ธรรมนัสปัดซูเอี๋ย'พินิจ' อ้วนคุยเพ้ง-มิ้งช่วยชาติ


เพิ่มเพื่อน    

    "ธรรมนัส" ปัดเกี๊ยะเซียะ "พินิจ" หลังอดีต ส.ส.ลำปางหลายสมัยไม่ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 ลำปางในนามเพื่อไทย "บิ๊กแป๊ะ" สั่ง ตร.คุมเข้มกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ก่อนถึงวันเลือกตั้ง "เสี่ยอ้วน" แจงนัดคุย "เฮียเพ้ง-หมอมิ้ง-หมอเลี้ยบ" แค่รวมกลุ่มหาทางออก ปท. ยังไม่ใช่ตั้งพรรคใหม่
    เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 4 จ.ลำปางว่า ส่วนตัวจะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงอย่างแน่นอน โดยจะใช้ช่วงนอกเวลาราชการ และคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 29 พ.ค.เป็นต้นไป
    ถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) ข้องใจเหตุที่นายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปางหลายสมัย  ไม่ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 ลำปางในนามพรรค พท.ครั้งนี้ น่าจะมีการเกี๊ยะเซียะกันนั้น ร.อ.ธรรมนัสยืนยันว่า "ไม่มีการเกี๊ยะเซียะกันแต่อย่างใด"
    ที่ จ.ลำปาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อม พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการแจกอาหารฟรี และติดตามเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 จ.ลำปาง ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง (บก.ภ.จว.ลำปาง) โดย พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จว.ลำปาง ได้สรุปรายงานภาพรวมของการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 จ.ลำปาง ทั้งการจัดแบ่งเขตการเลือกตั้ง รายชื่อคณะกรรมการควบคุมการเลือกตั้ง ข้อมูลพื้นที่โดยรวม และผลการรับสมัครซึ่งสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 26  พ.ค.พร้อมรายงานข้อมูลของผู้สมัครทั้ง 5 คน
    พล.ต.ต.อนุชารายงานตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ทั้ง 6 สถานีตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้ออกสืบหาข่าว ทั้งมือปืนรับจ้าง ผู้มีอิทธิพล ข้อมูลเก่า เพื่อนำมาเป็นฐานในการวิเคราะห์การเลือกตั้งในครั้งนี้แล้ว นอกจากนี้ยังได้มีการตั้งศูนย์บริการการเลือกตั้ง โดยให้รอง ผบก.ภ.จว.ลำปางเป็นผู้อำนวยการศูนย์ และรองผู้อำนวยการศูนย์
    "ศูนย์ดังกล่าวจะเน้นย้ำในการดูแลการเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร้องขอ การดูแลความสงบในพื้นที่ และการดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และขอให้ช่วยกันรณรงค์ให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม รณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ให้มากที่สุดและขอให้มีบัตรเสียน้อยที่สุด รวมทั้งการจัดกำลัง เช่น ชุดป้องปราม ชุดรักษาความปลอดภัย  ชุดสอบสวน ชุดสืบสวนหาข่าว ใช้จำนวนทั้งสิ้น 639 นาย ซึ่งพร้อมและเพียงพอในการดำเนินงาน" พล.ต.ต.อนุชาระบุ 
    ผบก.ภ.จว.ลำปางกล่าวว่า ในส่วนข้อห่วงใยของ กกต.เรื่องสภาพอากาศอาจจะมีฝนตกลงมา จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมทั้งสถานที่และจัดเสื้อกันฝน กล่องกันน้ำไว้แล้ว ส่วนกรณีที่อาจจะเกิดไฟฟ้าดับก็ได้มีการประสานส่วนที่เกี่ยวข้องให้จัดชุดไฟฟ้าสำรองไว้แล้ว 
ตร.คุมเข้มซ่อม ส.ส.ลำปาง
    ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า มี 3-4 เรื่องที่จะมาเน้นย้ำ คือขอให้ศึกษาปัญหาใหญ่ หรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ให้นำมาปรับใช้ในการเลือกตั้งในครั้งนี้ ขอให้ดูแลการเลือกตั้งให้สงบเรียบร้อยและผ่านพ้นไปด้วยดี ซึ่งตนเองไม่ค่อยห่วงเรื่องนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายมีประสบการณ์กันทุกคน และก่อนเลือกตั้งก็ขอให้มีการปิดล้อมตรวจค้นตามยุทธวิธีตามแผนที่วางไว้ สร้างการรับรู้ให้ผู้ที่ปฏิบัติงานทุกคน เพื่อให้ตอบคำถามชาวบ้านให้ได้เวลาถูกถาม วางยุทธศาสตร์ให้ดีโดยเฉพาะเรื่องการทุจริต 
    "ผมคงเดินทางมาดูด้วย รวมทั้งนายกรัฐมนตรีได้ฝากกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วย" ผบ.ตร.กล่าว 
    พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับให้ตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดลำปาง และทุก สภ.ในเขตเลือกตั้งคอยติดตามผู้ไม่หวังดี ซึ่งอาจจะสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น ก็ต้องมีการเตรียมพร้อม และเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ออกปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการออกรณรงค์ประจำจุด ต้องทำความเข้าใจและต้องรู้ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ต้องแม่น เพราะไม่มีการเลือกตั้งที่อื่น  ดังนั้นทุกที่จะโฟกัสมาที่การเลือกตั้งซ่อมที่ลำปางเพียงแห่งเดียว
    ส่วนที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรค พท. กลุ่ม กทม.กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ภาค กทม.ของพรรคได้หารือกันเป็นการภายใน แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การเลือกตั้งท้องถิ่นในสนาม กทม. เพราะช่วงนี้พรรคการเมืองอีกฝั่งเริ่มจับมือฮั้วกันลงพื้นที่ ใช้อำนาจที่มีอย่างเต็มที่ และทราบว่าช่วงฤดูโยกย้าย การเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย-ต.ค.จะมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายข้ามหัวข้ามห้วยกันอุตลุด เพื่อผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.
    "อยากตั้งเป็นข้อสังเกตและฝากมาถึงข้าราชการ กทม. หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ต้องกลัว ให้แจ้งมาที่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร พวกเราจะช่วยติดตามตรวจสอบให้ รวมทั้งขอฝากไปถึงคณะทำงานที่เตรียมการเรื่องนี้ อย่าเสี่ยง อย่าหาวิธีการเอาเปรียบกันแบบไร้ยางอาย วันนี้สังคมออนไลน์รวดเร็ว ในเร็วๆ นี้จะตั้งคณะทำงานติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง" นายพิพัฒน์ชัยกล่าว 
    ถามถึงพรรค พท.จะส่งคนลงผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ นายพิพัฒน์ชัยกล่าวว่า ตนไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบเรื่องนี้ได้ แต่ส่วนตัวเห็นว่าสมควรอย่างยิ่ง งบประมาณที่จะมาพัฒนา กทม.มีมากกว่ากระทรวงบางกระทรวง เพราะฉะนั้นพรรคคงต้องหาคนที่เหมาะสม มีประสบการณ์มาลงสมัคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานครก็สำคัญเช่นกัน เท่าที่พูดคุยกันพรรคน่าต้องส่งครบทุกเขต โดยไม่มีการฮั้วกับใคร แต่ทั้งหมดเพียงเป็นการพูดคุยกันเบื้องต้น ต้องให้คณะกรรมการบริหารพรรคได้พิจารณากันอีกครั้ง 
    ซักว่ามีการตั้งข้อสังเกตภาพความขัดแย้งกันเองภายในพรรค จนดูเหมือนพรรคไม่มีเอกภาพ อาจส่งผลต่อการส่งคนลงสมัคร นายพิพัฒน์ชัยกล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้มองว่าเป็นความขัดแย้ง พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ มีคนที่มีประสบการณ์ มีความรู้จำนวนมาก การแสดงความคิดเห็นอาจแตกต่างกันบ้างในบางครั้ง แต่ในที่สุดพรรคจะมีคำตอบเดียวกัน ที่เหมือนกันพรรคเรามีจุดยึดเหนี่ยวเดียวกัน คือต่อต้านเผด็จการ ทำงานเพื่อประชาชน
เสี่ยอ้วนยังปัดตั้งพรรคใหม่
    ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการรวมตัวของอดีตนักการเมืองและกลุ่มวิชาชีพต่างๆ อาทิ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นพ.พรหมินทร์  เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หารือพูดคุยสถานการณ์บ้านเมืองเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ว่า เป็นกลุ่มเพื่อนที่มีความห่วงใยต่อปัญหาบ้านเมือง เป็นครั้งแรกที่หารือกับกลุ่ม ส่วนจะเป็นกลุ่มอะไร การพูดคุยครั้งหน้าจะชัดเจน ซึ่งชื่อกลุ่มแคร์หรือกลุ่มห่วงใย เป็นลักษณะการรวมตัวของพวกเราที่ห่วงใย
    "วันนี้พูดได้เพียงว่า 35 คนนี้มีความต่างวัย หลากหลายวิชาชีพ หลากหลายประสบการณ์ มีทั้งคนที่เป็นคณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน นักเขียนมือรางวัล นักธุรกิจ ซึ่งทุกคนห่วงใยบ้านเมือง อยากเห็นบ้านเมืองมีทางออกอย่างไรต้องมาคุยกันใน 3 ระยะ" นายภูมิธรรมกล่าว
    ถามว่าอนาคตจะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ นายภูมิธรรมบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ กล่าวเพียงว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการรวมตัวของประชาชน หรือการรวมตัวที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคหรือสถาบันการเมือง แต่ยอมรับพรรคการเมืองจะเป็นบทบาทหลักในการแก้ปัญหา 
    "อยากส่งสัญญาณให้เห็นว่า ใครก็ตามที่สนใจบ้านเมืองและอยากให้ได้รับการแก้ไข น่าจะมีบทบาทและกล้าเข้ามา ส่วนจะเป็นพรรคการเมืองก็เป็นเรื่องในอนาคตที่เป็นได้ แต่ไม่ใช่เจตนารมณ์เริ่มแรกที่จะมาตั้งพรรคการเมือง" นายภูมิธรรมกล่าว
    ซักว่าทำไมไม่ทำในนามพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักการเมืองจะไปหารือแลกเปลี่ยนกับกลุ่มต่างๆ ส่วนจะเป็นการส่งสัญญาณว่าจะลาออกจากพรรคเพื่อไทย แล้วตั้งพรรคใหม่หรือไม่ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดในขณะนี้ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต แต่ย้ำจุดเริ่มต้นคือความห่วงใยต่อปัญหาบ้านเมือง และจะชักชวนคนให้มาร่วมมากกว่านี้ 
    "เหตุที่ไม่ทำในนามพรรคเพราะไม่มีตำแหน่งใดๆ ในพรรคเพื่อไทยแล้ว จึงทำในฐานะประชาชนที่สนใจปัญหาบ้านเมือง ส่วนจะเป็นพรรคการเมืองเมื่อใดขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความพึงพอใจของผู้มารวมกลุ่ม" นายภูมิธรรมกล่าว
    ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล และนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงกรณียื่นหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญผ่านประธานรัฐสภา เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกภาพ  ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สิ้นสุดลงหรือไม่ใน 2  กรณี คือ เนื่องจากมีการถือหุ้นในตลาดคลองเตยของภรรยา และถูกจำคุกในประเทศออสเตรเลียในคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเรื่องนี้จะนำไปสู่การขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวของพรรคก้าวไกล ร.อ.ธรรมนัสได้มายืนรอแถลงต่อที่หน้าห้องแถลงข่าว และได้พบกับนายธีรัจชัย ระหว่างสลับเวทีนายธีรัจชัยได้กล่าวเชิญ ร.อ.ธรรมนัสมาชี้แจงต่อกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ตอบกลับทันทีว่า "ได้"
    ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ขอบคุณพรรคก้าวไกลที่จะยื่นถอดถอนตนจากกรณีภรรยาถือครองหุ้นในตลาดคลองเตย เพราะนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการ หลังเล่นนอกเวทีมานานพอสมควร โดยศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรี. 


โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อวาน (๑ ก.ค.๖๓) ท่านเห็นอะไร? ทุกคนจะบอก..... เห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เห็นรถติด เห็นเด็กอนุบาลร้องไห้ เห็นผู้ปกครองอุ้มลูก-จูงหลานไปส่งโรงเรียน

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.
มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร