ฟื้นฝอย10ปีทุบม็อบแดง ครวญหาความจริงยิ่งเจ็บ


เพิ่มเพื่อน    

 คนเสื้อแดงทำบุญครบรอบ 10 ปีเหตุการณ์ เม.ย.-พ.ค.53 "จตุพร" โอดยิ่งตามหาความจริงยิ่งเจ็บปวดลงท้ายด้วยคุก ยังข้องใจไม่มีการชันสูตร "ร่มเกล้า-เสธ.แดง" อ้างคนตายไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย จวกฝ่ายตรงข้ามปลุกความขัดแย้งมาใส่ร้าย "ป้าธิดา" โวย ปชช.ถูกฆ่าซ้ำอีก ถูกประณามเป็นพวกควายของนักการเมือง ถูกจ้างมาชุมนุม โรเบิร์ต-ทนายทักษิณซัดทหารฆ่า ปชช.ยังลอยนวล ความจริงจะถูกเปิดเผยในอนาคต "แอมเนสตี้" ความจำเสื่อมเรียกร้องเยียวยาครอบครัวผู้ถูกสังหาร

    เมื่อเช้าวันที่ 19 พ.ค.63 ที่วัดนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายยศวริศ ชูกล่อม, นายอารี ไกรนรา, นายศักดิ์ระพี  พรหมชาติ, นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ แกนนำ นปช.และแนวร่วมคนเสื้อแดง ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่วีรชนที่ร่วมต่อสู้ในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 ในงานมีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน  9 รูป พร้อมถวายสังฆทาน ผ้าบังสุกุล และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่วีรชนรวมถึงทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว    
    นายจตุพรกล่าวว่า ในเรื่องของการแสวงหาความยุติธรรมให้คนที่ตาย ช่วง 10 ปียิ่งตามหาความจริงมากเท่าไหร่จะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น ฝ่ายที่พูดความจริงจะลงท้ายด้วยคุกตะราง ลงท้ายด้วยการลงโทษ ฝ่ายที่ลงมือฆ่าไม่มีใครถูกดำเนินคดีแม้แต่เพียงรายเดียว ความพยายามที่จะรื้อค้นหรือกล่าวใส่ร้ายกันอีกนั้น ขอเตือนว่าควรจะยุติ เพราะหากไม่ยุติก็ประกาศท้าทายว่า ไม่ว่าใครก็ตามให้นัดหมายกันมาที่จะพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เพราะความจริงคือมีคนตายมากที่สุดในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประเทศไทย
    ประธาน นปช.กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีนี้ คนเสื้อแดงอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว รู้ว่าเราไม่สามารถสู้ในกระบวนการใดได้ เพียงแต่ได้ทำหน้าที่แสวงหาความยุติธรรม ตนได้พยายามทำหน้าที่ฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ มอบหมายให้นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม เป็นทนายไปฟ้อง ก็ฟ้องได้คนเดียวแต่คดียังไม่มีความคืบหน้า ส่วนคดีที่เกิดขึ้นในประเทศไทยซึ่งกว่า 10 คดี ศาลได้ไต่สวนระบุชัดเจนว่าความตายที่เกิดขึ้นเกิดจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ อ้างว่าได้รับคำสั่งจาก ศอฉ. ซึ่งต่อมาก็ได้มีการฟ้องจำเลยในคดีนี้ 2 คน เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี 1 คนและรองนายกฯ 1 คน เรื่องเมื่อผ่าน ป.ป.ช.ก็ชี้มูลว่าไม่มีความผิด ทำให้คดีนี้เรื่องไปไม่ถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นที่บอกว่าศาลพิพากษาไม่ได้กระทำความผิดนั้น เป็นความเท็จ ศาลไม่เคยพิพากษาจำเลยในคดีนี้เพราะเป็นเรื่องเขตอำนาจศาล 
    นายจตุพรกล่าวเรียกร้องว่าทำไมไม่มีการไต่สวนสำนวนชันสูตรพลิกศพ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล, พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เพราะเป็นเรื่องที่ค้างคาใจคนที่ถูกนำมาใช้ในการอธิบายกันทุกปี ในฐานะประธานคนเสื้อแดง ไม่ได้ปลุกคนเสื้อแดงขึ้นมาต่อสู้ใหม่ แต่คนปลุกคนเสื้อแดงคือฝ่ายปราบปรามคนเสื้อแดงที่พยายามประโคมข่าวในขณะนี้ บทเรียนต่างๆ ในทุกเหตุการณ์เรามักจะพูดว่าควรจะเป็นครั้งสุดท้ายในการเข่นฆ่าประชาชน และประชาชนที่ตายไม่มีเขม่าดินปืนในมือ ไม่พบว่าผู้ตายมีอาวุธแม้แต่รายเดียว จึงไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายอย่างที่ผู้ถืออำนาจรัฐกล่าวอ้าง การสร้างวาทกรรมเรื่องเผาบ้านเผาเมืองนั้นเพียงเพื่อต้องการกลบศพ เนื่องจากผู้เสียชีวิตถูกฆ่าก่อนที่ไฟจะไหม้ แต่ 6 ศพที่วัดปทุมฯ ถูกฆ่าขณะไฟไหม้
ทนายแม้วโผล่ด่าทหารฆ่า ปชช.
    ด้านนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุก ผู้ต้องหาคดีคอร์รัปชันหลายคดี ออกแถลงการณ์เรื่อง การรอคอยความยุติธรรมที่ยาวนานกว่า 10 ปี จากเหตุสังหารหมู่ ณ กรุงเทพฯ สรุปว่าช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมปี 2553 ตนอยู่หลังซุ้มกีดขวางในถนนที่กรุงเทพฯ ร่วมกับผู้ประท้วงเสื้อแดง เนื่องจากถูกส่งไปโดยอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นลูกค้าของตน ผู้ที่จ้างวานให้สำนักงานกฎหมายของตนคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่กลุ่ม นปช. ในช่วงเวลาสำคัญนั้นตนอยู่ไม่ไกลเลยจากบริเวณที่มีพลทหารซุ่มยิง เสธ.แดง ในขณะที่เขากำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวจากนิวยอร์กไทมส์อยู่ พวกทหารฆ่าช่างภาพจากสำนักข่าวรอยเตอร์ นายฟาบิโอ โพเลนกี อย่างเลือดเย็น และทหารยังฆ่าเด็กที่ไม่มีอาวุธ พยาบาล แม้กระทั่งคนที่หลบภัยอยู่ในวัด  ทุกอย่างชัดเจนว่ามันไม่ใช่แค่การจะสลายการชุมนุม แต่คือการใช้ความรุนแรงกดปราบกลุ่มผู้ชุมนุมและเป็นการก่อการร้ายต่อประชาชนไทยโดยรัฐบาล
    นายโรเบิร์ตระบุว่า การปราบล้างจบลงวันที่ 19 เมษายน โดยกลุ่มชายชุดดำใช้ปืนยาวซุ่มยิงมาจากบริเวณรางรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมกับมีรถถังและรถติดอาวุธเคลื่อนมายังบริเวณที่มีการตั้งซุ้มปิดล้อม ตนโชคดีที่หลบหนีไปฮ่องกงได้ทัน แต่มีอีกหลายคนที่โชคร้ายในวันนั้น มากกว่า 98 คน โดยถูกสังหารด้วยน้ำมือของกองทหารไทย และมากกว่าสองพันคนได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการสลายการชุมนุมนองเลือดนี้ โดยคนออกคำสั่งคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในขณะนั้น และประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้สั่งงานปฏิบัติการทางทหารที่กลายมาเป็นคนทำรัฐประหารต่อมา หลายครอบครัวต้องโศกเศร้ากับการตายของคนในครอบครัวที่ถูกทหารไทยพรากชีวิตไป แต่ทหารผู้เป็นคนฆ่าไม่มีใครถูกดำเนินคดี  คนที่สั่งฆ่า คนที่สนับสนุนและคนที่ได้ผลประโยชน์จากการฆ่าคนในครั้งนี้ยังลอยนวล สิบปีที่แล้วหลังจากการสังหารหมู่ ถือเป็นความรับผิดชอบของพวกเราที่จะเตือนพวกมีอำนาจให้รู้ว่าคนต้องไม่ตายฟรี  และการกระทำของพวกทหารป่าเถื่อนจะถูกจดจำต่อไป อนาคตอยู่ในกำมือคนรุ่นใหม่และเราหวังว่าความจริงนี้จะถูกเปิดเผยมากยิ่งขึ้นในอนาคต
    นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง เผนแพร่บทความโดยมีเนื้อหาสรุปว่า การชุมนุมใหญ่ของ นปช.ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลในขณะนั้นยุบสภา แต่กลับถูกรัฐบาลใช้กำลังทางทหารล้อมปราบ การปฏิบัติตามกฎหมายต่อประชาชนที่คิดต่างทางการเมืองก็ไม่เสมอภาคเท่าเทียมกัน ยิ่งขยายความแตกแยกเจ็บลึกให้เกิดขึ้นกับผู้ถูกกระทำการยึดอำนาจทั้งสองครั้ง ในรอบสิบกว่าปีก็ได้ให้คำตอบเป็นอย่างดีแล้วว่า ไม่ใช่การเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในชาติ แต่เป็นการออกแบบวางแผนสมคบคิดแบ่งงานกันทำของฝ่ายชนชั้นนำ โดยใช้กำลังทหารเป็นคำตอบสุดท้ายในการทำรัฐประหารให้ดูมีความชอบธรรมขึ้น เพื่อสถาปนารัฐราชการอนุรักษ์อำนาจนิยมขับเคลื่อนประเทศด้วยวิสัยทัศน์ของกลุ่มพลังอนุรักษนิยมเท่านั้น ประชาชนและนักการเมืองก็เป็นแค่ไม้ประดับ  ความแตกต่างหลากหลายไม่ใช่ความชั่วร้าย แต่เป็นความงดงามและเป็นเสน่ห์ของสังคม ป่าไม้ที่สมบูรณ์แข็งแรงก็เช่นเดียวกันจะประกอบไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ตนไม่เคยเชื่อว่าป่าไม้เชิงเดี่ยวจะแข็งแรงทนทานอยู่ได้เมื่อโดนพายุและมรสุมหนัก
ป้าธิดาโวย ปชช.ถูกฆ่าซ้ำอีก
    นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ นปช.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ในวาระ 10 ปี เหตุการณ์ 10 เมษา-พฤษภา ปี 53 โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ล่าสุดของประวัติศาสตร์ไทย ในการปราบปรามประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้ดำเนินการยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อเลือกตั้งใหม่ นอกจากถูกปราบปรามเข่นฆ่าอย่างเหี้ยมโหด โดยถูกรุมยิง ซุ่มยิง เหมือนการล่าสัตว์ที่ถูกล้อมจำกัดพื้นที่ไว้นั่นเอง ดังฉายา  'รุมยิงนกในกรง' ของนายพลกองทัพไทยเองให้ไว้ ยิ่งกว่านั้นประชาชนยังถูกฆ่าซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยการถูกประณามว่าเป็นพวกควายของนักการเมือง เป็นพวกถูกจ้างมาชุมนุม เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นพวกล้มเจ้า เผาบ้านเผาเมือง ถึงไม่ยกย่องเขาเป็นวีรชน แต่ในฐานะประชาชนมือเปล่ามาเรียกร้องให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ก็ไม่ควรถูกกระทำเยี่ยงนี้จากผู้เห็นต่างทางการเมือง เราแน่ใจว่าตราบใดที่ประเทศนี้ยังไม่มีประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของประชาชน ความยุติธรรมและการทำความจริงให้ปรากฏยังเกิดขึ้นไม่ได้ เราจะตามหาและทวงถามความจริง ความยุติธรรมกันต่อไป เพื่ออนาคตการเมืองไทยจะได้ก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่เพื่อความมั่นคงในชัยชนะของชนชั้นนำไทยเช่นที่ผ่านมา"
    แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ครบ 10 ปี พฤษภา 53 ระบุว่า นอกจากการดำเนินคดีอาญากับแกนนำและผู้ชุมนุมประท้วงบางส่วนแล้ว ความยุติธรรมยังคงไม่เกิดขึ้น ไม่มีการเปิดเผยความจริง และไม่มีการเยียวยาต่อครอบครัวของผู้ที่ถูกสังหารในระหว่างความรุนแรงครั้งนั้น รัฐบาลไทยต้องนำตัวผู้ที่คาดว่ามีส่วนรับผิดชอบทางอาญาต่ออาชญากรรมระหว่างการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม  2553 มาลงโทษ ตามกระบวนการที่เป็นธรรมของศาลพลเรือน และให้การเยียวยาอย่างเป็นผลต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต 
    ภายหลังเหตุความรุนแรง รัฐบาลประกาศในวันที่ 21 พฤษภาคม 2553 ว่าจะมี "การสอบสวนอย่างเป็นอิสระต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดระหว่างการประท้วง ในลักษณะที่โปร่งใส" แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ผู้บัญชาการทหาร หรือเจ้าหน้าที่ทหารรายใดที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการครั้งนั้นถูกดำเนินคดี ในขณะที่ได้มีการดำเนินคดีอาญากับแกนนำและผู้ชุมนุมประท้วงบางส่วนแล้ว เมื่อมีการละเมิดและปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชน ผู้ที่คาดว่ามีส่วนรับผิดชอบทางอาญาทั้งหมดต้องถูกนำมาลงโทษตามการพิจารณาที่เป็นธรรมของศาลพลเรือน หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความผิดฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน การลงโทษทางวินัยหรือตามมาตรการของฝ่ายบริหารอาจไม่เพียงพอ และไม่สอดคล้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้จ่ายเงินเยียวยาเหยื่อทางการเมืองไปกว่า 2,000  ล้านบาท ผู้ที่ได้รับชดเชยในอัตราสูงสุดคือกรณีที่เสียชีวิตได้ถึงรายละ 7.75 ล้านบาท โดยแยกเป็นค่าชดเชยการเสียชีวิต 4.5 ล้านบาท ค่าทำศพ 2.5 แสนบาท และค่าเยียวยาจิตใจสำหรับญาติผู้เสียชีวิตอีก  3 ล้านบาท.