สหรัฐวิกฤติ'ทรัมป์'จ่อใช้ทหารปราบ


เพิ่มเพื่อน    


    ไฟยังร้อนแรงไม่พอ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เติมเชื้อด้วยการขู่ใช้กำลังทหาร ก่อนให้ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ชุมนุมอย่างสันติหน้าทำเนียบขาว เปิดทางให้พาหมู่คณะไปถ่ายรูปหน้าโบสถ์ที่โดนมือดีทำลาย จลาจลปล้นสะดมเกิดซ้ำในนิวยอร์กและแอลเอคืนวันจันทร์ ตำรวจโดนยิงบาดเจ็บ 4 นายที่เมืองเซนต์หลุยส์
    การชุมนุมประท้วงในสหรัฐอเมริกาผ่านมาครบ 1 สัปดาห์แล้วนับตั้งแต่จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำวัย  46 ปีเสียชีวิต ภายหลังเขาโดนตำรวจเมืองมินนิแอโพลิสควบคุมตัวโดยใช้เข่ากดคอนานเกือบ 9 นาที เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563 ภาพเหตุการณ์ที่มีผู้ถ่ายวิดีโอไว้ได้ก่อความโกรธแค้นไปทั่วสหรัฐอเมริกาและลุกลามไปอีกหลายประเทศ หลายสิบเมืองเผชิญการประท้วงรุนแรงก่อความไม่สงบครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปี รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2563 ระบุว่า มีมากกว่า 40 เมืองแล้วที่ประกาศเคอร์ฟิว และมี 23 มลรัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่รัฐบาลท้องถิ่นระดมกำลังทหารกองหนุนหน่วยเนชันแนลการ์ด
    เอเอฟพีกล่าวว่า เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ในทำเนียบขาวเมื่อสุดสัปดาห์ ทวีตโจมตีคู่แข่งทางการเมืองและสื่อมวลชน แถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาว  ประกาศกร้าวว่าเขาจะส่งทหารติดอาวุธหนักนับพันนับหมื่นนายออกปราบปรามการประท้วงรุนแรงก่อจลาจลปล้นสะดมวางเพลิง และขู่จะวางกำลังทหารในรัฐต่างๆ ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
    "ผมกำลังส่งทหารติดอาวุธหนักนับพันนับหมื่นนาย พวกเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพื่อหยุดการก่อจลาจล ปล้นสะดม สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกาย และการทำลายล้างสมบัติพัสถาน" ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากล่าว และยังประณามการก่อความไม่สงบในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อคืนวันอาทิตย์ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าการรัฐทั้งหลายควบคุมสถานการณ์ให้ได้ "ถ้าเมืองหรือรัฐปฏิเสธที่จะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผมก็จะส่งกำลังทหารสหรัฐอเมริกามาวางกำลังและแก้ไขปัญหาแทนพวกเขาอย่างรวดเร็ว"
    ระหว่างที่ทรัมป์แถลงนั้น ที่ด้านนอกทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายซึ่งรวมถึงสารวัตรทหาร ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อขับไล่ผู้ชุมนุมประท้วงอย่างสันติ เพื่อให้ทรัมป์สามารถเดินข้ามถนนจากทำเนียบขาวไปยังวิหารเซนต์จอห์น ซึ่งโดนผู้ประท้วงพ่นข้อความเปรอะเปื้อนและได้รับความเสียหายบางส่วนจากการวางเพลิงเมื่อคืนวันอาทิตย์ ที่ด้านหน้าโบสถ์ ทรัมป์ยืนถือคัมภีร์ไบเบิลหน้าเคร่งเครียดประกาศว่า "เรามีประเทศที่ยิ่งใหญ่" จากนั้นเขาถ่ายภาพร่วมกับอีวานกา ลูกสาว และวิลเลียม บาร์ รัฐมนตรียุติธรรม
    คำขู่และการแสดงออกของทรัมป์ล่าสุดถูกวิจารณ์ว่ายิ่งเพิ่มความขัดแย้งและกระตุ้นความโกรธแค้น  ไมเคิล เคอร์รี หัวหน้าบาทหลวงเขตวอชิงตัน ดี.ซี. ตำหนิทรัมป์ว่าใช้โบสถ์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้เป็นฉากถ่ายรูป "การกระทำเช่นนั้น เป็นการที่เขาใช้อาคารโบสถ์และพระคัมภีร์ไบเบิลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองของพวกเดียวกัน" บิชอปท่านนี้ทวีต
    อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต คู่แข่งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับทรัมป์เดือนพฤศจิกายนนี้ ทวีตตำหนิทรัมป์เช่นกันว่า "เขากำลังใช้ทหารอเมริกันกับประชาชนชาวอเมริกัน" และ  "เขาใช้แก๊สน้ำตาใส่ผู้ที่ประท้วงอย่างสันติ และยิงกระสุนยาง เพื่อถ่ายรูปเนี่ยนะ เห็นแก่ลูกหลาน เห็นแก่จิตวิญญาณแท้จริงของประเทศเรา เราต้องเอาชนะเขา" 
    แม้ทรัมป์จะใช้วาทกรรมดุดันแต่การชุมนุมประท้วงในเมืองใหญ่ๆ เมื่อวันจันทร์เป็นไปอย่างสันติเป็นส่วนใหญ่ แต่มีรายงานการปล้นสะดมร้านค้าในนครแมนฮัตตันของนิวยอร์ก และเมืองฮอลลีวูดของนครลอสแองเจลีส แม้จะมีเคอร์ฟิวก็ตาม ทำให้ผู้ว่าการรัฐต้องขยับเวลาเคอร์ฟิวให้เร็วขึ้น 3 ชั่วโมงเป็นตั้งแต่ 2 ทุ่มในวันอังคาร และยังมีการปะทะกับตำรวจที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ซึ่งตำรวจโดนยิงบาดเจ็บ 4 นาย แต่ไม่มีใครอาการหนักถึงขั้นเสียชีวิต
    จอห์น เฮย์เดน ผู้บังคับการตำรวจเซนต์หลุยส์ แถลงเมื่อเช้าวันอังคารว่า ตำรวจ 2 นายโดนยิงที่ขา  หนึ่งนายโดนที่เท้า และอีกนายโดนยิงที่แขน ตำรวจเหล่านี้โดนยิงขณะยืนอยู่ในแถวของตำรวจและยังไม่ชัดเจนว่ามือปืนมีกี่คน ตำรวจยังไม่ได้จับกุมใคร เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นหลังการประท้วงอย่างสันติในช่วงบ่าย แต่แล้วหลังจากนั้นมีคนไม่กี่ร้อยคนออกปล้นสะดม ขว้างปาก้อนอิฐและประทัดใส่ตำรวจที่ตอบโต้ด้วยอาวุธ "ฟลอยด์โดนฆ่าตายที่อื่น แต่คนพวกนี้กำลังทำลายเมืองทั่วประเทศเป็นเสี่ยงๆ" นายตำรวจผู้นี้กล่าวด้วยความสะเทือนอารมณ์
    ผลการชันสูตรศพโดยผู้เชี่ยวชาญตามที่ครอบครัวฟลอยด์ร้องขอบ่งชี้ว่า เขาเสียชีวิตเพราะภาวะขาดอากาศหายใจ การตายของเขาเป็นการฆาตกรรม ขณะที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของเมืองเฮนเนพินเปิดเผยรายงานอย่างเป็นทางการเช่นกัน ระบุสาเหตุการตายว่าเกิดจากการกดลำคอทำให้ขาดอากาศหายใจ แต่ก็ยังระบุด้วยว่าในร่างกายของเขามีภาวะเป็นพิษจากเฟนทานิลและการใช้เมทแอมเฟตามีน  บวกกับมีปัญหาทางหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งแสดงอาการระหว่างโดนควบคุมตัว
    ดีเร็ก โชวิน ตำรวจผิวขาวที่ใช้เข่ากดลำคอฟลอยด์แม้เขาร้องบอกว่าหายใจไม่ออก ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา เขาจะถูกส่งตัวขึ้นศาลวันที่ 8 มิถุนายน ส่วนพิธีศพของฟลอยด์จะจัดที่เมืองฮุสตัน  รัฐเทกซัส วันที่ 9 มิถุนายน.