อายุ 85 ปีอยากกลับบ้าน 'วัฒนา' ร่อนหนังสือขอรื้อคดีใหม่ วอน 'บิ๊กตู่' เปิดโอกาสให้คนแก่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง


เพิ่มเพื่อน    

16 พ.ค.63 - นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศในคดีทุจริตคลองด่าน ได้ส่งหนังสือถึงสื่อมวลชน โดยหนังสือเล่มดังกล่าวใช้ชื่อว่า "เปิดหัวใจ ลูกผู้ชายที่ชื่อ วัฒนา อัศวเหม" มีทั้งสิ้น 32 หน้า มีเนื้อหาหาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม 1,900 ไร่ มูลค่า 1.9 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยที่ดินนั้น เป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน และฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่าประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท
 
โดย นายวัฒนา เกริ่นนำในหนังสื่อตอนหนึ่งว่า "ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณประชาชน ที่รักความเป็นธรรมทุกคน ที่ยังรักและเป็นห่วงผม มีสือและประขาชนส่งจุดหมายถึงผมมากมาย อยากให้ผมออกมาเปิดเผยความจริงที่เกิดขึ้นในคดีคลองด่าน เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้รับข่าวสารข้อมูลจากคนเพียงฝ่ายเดียว ยังไม่เคยได้ยินความจริงจากผมสักครั้ง

ความจริงแล้ว ผมเคยพยายามแจ้งความจริงต่อกระบวนการยุติธรมและทางสื่อแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ว่าผมจะชี้แจงและพูดความจริงอย่างไร ผลก็ออกมาอย่างที่ทุกคนเห็นกัน คนที่รักและเชื่อมั่นในตัวผม ต่างก็ให้กำลังใจและสอบถามกันมาตลอดว่า เหตุใดผจึงนิ่งเฉย ไม่ตอบโต้หรือชี้แจง ผมก็ได้แต่บอกว่า ผมพยายามแล้วแต่มันไม่ใช่เวลของผม พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ กระแสสังคมก็แรงมาก ต่างกระหนำซ้ำเติม ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของผมโดนก่นด่ไม่มีชิ้นดี ผมเป็นคนที่เห็นอะไรไม่ถูกต้องเป็นไม่ยอม คงไปสร้างความไม่พอใจให้ผู้มีอำนาจขณะนั้นหลายคน จึงโดนเล่นงาน

หนังสือของนายวัฒนา ยังระบุอีกว่า ขณะนี้ได้ตรียมการที่จะขอรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่และจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนร่วมขบวนการให้ร้าย รวมทั้งผู้ที่มีเจตนาใส่ร้ายตน พร้อมยืนยัน 1.เรื่องที่ดิน ตนไม่เคยนำที่ดินไปขายให้กรมควบคุมมลพิษ 2.เรื่องโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และ 3.เรื่องเงิน “ค่าโง่” ที่รัฐบาลจ่ายให้กับโครงการนี้ ตนก็ไม่เรื่องและไม่เคยได้รับ
 
"ในวันนี้ผมมีอายุ 85 ปีเศษแล้ว ไม่อยากจากโลกนี้ไปและยังคงทิ้งตราบาปไว้ให้กับลูกหลานและวงศ์ตระกูล ดังนั้น เมื่อปัจจุบันมีข้อมูลใหม่ๆ เปิดเผยออกมามากมาย ไม่เหมือนในช่วงที่มีการสอบสวนและตัดสินคดีผม ซึ่งข้อมูลต่างๆ ถูกปิดบังถูกบิดเบือน ถูกชี้นำจากอำนาจการเมือง ทำให้บิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง ทำให้ผมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ผมจึงอยากขอโอกาสกลับไปแสดงความบริสุทธิ์ ขอให้ผมได้ประกันตัวผมจะกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง เอาข้อมูลข้อเท็จจริงมาว่ากัน ถ้าผมผิด ผมพร้อมให้ถูกดำเนินคดี ผมจะไม่หนีอีกต่อไป"

ในตอนท้ายของหนังสือดังกล่าว นายวัฒนา ได้ขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า “ผมหวังเพียงว่านายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประชาชนรัก และเชื่อมั่นในตัวท่านว่าท่านเป็นลูกผู้ชาย เป็นคนเที่ยงตรง และมีความยุติธรรมจะเปิดโอกาสให้คนแก่อย่างผมได้กลับบ้านและเข้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง”
 


โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อวาน (๑ ก.ค.๖๓) ท่านเห็นอะไร? ทุกคนจะบอก..... เห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เห็นรถติด เห็นเด็กอนุบาลร้องไห้ เห็นผู้ปกครองอุ้มลูก-จูงหลานไปส่งโรงเรียน

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.
มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร