือฝั่งที่บอกว่าตัวเองเห็นคนเท่ากัน ก็ชอบล่าแม่มดและสร้างปีศาจชั่วร้ายไม่ต่างกันเลย และก็ทำมาตลอด ฝ่ายหนึ่งอวดอ้างความดีไปทำร้ายคนอื่น อีกฝ่ายก็อวดอ้างสิทธิ/เสรีภาพ/ประชาธิปไตย/คนเท่ากันไปทำร้ายคนอื่น ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย ชั่วพอกัน

แค่ความเป็นธรรมให้คนอื่นยังไม่มี แล้วจะไปเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม ตลก

แค่คนอื่นแสดงออกไม่เหมือนกับที่ตัวเองอยากให้แสดงออก คิดไม่ตรงกับที่ตัวเองคิด (บางทีคิดเหมือนกันด้วยซ้ำ แค่แสดงออกไม่เหมือนเท่านั้น) ก็เที่ยวบดขยี้ ระราน รังแก ป้ายสี เหยียดเขาไปทั่ว

แค่เขาไม่ด่าอย่างที่ตัวเองอยากให้ด่า ก็ไปด่าเขา แค่เขาไม่เกลียดอย่างที่ตัวเองเกลียด ก็ไปประณามเขา แล้วก็เรียกตัวเองว่าเสรีชน เห็นคนเท่ากัน ไม่อยู่ในกะลา ตลก

จากมิตรสหายท่านหนึ่ง...เท่าที่ติดตามฟังเทศน์พระอาจารย์ไพศาลมาหลายปี ท่านมีธีมหลัก ๆ อยู่ไม่กี่เรื่อง เรื่องแรกคือ "หาข้อดีในเรื่องร้าย" นั่นคือการปลูกทัศนคติ ให้มองเป็น ให้เห็นธรรม บนฐานความจริง โดยไม่เอาทุกข์ไปโถมให้ขาดสติจนแก้ไขปัญหาไม่ได้

อีกแก่นหนึ่งคือ "ยอมรับความจริง" ท่านพูดถึงจุดนี้ก่อนที่จะให้เราก้าวไปสู่ทางไหนเพื่อดับทุกข์ คือเห็นทุกข์และยอมรับ ไม่ได้หมายถึงการเบลอใจให้ผิดเพี้ยนไปจากความจริงเลย

ธรรมะของท่านช่วยกอบกู้ใจคนมากมาย กิจกรรมที่ท่านทำก็ล้วนแต่ทำเพื่อคนทุกระดับทั้งสิ้น ตั้งแต่การเผชิญความตายอย่างสงบ การปลูกป่า การทำความเข้าใจในทุกกลุ่มชน

ธรรมะของท่าน ที่สอนถึงคำสอนของหลวงพ่อคำเขียน สุวัณฺโณ อยู่เสมอ คือ "ไม่เอาอะไร กับอะไร"

เมื่อเข้าใจธรรมะแล้วไม่สะท้านกับสิ่งที่มาสะเทือนตามที่ท่านสอน คำสอนท่านคงเข้าไปอยู่ในใจเราได้จริง แม้จะยากเต็มทีในวันนี้


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'