ยื่นเพิกถอนไม่อุทธรณ์โอ๊ค จ่อร้องปปช.ฟันคนลงนาม


เพิ่มเพื่อน    

      พลังธรรมใหม่ยื่นศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่งอัยการสูงสุดไม่อุทธรณ์คดี "โอ๊ค" ฟอกเงิน ระบุองค์คณะ 1 ใน 2 เห็นว่ามีความผิดกับดีเอสไอให้สู้ต่อ บวกกับเสียงของสังคมที่เคลือบแคลงสงสัย บี้ อสส.ทบทวนได้เหมือนเคส "อรรถพล" สั่งทบทวนคดีสั่งไม่ฟ้องทักษิณคดีก่อการร้าย ขู่ยื่น ป.ป.ช.ฟันผู้ลงนามผิด ม.157 
      ที่ศาลปกครอง นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ เข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของอัยการสูงสุดที่ไม่อุทธรณ์คดีดำหมายเลข อท.245/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คดีกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน 10 ล้านบาท ที่ธนาคารกรุงไทยอนุมัติสินเชื่อให้เครือกฤษดามหานคร
    โดยนายจาตุรันต์กล่าวว่า คดีนี้ประชาชนและสังคมยังเคลือบแคลงสงสัยถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด จากการที่ไม่สั่งอุทธรณ์คดีการฟอกเงินของนายพานทองแท้ ชินวัตร ซึ่งเส้นตามกระบวนการยุติธรรมยังสามารถเดินต่อไปได้ตามกระบวนการคือการอุทธรณ์ และสิ่งที่สูงสุดคือการฎีกา แต่เมื่อศาลตัดสินยกฟ้อง โดยมีผู้พิพากษา 2 ท่านเป็นองค์คณะ 1 ท่านเห็นควรไม่ผิด แต่อีก 1 ท่านเห็นควรให้นายพานทองแท้มีความผิด ดังนั้นสิ่งที่อัยการต้องทำคือดำเนินการอุทธรณ์ต่อตามความเห็นของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นเจ้าของคดี แต่สุดท้ายแล้วอัยการสูงสุดมีความเห็นไปทางที่สังคมเกิดความสงสัย เกิดความเคลือบแคลงถึงการใช้ดุลพินิจในการทำหน้าที่ว่าอยู่บนรากฐานของความสมเหตุสมผลหรือไม่
    นายจาตุรันต์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงานอัยการสูงสุดก็ได้มีการยื่นขยายเวลาการอุทธรณ์ออกไป จนสุดท้ายเป็นครั้งที่ 6 และสุดท้ายศาลได้อนุญาตให้ขยายเวลาการอุทธรณ์จนถึงวันที่ 25 มิ.ย.2563 ซึ่งยังเหลือเวลาอีกหลายวัน ฉะนั้นสิ่งที่ได้มายื่นให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งที่ไม่อุทธรณ์ในครั้งนี้ ว่าทางอัยการสูงสุดอาจจะได้พิจารณาอย่างไม่สมเหตุสมผล และไม่อยู่บนพื้นฐานของกระบวนการกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ยืนยันว่าอัยการสูงสุดยังสามารถทบทวนได้แน่นอน ยกตัวอย่างเช่นครั้งหนึ่งในสมัยของอัยการอรรถพล ใหญ่สว่าง ที่เคยตั้งคณะทำงานขึ้นมาทบทวนในกรณีของนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ในกรณีการก่อการร้าย ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ท่านยังได้มีโอกาสในการทบทวน และสิ่งที่ตั้งคำถามก็คือว่าท่านยังมีเวลาทบทวนอีกหลายวัน 1 เดือนที่ศาลขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์ให้เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ที่ท่านจะสามารถดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างที่สังคมและพี่น้องประชาชนอยากเห็น
    “หลักฐานสำคัญที่สุดคงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของความเห็นของดีเอสไอ ซึ่งเป็นหนึ่งเสียงที่เห็นให้สู้ต่อ อีกหนึ่งเสียงคือคำพิพากษาของผู้พิพากษาอีกท่านหนึ่งที่มีความเห็นว่านายพานทองแท้ทำผิด และอีกหนึ่งเสียงสำคัญมากที่สุด คิดว่าเป็นอีกหนึ่งเสียงของสังคมและพี่น้องประชาชน เท่ากับว่าตอนนี้ 3:1 เสียง ถ้าจะมองในมุมหลักรัฐศาสตร์ เป็น 3:1 เสียงที่สำนักงานอัยการสูงสุดควรจะมีความเห็นสั่งอุทธรณ์ในคดีนี้” 
    นายจาตุรันต์กล่าวด้วยว่า การยื่นเรื่องในวันนี้ตอนแรกตั้งใจจะยื่นขอไต่สวนฉุกเฉิน แต่คิดว่าน่าจะให้ศาลได้มีเวลาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และเป็นไปตามกระบวนการ นอกจากนี้ กำลังพิจารณาว่าจะไปยื่น ป.ป.ช.เพิ่มเติม อย่างที่ครั้งหนึ่งตนเคยไปยื่น ป.ป.ช.ในคดีของนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ในมาตรา 157 ก็กำลังพิจารณาในข้อกฎหมายอยู่ ว่าผู้ที่ลงนาม รองอัยการสูงสุดคนที่ 1 ลงนามโดยชอบธรรมตามกฎหมายหรือไม่ ตอนนี้กำลังหาหลักฐานอยู่ โดยที่ท่านอัยการสูงสุดที่อ้างว่าไปราชการ ไปราชการจริงหรือไม่ กำลังตั้งข้อสงสัยกันอยู่.