พ.ย.ลองวัคซีนในคน คาดปลายปี2564ผลิตได้/สมช.แนะปรับตัวคลายล็อกเฟส3


เพิ่มเพื่อน    


    ข่าวดี! ไทยไร้ผู้ป่วยรายใหม่ เหลือรักษาตัวแค่ 63  ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม จุฬาฯ เผย 1 วันหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA ในลิงยังปกติไม่มีไข้ ระบุแผนฉีดต่อในคนเข็มแรกพ.ย. ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อต่ำ 100 คน หากเป็นไปตามแผนปลายปี 64 ผลิตวัคซีนในไทยได้ “ไบโอเนท” พร้อมรับถ่ายทอดเทคโนโลยี เลขาฯ สมช.ให้ผู้ประกอบกิจการ/กิจกรรมเตรียมตัวให้พร้อมหากผ่อนคลายระยะ 3 จ่อถกปรับเวลาเคอร์ฟิวก่อนเสนอ ศบค.เคาะ มีผล 1 มิ.ย.นี้ "จตุพร" ชี้อำนาจ "ประยุทธ์" ใกล้ "รัฏฐาธิปัตย์" ฟันธงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถึง ก.ค.
    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย ไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมยังอยู่ที่ 3,040 ราย หายป่วยกลับบ้านได้เพิ่ม 5 ราย ทำให้ยอดผู้หายป่วยสะสมอยู่ที่ 2,921 ราย อยู่ระหว่างรักษาเพียง 63 ราย ไม่มีรายงานเสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 56 ราย โดยอายุเฉลี่ยของผู้ติดเชื้อคือ 39 ปี เพศชายมากกว่าเพศหญิง อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าเมื่อออกจากบ้านควรสวมหน้ากาก พกเจลล้างมือ การ์ดอย่าตก หน้ากากอย่าตก
    พญ.พรรณประภากล่าวว่า ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 5,403,979 ราย เสียชีวิต 343,975 ราย ขณะที่ประเด็นข่าวที่น่าสนใจในต่างประเทศ ผลการทดลองวัคซีนโควิด-19 ของจีน ตัวแรกผ่านการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 พบว่าปลอดภัยและสร้างการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต้านไวรัสได้ และการทดลองแบบเปิดในผู้ใหญ่สุขภาพดี 108 ราย ได้ผลลัพธ์เชิงบวกหลังเวลาผ่านไป 28 วัน โดยจะมีการประเมินผลลัพธ์สุดท้ายภายใน 6 เดือน 
    “ขณะเดียวกัน จะต้องมีการทดลองเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่าการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ขณะที่องค์การอนามัยโลกออกมาประกาศให้อเมริกาใต้เป็นศูนย์การระบาดใหม่ของโควิด-19 ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมของบราซิลมีจำนวนเกือบ 3.5 แสนราย แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการไม่มีการตรวจโรคอย่างกว้างขวางทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้” พญ.พรรณประภา กล่าว
    นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผอ.พัฒนาวัคซีนโควิด-19 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า ปัจจุบันมีประมาณ 6-7 เทคโนโลยีการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยเลือกเทคโนโลยี mRNA ที่ใช้เอสโปรตีน (s protein) ทั้งตัว ซึ่งจากการทดลองในสัตว์ทดลองในหนู พบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ผลดี และเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการเริ่มฉีดวัคซีนดังกล่าวในลิงทดลอง ซึ่งปกติภูมิฯ จะขึ้นต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แต่จะขึ้นสูงใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ดังนั้นจะตรวจเลือดลิงรอบแรกประมาณกลาง มิ.ย.นี้ ถ้าภูมิฯ ต่ำ ก็จะไปตรวจอีกครั้งประมาณต้นเดือนหรือปลายเดือน ก.ค.
ปลายปี 64 ไทยมีวัคซีนใช้
    นพ.เกียรติกล่าวต่อว่า นอกจากนี้สิ่งที่ทำคู่ขนานกันไปคือประสานโรงงานผลิตวัคซีน mRNA 2 แห่ง คือบริษัทไบโอเนท สหรัฐอเมริกา และไบโอเนทเยอรมัน เพื่อผลิตวัคซีนจำนวน 10,000 โดส เพื่อใช้ในการทดลองในกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อดูว่าปลอดภัยหรือไม่ กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้หรือไม่ กระตุ้นได้ยาวนานแค่ไหน และสามารถป้องกันโรคได้จริงหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้คนละ 2 โดส ทั้งนี้ การทดลองในอาสาสมัครที่เป็นคนไทยจะแบ่งออกเป็น 3 เฟส เฟสแรก เป็นกลุ่มอาสาสมัครที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่ำ ประมาณ 100 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 10-15 คน โดยให้วัคซีนในจำนวนโดสที่แตกต่างกัน แบ่งเป็นขนาดสูง กลาง ต่ำ
    เฟสที่ 2 เป็นกลุ่มอาสาสมัครที่มีทั้งความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโคโรนา 2019 สูงและต่ำ ประมาณกว่า 500 คน และเฟสที่ 3 ใช้อาสาสมัครที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง และบางส่วนต้องใช้อาสาสมัครที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการติดเชื้อด้วย โดยใช้อาสาสมัครประมาณหลักพันคน แต่ในสถานการณ์ของไทยตอนนี้ จำนวนผู้ป่วยอยู่ในระดับน้อย ดังนั้นเฟส 3 ก็ต้องประเมินกันอีกครั้ง อาจจะต้องมีความร่วมมือกับต่างประเทศ
     “ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ วัคซีนเข็มแรกที่จะทดลองในอาสาสมัครคนไทยจะเริ่มประมาณเดือน พ.ย. ส่วนที่มีข่าวว่าจะเริ่ม ส.ค.นั้น เป็นแผนการเดิม ทั้งนี้คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณปีครึ่ง หรือประมาณปลายปี 2564 ประเทศไทยจะสามารถผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทยและเพื่อคนไทยได้เอง ตอนนี้ก็รอดูผลการฉีดวัคซีนในลิงว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ถ้าไม่ดีเราก็กลับมาพัฒนาเริ่มต้นที่การทดลองในหนูอีกครั้ง แต่หลังจากฉีดวัคซีนให้ลิง 1 วันตอนนี้ก็ยังปกติ ไม่มีไข้” นพ.เกียรติกล่าว 
    นพ.เกียรติกล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องการสร้างความปลอดภัยทางชีวภาพระดับที่ 3 (Biosafety-Level 3 : BSL3) ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการพัฒนาวัคซีนสำหรับป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจนั้น เนื่องจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ไปตรวจเยี่ยมการทดลองฉีดวัคซีนในลิงนั้น พบว่าสิ่งที่เราขาดคือห้องที่มีความปลอดภัยทางชีวภาพระดับสูง ซึ่งรัฐบาลก็ได้ตั้งงบสำหรับตั้ง BSL3 เป็นยูนิตฉุกเฉินก่อนในระยะ 3 เดือนนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวัคซีนตัวอื่นอีกด้วย
    ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า การพัฒนาและจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มีหลายความร่วมมือ ทั้งความร่วมมือสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) คณะแพทยศาสตร์ศิริราช คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล คณะเภสัชฯ จุฬาฯ และไบโอเทค สวทช. และ บ.ไบโอเนท-เอเชีย เพื่อพัฒนาวัคซีนในประเทศให้มีทิศทางเดียวกับการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก วัคซีนที่เริ่มการทดสอบในสัตว์ทดลอง 114 ชนิด ส่วนที่เริ่มทดลองในคนมี 10 ชนิด ได้แก่ จีน 5 ชนิด, สหรัฐ 2 ชนิด, อังกฤษ 1 ชนิด,  เยอรมนี 1 ชนิด และออสเตรเลีย 1 ชนิด ส่วนของไทยได้เริ่มทดสอบในสัตว์ทดลอง และจะพัฒนาสู่การฉีดในคนต่อไป
    “ขณะเดียวกันได้มีการประสานความร่วมมือผู้พัฒนาวัคซีนในต่างประเทศเพื่อพัฒนาวัคซีนร่วมกัน เพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาผลิตต่อในประเทศไทย และเพื่อขอซื้อวัคซีนที่สำเร็จแล้วมาใช้ในประเทศไทยในระยะต้น ซึ่งในการพัฒนาวัคซีนจากทั่วโลก ถ้าเป็นไปตามขั้นตอนประมาณปลายปี 2564 จะมีวัคซีนใช้ในโลก แต่หากการพัฒนาวัคซีนสะดุดติดขัด ก็ต้องปรับรูปแบบวัคซีนกันใหม่ ดังนั้นถือเป็นเรื่องของงานวิจัย และเป็นสิ่งที่ท้าทายนักวิทยาศาสตร์ไทยและทั่วโลก ที่ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่พัฒนาวัคซีนด้วยความเร็วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน” นพ.นคร กล่าว
“ไบโอเนท”พร้อมต่อยอด
    ขณะที่นายวิฑูรย์ วงศ์หาญกุล ประธานกรรมการบริหาร บ.ไบโอเนทเอเชีย จำกัด กล่าวว่า จากการหารือก็เห็นตรงกันว่า ช่วงโรคระบาดจะต้องเลือกพัฒนาวัคซีนที่มีความรวดเร็วและปลอดภัย ดังนั้น DNA และ mRNA วัคซีนเป็นคำตอบ บริษัทจึงหันมาทำทาง DNA วัคซีน ซึ่งเราก็พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว และเรามีศักยภาพที่จะผลิต DNA วัคซีนเพื่อใช้ในประเทศได้ และพร้อมรับการถ่ายทอด mRNA
       เมื่อถามถึงความร่วมมือการพัฒนาวัคซีนกับประเทศอื่นๆ นพ.นครกล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งทำความร่วมมือพันธมิตรในการร่วมวิจัยพัฒนาวัคซีน โดยบางส่วนได้รับความร่วมมือมาแล้ว เช่น จีน ในการร่วมการวิจัย ซึ่งถ้าสำเร็จเราก็จะรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อผลิตเองในประเทศ แต่กว่าจะผลิตเองได้ต้องใช้เวลา ก็มีความตกลงว่าไทยจะซื้อวัคซีนบางส่วนจากประเทศต้นทางเพื่อมาใช้ในช่วงสั้นๆ ก่อนระหว่างรับถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อผลิตเองให้เพียงพอ เพราะไม่มีประเทศใดผลิตให้เพียงพอคนทั้งโลกได้ ความร่วมมือจึงเป็นสิ่งจำเป็น และขยายการผลิตวัคซีนให้กว้างขวาง ไม่ว่าใครสำเร็จต้องสร้างความร่วมมือต่อกัน 
      ด้าน พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ จะมีการพิจารณาผ่อนปรนมาตรการให้กับกิจการและกิจกรรมเพิ่มเติมสามารถดำเนินการได้ แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ว่ามีประเภทหรือกิจการใดบ้างที่เข้าข่ายผ่อนปรนในระยะ 3 เพราะต้องรอให้มีการประชุม โดยนำข้อมูลจากหลายส่วน โดยเฉพาะข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขจากแพทย์ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจจากผู้ประกอบการ ปัญหาปากท้องของประชาชน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รวบรวมไว้มาพิจารณาประกอบ โดยยึดหลักการพิจารณาเช่นเดิมคือคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่มีการแพร่ระบาดของโรค ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจอย่างที่เคยพิจารณาผ่อนปรนไปแล้วในระยะ 2
    “การพิจารณาผ่อนปรนในระยะ 3 และ 4 ซึ่งเป็นประเภทธุรกิจที่มีความเสี่ยงมากกว่าระยะที่ 1 และ 2 ต้องพิจารณาปัจจัยประกอบหลายอย่าง อาทิ การเตรียมเปิดภาคเรียนของโรงเรียนบางส่วนที่จะเริ่มเรียนในเดือน มิ.ย.และเดือน ก.ค. สภาพอากาศที่เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว รวมถึงการประกาศเคอร์ฟิว ต้องสอดรับ มีความปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ทั้งนี้ ขอให้ธุรกิจที่รอการผ่อนปรนเตรียมตัวและปรับแนวทางการให้บริการไว้ให้พร้อม แม้จะยังไม่ได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 ก็จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 4 อยู่แล้ว จึงขอให้เตรียมความพร้อมไว้ในระหว่างนี้ได้”
     เลขาธิการ สมช.กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ จะพิจารณาระยะเวลาในการประกาศเคอร์ฟิวว่าจะยังคงไว้ที่ 23.00-04.00 น.ต่อไปอีกหรือไม่ หรือหากมีการปรับลดเวลาลงจะคงไว้ที่กี่ชั่วโมง และหากจะปรับควรจะขยับจากเวลา 23.00 น. เป็น 24.00-04.00 น. หรือเริ่มที่ 23.00-03.00 น. โดยทุกอย่างต้องสอดคล้องกันสรุปผลการประชุมวันที่ 27 พ.ค.นี้ จะนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ในวันที่ 29 พ.ค. เพื่อให้มีการผ่อนปรนระยะที่ 3 มีผลใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้
เตือนหลอกดาวน์โหลดแอปไทยชนะ
    วันเดียวกัน ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย หรือไทยเซิร์ต (ThaiCERT) แจ้งเตือนว่า พบการแพร่กระจายมัลแวร์โจมตีผู้ใช้งาน Android ในประเทศไทย โดยช่องทางการโจมตีผู้ไม่หวังดีจะส่ง SMS ที่แอบอ้างว่าเป็นการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันไทยชนะใน SMS ดังกล่าวจะมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์หลอกลวง เช่น thaichana[.]asia, thai-chana[.]asia,            thaichana[.]pro หน้าเว็บไซต์ดังกล่าวสร้างเลียนแบบเว็บไซต์จริงของโครงการไทยชนะ โดยจะมีปุ่มที่ให้ดาวน์โหลดไฟล์ .apk มาติดตั้ง ไฟล์ดังกล่าวตรวจสอบแล้วเป็นมัลแวร์ขโมยข้อมูลทางการเงิน (บางแอนติไวรัสระบุว่าเป็นมัลแวร์สายพันธุ์ Cerberus) โดยตัวมัลแวร์ขอสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลการโทร.รับ-ส่ง SMS แอบอัดเสียง และเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ภายในเครื่อง ปัจจุบันโครงการไทยชนะมีเฉพาะเว็บไซต์ https://www.ไทยชนะ.com/ และ https://www.thaichana.com/ โดยรูปแบบการใช้งานจะเป็นการเข้าผ่านเว็บไซต์เท่านั้น ยังไม่มีแอปพลิเคชันให้ดาวน์โหลดแต่อย่างใด
        “จากการตรวจสอบข้อมูลของเว็บไซต์หลอกลวง พบว่าถูกจดโดเมนในช่วงวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 ปัจจุบันไทยเซิร์ตได้ประสานเพื่อระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ผู้ใช้ควรระมัดระวังก่อนคลิกลิงก์ที่ส่งมาใน SMS รวมถึงไม่ควรดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่สามารถยืนยันความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มา” ไทยเซิร์ตระบุ
    ทางด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า การลาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นจะมีการผ่อนคลาย หลายคนก็ตั้งข้อสงสัยว่า เมื่อครบมาตรการผ่อนปรน 4 ระยะแล้วทุกอย่างจะจบลงในเดือนกรกฎาคมหรือไม่นั้น ต้องรอดูกัน และขอให้ใจเย็นๆ เพราะอาจจะมีการผ่อนคลายในแบบระยะที่ 4 ทับ 1 ทับ 2 ทับ 3 ก็เป็นไปได้ รัฐบาลชนะอยู่มุมเดียวคือ การคุมการติดเชื้อโควิด-19 ได้ และวันนี้ก็ไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มแม้แต่เพียงรายเดียว ดังนั้นเรื่องชัยชนะโควิด-19 ในทางการเเพทย์ก็สามารถกุมชัยชนะไว้ได้ ส่วนในทางการเมือง แม้จะมีการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินจัดการโควิด-19 ซึ่งก็จะใช้เป็นเหตุผลในการกุมอำนาจของบรรดารัฐมนตรีทั้งหลาย อำนาจของพลเอกประยุทธ์ แม้จะไม่เท่าในขณะที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ก็ตาม แต่เมื่อมีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ใกล้กับรัฏฐาธิปัตย์ 
    “ดังนั้นการกุมสภาพดังกล่าวยังสามารถจัดการโดยการใช้กฎหมายฉบับนี้ได้ ผมยังไม่เห็นมีใครออกมาพูดว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ดังนั้นหากมีใครยกตัวอย่างว่าหากต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อมีวัคซีนโควิด-19 นั้นถือว่าจบข่าว เพราะไม่รู้ว่าจะได้จริงเมื่อไหร่ แม้ว่าทางการแพทย์บางคนจะบอกว่าวัคซีนจะแล้วเสร็จในเมษายนปีหน้านั้น ที่ผ่านมามีหลายโรคที่เกิดขึ้นในโลกนี้ที่ดูเหมือนว่าจะผลิตวัคซีนกันได้ แต่สุดท้ายก็หาวัคซีนไม่ได้ และคนก็อยู่ร่วมกับโรคดังกล่าวในโลกนี้ได้ วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เชื่อว่าขอให้ทุกคนใจเย็นๆ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปถึงเดือนกรกฎาคมแน่นอน” นายจตุพรกล่าว. 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.