กองทัพสหรัฐแฉกองทัพรัสเซียส่งเครื่องบินรบช่วยกบฏลิเบีย


เพิ่มเพื่อน    

กองทัพสหรัฐกล่าวหากองทัพรัสเซียว่าส่งเครื่องบินมิก 29 และซู-24 ที่อำพรางเครื่องหมาย 14 ลำ ไปช่วยเหลือกองกำลังฝ่ายกบฏลิเบียและทหารรับจ้างชาวรัสเซียต่อสู้โค่นล้มรัฐบาลลิเบียที่นานาชาติให้การรับรอง ยูเอ็นชี้อาจฝ่าฝืนข้อมติปิดล้อมด้านอาวุธ

    กองกำลังกบฏกองทัพแห่งชาติลิเบีย (แอลเอ็นเอ) ที่นำโดยนายพลคาลิฟา ฮัฟตาร์ กำลังสู้รบเพื่อแย่งชิงอำนาจจากรัฐบาลข้อตกลงแห่งชาติ (จีเอ็นเอ) ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้การรับรอง ฝ่ายของฮัฟตาร์มีรัสเซียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้การหนุนหลัง ส่วนจีเอ็นเอได้ตุรกีสนับสนุน

    เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้กองกำลังของฮัฟตาร์เพลี่ยงพล้ำจากความพยายามรุกโจมตีเพื่อยึดกรุงตริโปลีจากจีเอ็นเอ ที่ได้ระบบโดรนและการป้องกันภัยทางอากาศของตุรกีช่วยให้เอาชนะฝ่ายกบฏได้หลายครั้ง นายกเทศมนตรีตริโปลีเผยว่า ทหารรับจ้างชาวรัสเซียทิ้งแนวรบชานกรุง อพยพลงใต้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    เมื่อวันอังคาร กองบัญชาการแอฟริกาของกองทัพสหรัฐกล่าวว่า พวกเขาประเมินว่ารัสเซียได้ส่งเครื่องบินรบเข้าสู่ลิเบียผ่านทางซีเรีย เพื่อสนับสนุนทหารรับจ้างชาวรัสเซียที่ช่วยแอลเอ็นเอต่อสู้ เครื่องบินเหล่านี้ถูกทาสีใหม่ในซีเรียเพื่อลบเครื่องหมายของกองทัพอากาศรัสเซีย

    จากนั้นในวันพุธ กองทัพสหรัฐทวีตข้อความเป็นชุดว่า เครื่องบินรบของรัสเซียเหล่านี้มีนักบินรัสเซียเป็นคนขับ และมีเครื่องบินขับไล่ของรัสเซียบินตามคุ้มกันมายังลิเบีย บ่งบอกว่ารัฐบาลรัสเซียมีความเกี่ยวข้องในระดับสูง เครื่องบินมิก29 และซู-24 ฝูงนี้มาลงที่เมืองทูบรักในภาคตะวันออกของลิเบีย จากนั้นบินไปยังเมืองจูฟราในภาคกลาง ที่เป็นฐานที่มั่นของแอลเอ็นเอ ซึ่งเครื่องบินทั้ง 14 ลำถูกส่งมอบ

    อาเหม็ด มิสมารี โฆษกของแอลเอ็นเอ ปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐ โดยบอกว่าเป็นข่าวลือและคำโกหก สัปดาห์ที่แล้วเขาเพิ่งประกาศว่า แอลเอ็นเอซ่อมเครื่องบินรบเก่าของลิเบีย 4 และจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหม่

    สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัสเซียรายหนึ่งปฏิเสธเช่นกันว่า รัสเซียไม่ได้ส่งทหารไปลิเบีย และสภาสูงของรัสเซียก็ไม่เคยถูกขอให้อนุมัติการส่งกำลังพลไปที่นั่น

    ด้านสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกยูเอ็น กล่าวว่า ยูเอ็นติดตามรายงานนี้ด้วยความกังวลอย่างยิ่ง ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง จะถือเป็นการละเมิดข้อมติปิดล้อมทางอาวุธต่อลิเบีย ปี 2554 อย่างโจ่งแจ้ง และรังแต่จะทำให้การสู้รบในลิเบียทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนชาวลิเบีย

    ประเทศที่อุดมน้ำมันแห่งนี้ตกสู่ภาวะโกลาหลวุ่นวายหลังจากเผด็จการมูอัมมาร์ กัดดาฟี โดนกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่นาโตหนุนหลัง ลุกฮือโค่นอำนาจเมื่อปี 2554 กองกำลังต่างๆ และฝ่ายบริหารที่เป็นคู่แข่งต่างแย่งชิงอำนาจกันไม่จบสิ้นมานับแต่นั้น.