'จุรินทร์' ร่ายยาว 'เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด' ใช้ตลาดนำการผลิต แก้เศรษฐกิจประเทศ


เพิ่มเพื่อน    

29 พ.ค.63 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบข้ออภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 เป็นพิเศษ วาระเรื่องด่วน เพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 3 ฉบับ สำหรับผลกระทบอันเกิดจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากกรณีที่มีคำถามเกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ว่า จะทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรไทยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ และนำรายได้ให้ประเทศไทยให้ได้มากขึ้นว่า  แม้ประเทศไทยจะประสบกับปัญหาโควิดเหมือนกับหลายประเทศในโลก  แต่กระทรวงพาณิชย์ได้ทำหน้าที่และบทบาทจนทำให้ตัวเลขการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยใช้การส่งออกทั้งแบบออฟไลน์ และแบบออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

กรณีตลาดออฟไลน์ กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียง โดยระบายผัก ผลไม้ไทย ไปยังประเทศจีน นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ เจรจาขอเปิดด่าน หลายด่าน เพื่ออำนวยการส่งออกสินค้าเกษตรไทย ผ่านลาวและเวียดนามไปยังจีนตอนใต้ สามารถเป็นไปอย่างราบรื่น การเจรจาของ ทูตเกษตร ทูตพาณิชย์ไทย และทางการจีน  ทางมาเลเซีย สามารถคลี่คลายปัญหาอุปสรรคในการส่งสินค้าไทยผ่านด่านได้เป็นอย่างดี 

ส่วนตลาดออนไลน์นั้นก็มีบทบาทสำคัญกับการส่งออกผลไม้ไทย โดยในช่วง 2-4 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้วิธีออนไลน์ในการส่งออก ผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ ทั้งจีน อินเดีย อเมริกา กัมพูชา สิงคโปร์ เกาหลี อินโดนีเซีย  เป็นต้น รวมทั้งตนในฐานะ รมว. กระทรวงพาณิชย์ ได้ทำหน้าที่เป็นเซลส์แมนประเทศ ทำการประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนจีนช่วยบริโภคผลไม้ไทย ในช่วงฤดูกาลผลไม้ไทย  ปรากฏว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี 

ส่วนผลไม้ไทยในช่วง 2-4 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้วิธีออนไลน์ในการส่งออก ผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ ทั้งจีน อินเดีย อาเซียน เกาหลี ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และอาฟริกา เป็นต้น โดยการจัดให้จับคู่เจรจา Business Matching ระหว่างผู้ส่งออกไทย 80 บริษัท และผู้นำเข้าต่างประเทศ 50 บริษัท ผ่านระบบออนไลน์ ที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาประเทศไทย สามารถทำเงินให้ประเทศได้ถึง 800 ล้านบาทในวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ช่วงวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมาได้มีการลงนาม MOU ระหว่างผู้ส่งออกไทย-ผู้นำเข้าฮ่องกง และสิงคโปร์ ขายผลไม้อบแห้ง หรือสินค้าทางการเกษตรอื่น และทำรายได้ให้ประเทศถึง 1,000 ล้านบาท ตนในฐานะ รมว. กระทรวงพาณิชย์ ได้ทำหน้าที่เป็นเซลส์แมนประเทศ ด้วยการประชาสัมพันธ์ให้คนจีนทั่วประเทศช่วยบริโภคผลไม้ไทยในช่วงฤดูกาลผลไม้ไทย ในช่วงเทศกาล Thai Fruit Golden Month เดือน พ.ค. – มิ.ย. อย่างไรก็ตามในช่วงเดือน พ.ค.- ก.ค. นี้ แม้ยังไม่สามารถเดินทางไปขายสินค้าในประเทศจีนได้โดยตรง กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมจัดการส่งเสริมการขายใน 9 มณฑลของจีน ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่อง ร่วมกับซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของแต่ละมณฑล 9 มณฑล เพื่อขายทั้งในรูปแบบทั้งออนไลน์ และตลาดออฟไลน์ โดยเฉพาะวานนี้ที่เซียงไฮ้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดการส่งเสริมการขายผลไม้ อาหารเครื่องดื่ม บนแพลตฟอร์ม T-mall ของจีน ภายใต้ชื่อ Global Delicacy Thailand ซึ่งคาดว่าจะช่วยทำยอดขายให้สินค้าเกษตรของไทย รวมทั้งผลไม้และรายการอื่นๆ ไม่น้อย 

ผลจากการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์โดยต่อเนื่อง ได้ช่วยให้สินค้าเกษตรสำคัญของไทย สามารถที่จะมียอดส่งออกเป็นลำดับสำคัญของโลก โดยเฉพาะ ทุกเรียน ไทยส่งออกเป็นลำดับที่ 1 ของโลก มากกว่าฮ่องกง มาเลเซียหลายเท่าตัว เฉพาะเดือน ม.ค.- เม.ย. ภายใต้สถานการณ์โควิดปีนี้ ไทยสามารถส่งออกทุเรียนนำรายได้เข้าประเทศถึง 24,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ส่งออกไปยังตลาดจีน ฮ่องกง และอาเซียน แม้ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่รัฐบาลได้ทำ FTA กับหลายประเทศ ที่ทำให้ภาษีนำเข้าทุเรียนไปยังประเทศผู้ซื้อของไทยเป็นศูนย์ ทำให้ความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมี เนื้อสุกรแช่แข็ง ไทยสามารถส่งออกได้เป็นลำดับที่ 1 ของอาเซียน เฉพาะเดือน ม.ค.- เม.ย. นี้ นำรายได้เข้าประเทศ 1,085 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 672% ตลาดสำคัญมีทั้งฮ่องกง ลาว กัมพูชา เมียนมา และกลุ่มประเทศอาเซียน ทำให้ตัวเลขส่งออกของในภาพรวมของประเทศไทยในช่วงเดือน มี.ค. และ เม.ย. เป็นบวก โดยเดือน มี.ค. +4.17% เม.ย. +2.12% 

รมว. กระทรวงพาณิชย์ กล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดอบรมทักษะออนไลน์ให้กับเยาวชนไทยเพื่อสร้างนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ที่จะขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวง ซึ่งมีการจัดอบรมไปแล้วหลายรุ่นทั่วทุกภาคของประเทศ นอกจากนี้ที่ก้าวหน้าไปกว่านั้นยังมีโครงการอบรมผู้ส่งออกที่ส่งออกอยู่แล้ว แต่ยังขาดทักษะในการส่งออกในระบบการค้าส่งออกแบบออนไลน์ ผ่านโครงการ Young Smart Farmer 196 รายทั่วประเทศ ไปเมื่อวันที่ 13-14 พค. ที่ผ่านมา 

รมว.พาณิชย์กล่าวต่อไปว่า ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกให้ความเห็นแนะนำว่าควรจะได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์รวมทั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในเรื่องของการตลาดและแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ทางการเกษตร เป็นข้อแนะนำที่มีค่ามาก และถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จึงคิดว่าคนไทยทั้งประเทศอยากเห็นเรื่องนี้มานานพอสมควร 

ขณะนี้ทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถือว่าเรื่องการบูรณาการการทำงานร่วมกันเป็นนโยบายสำคัญและถึงขั้นกำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกันที่เป็นรูปธรรมชัดเจนแล้วภายใต้หลักคิดที่ว่า “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” และมีการกำหนดยุทธศาสตร์ที่มีความชัดเจนว่าต่อไปนี้ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” นั้น จะต้องใช้การตลาดนำการผลิตและจะต้องมีการใช้ข้อมูลฐานเดียวกันหรือฐานข้อมูลที่เป็นฐานเดียวกันเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการร่วมกัน 

สำหรับในส่วนของการขนส่งผลผลิตนั้น จะมุ่งเน้นทั้งในเรื่องของตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศตลาดใน โดยพาณิชย์จังหวัดจะต้องร่วมมือกับภาคเอกชนทำหน้าที่เป็นทีมเซลล์แมนจังหวัด เพื่อขายสินค้าให้กับจังหวัดไปยังจังหวัดอื่นๆ ที่เหลือสามารถเป็นที่ระบายสินค้าให้กับจังหวัดที่ตนเองสังกัด ส่วนทูตพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นเซลล์แมนประเทศ เพื่อระบายสินค้าไทยไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วโลกและนอกจากตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ จะมุ่งเน้นทั้งตลาดออฟไลน์และตลาดออนไลน์ และตลาดเกษตรพันธะสัญญา รวมทั้งการ Counter Trade เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปยังตลาดทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ 

สำหรับในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมุ่งเน้นสินค้าทั้งในส่วนของพืช ปศุสัตว์ ประมง และสินค้าเกษตรแปรรูป รวมทั้งสินค้าบริการทางการเกษตร เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมเป็นต้น เพื่อทำรายได้ให้กับภาคเกษตรโดยเฉพาะการมุ่งเน้นเกษตรคุณภาพ เกษตรปลอดภัย และเกษตรรายได้สูง เป็นต้น โดยมีรูปแบบตามที่สมาชิกได้เสนอแนะว่าทำโซนนิ่งซึ่งจัดเป็นหัวข้อย่อย ซึ่งการทำโซนนิ่งที่กระทรวงเกษตรจะได้ดำเนินการต่อไปนั้น จะได้ดำเนินการในเรื่องของเกษตรรวมกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งรวมกลุ่มรายย่อยเข้ามาด้วยกัน สหกรณ์กลุ่มวิสาหกิจการเกษตร หรือกลุ่มเกษตรกร เป็นต้น 

รมว.กระทรวงพาณิชย์กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากรูปแบบเกษตรรวมกลุ่มแล้วก็ต้องใช้เกษตรนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเกษตรเทคโนโลยีและเกษตรพอเพียง ที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับประเทศไทยของเราและสำหรับโลกต่อไปในอนาคต ดังนั้นจากที่เพื่อนสมาชิก ส.ส. ได้ให้การแนะนำนั้น ก็ได้ส่งให้กระทรวงเกษตรฯ และก็ได้ดำเนินการจัดทำหลักคิดที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งจะได้เริ่มดำเนินการถัดจากนี้ไปภายใต้นโยบายรัฐบาลต่อไป


มีคนถาม........ กับเรื่องเหลวไหลไร้สาระ, นินทาว่าร้ายต่อกัน ทำไมสื่อจึงชอบนำเสนอ? ไม่เสนอเฉยๆ บางที ทำตัวเป็นบ่างช่างยุ เอาความทางนี้ ไปบอกทางโน้น "เสี้ยมให้ชนกัน" แล้วเก็บกากอารมณ์แต่ละฝ่ายปั่นเป็นข่าวขายความมันทางสะใจ

ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด