เตรียมกดปุ่ม งบ4แสนล้าน ระวัง อย่าให้เหลือบมาสูบ


เพิ่มเพื่อน    

      หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรใช้เวลา 5 วัน 4 คืน ในช่วง 27-31 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ ส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ผลัดเปลี่ยนกันอภิปรายพระราชกำหนดที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผลักดันออกมา เพื่อรองรับการแก้ปัญหาวิกฤติไวรัสโควิด-19 จำนวน 3 ฉบับ โดยเนื้อหาการอภิปรายของ ส.ส.ทั้งปีกฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหลายคน ก็มีเนื้อหาสาระและข้อเสนอแนะ-ข้อท้วงติงที่เป็นประโยชน์ไม่น้อย หากรัฐบาลจะรับไปพิจารณาเช่นเดียวกับการชี้แจงจากฝ่ายรัฐบาล ก็ทำให้เห็นถึงทิศทาง-ท่าทีของฝ่ายรัฐบาลในการเตรียมใช้เงินตาม พ.ร.ก.ทั้งสามฉบับร่วม 1.9 ล้านล้านบาทหลังจากนี้ได้เป็นอย่างดี จนสุดท้ายที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ก็ลงมติอนุมัติพระราชกำหนดจำนวน 3 ฉบับไปแบบฉลุย เสียงท่วมท้น ตามผลดังนี้

      1.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ

      ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 274 คะแนน โดยไม่มีการลงมติไม่เห็นด้วย แต่มี ส.ส.ใช้สิทธิงดออกเสียงจำนวน 207 คน

        2.พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดฯ

      ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 275 คะแนน ไม่เห็นด้วย 1 คะแนน งดออกเสียง 205 คะแนน

      3.พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศฯ

      ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 274 คะแนน ไม่เห็นด้วย 195 คะแนน งดออกเสียง 12 คน

      และตามคิว ที่ประชุมวุฒิสภาสัปดาห์นี้ ก็จะรับไม้ต่อจากสภา โดยนำ พ.ร.ก.ทั้งสามฉบับมาพิจารณาต่อทันที ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ส.ว.จะลงมติเห็นชอบแบบท่วมท้น

      อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ก็คือ การใช้เงินของรัฐบาล โดยเฉพาะ "เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท" ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ ที่แบ่งงบประมาณออกเป็น 3 ก้อน คือ ส่วนแรก 45,000 ล้านบาท เป็นงบเพื่อใช้ในด้านสาธารณสุข ส่วนอีก 500,000 ล้านบาท เป็นงบที่กันไว้เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับกระทบในด้านต่างๆ จากวิกฤติโควิดฯ

      และก้อนที่สามที่เป็นงบสำคัญ นั่นก็คือ "งบ 400,000 ล้านบาท" เป็นงบเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะมีการ "แบ่งเค้ก" เกิดขึ้น เห็นได้จากการอภิปรายของ ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างก็อภิปรายงบในส่วนนี้มากที่สุด จนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องชี้แจงเรื่องกรอบการใช้เงินดังกล่าวกลางที่ประชุมสภา และในการให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยก่อนที่สภาจะลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.ทั้งสามฉบับ พลเอกประยุทธ์ก็ย้ำประเด็นนี้อีกรอบ

      "ที่เราเตรียมมาตรการฟื้นฟู 4 แสนล้านบาท เงินจำนวนนี้ถ้ามองดูแล้วเหมือนจะใหญ่โตมโหฬาร หอมหวาน ผมไม่เคยสบายใจ ไม่ว่าจะเงินเท่าไหร่ก็ตาม เพราะมันมีปัญหาแน่นอนในเรื่องการบริหารจัดการ อย่างที่ท่านเป็นห่วง ผมก็ห่วง ผมยินดีให้มีการตรวจสอบทุกประการ หลายคนหาว่าผมจะไม่ให้ตรวจสอบ แต่ผมถือว่าเงินกู้ดังกล่าวคือเงินแผ่นดิน ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญสามารถตรวจสอบการใช้เงินกู้ดังกล่าวได้ เช่นเดียวกับการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน ประชาชนก็สามารถตรวจสอบได้" นายกฯ ระบุกลางห้องประชุมสภา

      หลังก่อนหน้านี้ ส.ส.ฝ่ายค้าน พิจารณ์ เชาวัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายอ้างว่า งบ 4 แสนล้านบาทดังกล่าวได้กันไว้ให้ ส.ส. 80 ล้านบาท ผ่านทางจังหวัด โดย ส.ส.เข้าไปชี้ กำหนด 80 ล้านบาทจะนำไปใช้ในโครงการอะไร นำมาซึ่งเงินทอน หัวคิว และเอื้อผลประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง และเชื่อว่างบ 4 แสนล้านที่จะสร้างความยั่งยืน สร้างงานให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น จะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของมัน จะไม่ใช่โครงการของประชาชน แต่จะสร้างความมั่นคง สร้างความยั่งยืนให้แก่นักการเมือง

      ขณะที่ก่อนหน้านี้ ประมนต์ สุธีวงศ์-สมาชิกวุฒิสภาและประธานมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) แสดงความเป็นห่วงว่า การที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการประจำ ก็อาจทำให้มีโอกาสที่จะถูกผู้มีอำนาจ หรือว่านักการเมืองมากดดัน แล้วตัวเองจะทนไม่ไหว จึงต้องการให้มีการตรวจสอบการอนุมัติโครงการอย่างเข้มข้น เพื่อให้การใช้เงินเกิดประโยชน์จริงๆ ไม่มีตกหล่น ไม่ถูกเหลือบมาสูบ

      เสียงเตือน-ข้อเสนอแนะต่างๆ หากรัฐบาล โดยเฉพาะ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตั้งการ์ดไว้สูง มีการป้องกันเต็มที่ มีการวางระเบียบการตรวจสอบการใช้เงินอย่างรัดกุม เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่การเสนอโครงการ-อนุมัติเงิน ก็น่าจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่งว่าเงินทุกบาทจะไม่เกิดการรั่วไหล เพราะหากเกิดผิดพลาดอะไรขึ้นมา โดยรัฐบาลไม่ป้องกันไว้ก่อน ผลที่ตามมาจะสั่นสะเทือนต่อรัฐบาลในระดับรุนแรงแน่นอน.


เนี่ย.......... ด้วยตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล"! ถ้าจะตำหนิ "นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ก็ต้องตำหนิกันในเรื่องนี้แหละ คือเรื่องการใช้มาตรการควบคุมโควิดกับบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศช่วงนี้

'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'