หึ่ง!‘สุริยะ-ธรรมนัส’ เปลี่ยนใจหนุน‘ป้อม’ อุตตมกอดเก้าอี้แน่น


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กป้อม" ปฏิเสธ ไม่ทราบเรื่อง "อุตตม" ถูกเขี่ยพ้นหัวหน้าพรรค ยันไม่มีการพูดคุยกัน  ขณะที่เจ้าตัวยันยังอยู่ที่เดิมไม่ได้ลาออก ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ลั่น "บิ๊กตู่" หนุนทำงานดูแลเศรษฐกิจต้องนำเรื่องการเมือง 

    เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า ตนเองเป็นคนโทรศัพท์ประสานให้กรรมการบริหารพรรครวมถึงนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค 
    โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นและไม่ได้มีการพูดคุยใดๆ กับกรรมการบริหารพรรค ขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้กับนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด เพราะการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีแต่ละครั้งมีเพียงเรื่องงานเท่านั้น
    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด "ไม่รู้ๆ ผมไม่รู้ไม่ชี้ ไปถามเจ้าตัวเอง ข่าวจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ มั่วไปหมด" 
    ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ยืนยันว่ายังอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ลาออกอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างสภาพเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 
    "วันนี้ข่าวก็คือข่าว ผมเรียนตามข้อเท็จจริงว่าทำงานเหมือนเดิมตามที่ได้เคยพูดก่อนหน้านี้ เรื่องของพรรคก็เป็นเรื่องของพรรค สถานการณ์ตอนนี้ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ตอนนี้เป็นอย่างที่เห็น ไม่ได้มีอะไรมาในเรื่องนั้น เรื่องพรรคก็เดินไปตามนั้น ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม"
    นายอุตตมกล่าวว่า จากกระแสข่าวความไม่มีเสถียรภาพของพรรครัฐบาล เชื่อว่าไม่กระทบกับการบริหารเศรษฐกิจ เรายังทำหน้าที่ตรงนี้เต็มที่เหมือนเดิม อย่างที่คุยกันเรื่องนี้ใหญ่ที่สุด ไม่ใช่แค่วันนี้ นายสมคิดก็เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ เป็นการมองไปข้างหน้า เตรียมการไปข้างหน้าว่าบริหารจัดการอย่างไร ไม่ใช่แค่ผลกระทบเฉพาะหน้าแต่เกี่ยวเนื่องไปข้างหน้าด้วย
    รมว.การคลังกล่าวว่า ในเรื่องการเมืองมันมีความไม่แน่นอนอยู่แล้ว ในระบบการเมืองเองเป็นเรื่องที่ว่า ถ้าเป็นรัฐบาลต้องดูแลทำงานดูแลประชาชนให้ได้ในวิกฤติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ให้สัมภาษณ์วันนี้เอางานนำทุกอย่างเพื่อให้สามารถดูแลกันได้
    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวเช่นกันว่า นายอุตตมยังคงทำหน้าที่ทั้งในพรรคและใน ครม.ต่อไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้กำลังใจและชี้แนะ ภายหลังได้เข้าพบเมื่อวันก่อน  ส่วนกรรมการบริหารพรรคท่านอื่นไม่ว่าจะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น เท่าที่ทราบก็ยังไม่ได้ลาออก สถานการณ์ภายในพรรคยังเป็นปกติดี
    โฆษกพรรคพลังประชารัฐเผยว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะมีการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคและใน ครม. เพราะทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาโควิด-19 ให้พี่น้องประชาชนก่อน แม้ว่าตัวเลขของผู้ป่วยรายใหม่จะไม่มี และรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังวางใจไม่ได้ รัฐบาลยังต้องทำงานหนักต่อไป โดยเฉพาะการเยียวยาและการฟื้นฟูประเทศหลังโควิด-19  
    เขาบอกว่าขณะนี้นายอุตตมทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะการเยียวยา 5,000 บาทให้พี่น้องประชาชน ดังนั้นตนมองว่าภายในพรรคต้องมีความเป็นเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรเป็นศูนย์กลางในพรรค และมีนายอุตตมกับนายสนธิรัตน์ขับเคลื่อนการทำงานในพรรคอย่างเป็นระบบ ไปสู่ทิศทางที่ประชาชนคาดหวัง ซึ่งที่ผ่านมาทั้งนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ต่างทุ่มเททำงานให้พรรคอย่างเต็มที่มาตลอด
    จากกรณีสถานการณ์ภายในพรรค พปชร.กลับมาป่วนอีกรอบ เมื่อความพยายามเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคจากนายอุตตมเป็น พล.อ.ประวิตร มีรายงานว่าตำแหน่งเลขาธิการพรรคของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ มีกระแสข่าวว่าจะถูกเปลี่ยนตัวเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้เคยมีชื่อของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ จะมาเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมาเป็นหัวหน้าพรรค รวมถึงนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ก็มีชื่อเป็นแคนดิเดตอีกคน ล่าสุดปรากฏชื่อของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มเข้ามาเป็นแคนดิเดต
    อย่างไรก็ตาม คนที่ถูกจับตามากเป็นพิเศษคือ นายอนุชาและนายสันติ โดยนายอนุชาที่ในระยะหลังทำงานใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตรอย่างมากในฐานะรองประธานยุทธศาสตร์พรรค และยังเป็นคนสนิทของแกนนำกลุ่มสามมิตรทั้งกับนายสุริยะและนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ขณะที่นายสันติถือเป็นอีกคนที่มีรายงานว่าจะได้รับการผลักดันด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยและความเหมาะสมหลายอย่างประกอบกัน โดยเฉพาะการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร
    ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีก็ถูกจับตามองเช่นกัน กรณีกลุ่มสามมิตรนำโดยนายสุริยะและกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เปลี่ยนใจร่วมสนับสนุน พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นการคาดกันว่าเป็นเรื่องของการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะเก้าอี้ รมว.พลังงาน เพราะขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนว่านายสุริยะและ ร.อ.ธรรมนัสได้เซ็นชื่อในใบลาออกจากกรรมการบริหารพรรคและส่งให้ พล.อ.ประวิตรแล้วจริงหรือไม่ ซึ่งเก้าอี้ตัวนี้มี 3 กลุ่มต้องการเพื่อหวังผลถึงการเปลี่ยนแปลงในพรรค ได้แก่  นายสุริยะ, ร.อ.ธรรมนัส ที่ผนึกกำลังกับนายสนธิรัตน์ไม่ปล่อยเก้าอี้นี้ และนายณัฏฐพลที่ได้รับการหนุนจากทุนใหญ่กลุ่มพลังงาน ซึ่งหากนายสุริยะไม่ได้อาจเปลี่ยนใจไม่หนุน พล.อ.ประวิตร
    ทั้งนี้ ท้ายที่สุดแล้วการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับนายกฯ ตัดสินใจ หากให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค นายอุตตมเองก็ต้องยอมลาออกรวมไปถึงตำแหน่ง รมว.การคลัง หากถึงตรงนั้นมีการมองกันในส่วนของนายสมคิดที่ถือเป็นหัวหน้าทีม อาจใช้จังหวะนั้นขอพักแบบจากกันด้วยดี ที่อาจรวมไปถึงนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้วย. 


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'