เพื่อไทยตั้งวงวิจารณ์วิสัยทัศน์รัฐบาลอำนาจนิยม ไม่ไว้ใจทั้งพ.ร.ก.เงินกู้-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


เพิ่มเพื่อน    

26 พ.ค.63-  นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายวัฒนา เมืองสุข นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวหลังประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ถึง ความพร้อมการอภิปรายพรก.เงินกู้ทั้ง3ฉบับ วงเงิน1.9ล้านล้านบาท ที่จะมีการอภิปรายระหว่างวันที่ 27-31พ.ค.

นายโภคินกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการดำเนินการเยียวยาประชาชนและเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่การดำเนินการของรัฐบาลจะต้องเป็นไปอย่างจริงใจ ไม่มีนัยยะใดๆแอบแฝง โดยเฉพาะการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เพื่อควบคุมการทำกิจกรรมของประชาชน จะต้องไม่มีนัยทางการเมือง  พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการตรวจสอบรัฐบาลเต็มที่ในเรื่องนี้ เริ่มตั้งแต่ในแง่ของวิสัยทัศน์ของรัฐบาล จะเห็นได้ว่ารัฐบาลขาดการรับฟังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายด้าน โดยเฉพาะการให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ พิจารณาการขยายพระราชกำหนด แทนที่ควรจะนำเรื่องมาหารือกันในสภา ซึ่งมีวิสัยทัศน์แบบอำนาจนิยม ในด้านการบริหารและการทำงาน แม้รัฐบาลจะพยายามนำระบบดิจิทัลมาใช้แต่จะเห็นได้ว่าไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการจะนำระบบดิจิทัลมาบริหารประเทศได้นั้นประเทศต้องมีประชาธิปไตยและขจัดอุปสรรคทางกฎหมายออกไป แต่ความเป็นจริงยังไม่มีการดำเนินการให้เป็นเช่นนั้นจนทำให้คนรากหญ้าและผู้ประกอบการระดับกลางดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก

นายโภคินกล่าวว่า สำหรับการอภิปรายของพรรคเพื่อไทยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎสมัยสามัญ รระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค. จะนำเสนอให้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดหนักของโควิด19 จนเกิดการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พรรคเพื่อไทย กังวลต่อการบริหารจัดการเงินกู้จำนวน 1.9 ล้านล้านบาทว่าเงินเหล่านี้จะถึงมือของประชาชนหรือไม่อย่างไร

นายวัฒนากล่าวว่า พรรคเพื่อไทยห่วงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะติดลบ5.3-6.7% การส่งออกติดลบ การบริโภคภายใน การลงทุนจะหดตัว และเมื่อคนไม่มีเงิน กำลังซื้อหดตัวลงมาก คำถามที่ต้องถามคือ จะเอากำลังซื้อจากไหน รัฐบาลจะดูแลคนตกงาน 7-10 ล้านคนอย่างไร ซึ่งรัฐบาลยังไม่มีแผนงานเลย ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยเวลานี้ ยืนอยู่ได้เพราะการลงทุนภาครัฐที่มาจากเงินกู้เป็นหลัก ดังนั้น รัฐบาลต้องสร้างความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้ประชาชนคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรกับประชาชนบ้าง การคงพระราชกำหนดการบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีความชัดเจนว่าจะบังคับใช้ไปอีกนานแค่ไหน จะทำให้เศรษฐกิจของประชาชนเดินหน้าต่อไปไม่ได้

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาระสำคัญของพระราชกำหนดกู้เงินมีความบกพร่องหลายประการ เช่น การควบคุมการใช้เงินที่มีความหละหลวม และเงื่อนไขของกฎหมายทำให้เอสเอ็มอีที่เข้าถึงเงินกู้นี้ได้เพียงประมาณแสนราย จากเอสเอ็มอีที่ทั้งหมดประมาณ 3 ล้านราย ด้วยเหตุนี้ภายหลังสภาเห็นชอบกับพระราชกำหนดกู้เงินทั้งสามฉบับเมื่อไหร่ พรรคเพื่อไทยจะเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดทั้งสามฉบับทันที เพื่อให้เนื้อหาสาระสำคัญที่สามารถช่วยเหลือประชาชนและตรวจสอบการใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรายละเอียดที่จะมีการแก้ไขนั้น มีทั้งในส่วนคณะกรรมการกลั่นกรองที่นายกฯตั้งขึ้น ควรต้องเพิ่มสัดส่วนจากส.ส.เข้าไป และควรต้องเพิ่มการรายงานเงินกู้จากเดิมปีละครั้ง ต้องรายงานให้ถี่ขึ้น เป็น3เดือนครั้ง.


โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อวาน (๑ ก.ค.๖๓) ท่านเห็นอะไร? ทุกคนจะบอก..... เห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เห็นรถติด เห็นเด็กอนุบาลร้องไห้ เห็นผู้ปกครองอุ้มลูก-จูงหลานไปส่งโรงเรียน

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.
มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร