การเมืองกลับมาร้อน! 'ภูมิใจหนู' โวยลั่นได้ ส.ส.เพิ่มมาตั้ง 10 คน แต่ปรากฏว่าได้เก้าอี้ประธานกมธ.แค่ 3 คณะ


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

23 พ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องการจัดสรรตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญจำนวน 35 คณะ ซึ่งเป็นประเด็นมาจากการที่สภาฯเหลือส.ส.ที่สามารถทำหน้าที่ได้จำนวน 487 คน โดยส่วนหนึ่งที่หายไปนั้นสืบเนื่องมาจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ที่ทำให้ส.ส.บัญชีรายชื่อ จำนวน 11 คน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคต้องพ้นจากตำแหน่ง ประกอบกับเมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไปแล้ว บัญชีผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ต้องเสียไปด้วย ส่งผลให้ท้ายที่สุดผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับถัดไปไม่ได้รับการเลื่อนขึ้นมาดำรงตำแหน่งส.ส.

ทั้งนี้ มีรายงานว่าจากกรณีปัญหาดังกล่าวทำให้ตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยที่เข้าร่วมหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ระหว่างการประชุมร่วมกันกับหัวหน้าพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ได้สอบถามว่าต้องมีการจัดสัดส่วนประธานคณะกรรมาธิการสามัญใหม่หรือไม่ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยได้ส.ส.เพิ่มขึ้นมาอีก 10 คน ย่อมทำให้พรรคภูมิใจไทยสมควรได้ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพิ่มขึ้นอีก แต่ปรากฎว่าในเอกสารที่ระบุจำนวนส.ส.ของแต่ละพรรคและการคำนวณสัดส่วนตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกลับกำหนดให้พรรคภูมิใจไทยมีส.ส.เพิ่ม 3 คนเท่านั้น ในทางกลับกันพรรคเศรษฐกิจใหม่กลับได้ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการฯ ทั้งที่ไม่ได้มีจำนวนส.ส.เพิ่มแต่อย่างใด ทำให้ตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยไม่พอใจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้ที่ประชุมร่วมกันของหัวหน้าพรรคการเมืองเสนอให้พรรคภูมิใจไทยนำเอกสารมายืนยันว่ามีจำนวนส.ส.เพิ่มขึ้นอีก 10 คนจริง ซึ่งการทำเอกสารของเจ้าหน้าที่สภาฯอาจยังไม่ได้เห็นเอกสารการเข้ามาสังกัดใหม่ของอดีตส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ภายหลังเกิดการยุบพรรค จากนั้นจะได้ดำเนินการกำหนดสัดส่วนตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการต่อไป

ขณะที่ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพราะจำนวนส.ส.อนาคตใหม่ที่ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกลมีเพียง54 คน  ประกอบกับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และ ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ว่างลง เนื่องจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล และ พล.ท.พงศกร รอดชมภู พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ  ดังนั้น จึงทำให้เหลือสัดส่วนตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการจำนวน 4 คณะ 

ทั้งนี้ ในที่ประชุมร่วมกันของพรรคการเมืองได้เสนอให้พรรคก้าวไกลตัดสินใจว่าจะยังคงไว้ซึ่งตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการดังกล่าวทั้งสองคณะหรือไม่ หากพรรคก้าวไกลไม่ต้องการคงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการทั้งสองตำแหน่งไว้ ตำแหน่งนี้จะถูกนำไปกำหนดเป็นสัดส่วนในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นต่อไป แต่ถ้ายังต้องการคงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการทั้งสองตำแหน่งหรือตำแหน่งเดียว ส.ส.ของพรรคก้าวไกลที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการสามัญในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลจะต้องลาออกจากประธานคณะกรรมาธิการ เพื่อให้พรรคก้าวไกลมีสัดส่วนเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการไว้ที่ 4 คนตามจำนวนส.ส. อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลยังไม่แจ้งต่อที่ประชุมว่าจะตัดสินใจอย่างไร เพราะต้องขอไปหารือกับที่ประชุมพรรคก้าวไกลเพื่อให้ได้มติที่ชัดเจนอีกครั้ง และจะนำมาแจ้งต่อที่ประชุมสภาฯภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณาพระราชกำหนดการกู้เงินและพระราชบัญญัติโอนงบประมาณต่อไป

สำหรับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล มีดังนี้  1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  2. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน 3. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ และ 4.นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน


เห็นมั้ย...?ใครคิดร้าย-หมายชั่วกับบ้านเมืองไทย ลงท้าย จะค่อยๆ ฉิบหาย-วายวอดไปเอง อย่างที่กำลังเกิดกับแก๊งก้าวถลำ"คนดี-ผีคุ้ม" โบราณกล่าวไม่ผิดหรอก!

"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"
"การบินถึงการพรรคพปชร."
การบินไทย"ตายแล้วฟื้น"
เนี่ยนะ"สหภาพฯ การบินไทย"
"การเมืองถึงระดับโรงเรียน"