"มายาประชาธิปไตยเลือกตั้ง"


เพิ่มเพื่อน    

    ตลาดข่าววันนี้.......
    ยังคงเซ็งแซ่อยู่กับเรื่องศึกชิงตำแหน่ง "เจ้าสำนัก" พลังประชารัฐ 
    ระหว่างทีมบุ๋น "สมคิด-อุตตม-สนธิรัตน์"
    กับทีมบู๊ "พลเอกประวิตร-สุริยะ-สมศักดิ์"
    ส่วนนายกฯ "พลเอกประยุทธ์" วางตัวอยู่ในตำแหน่ง "ดารารับเชิญ" เรื่องในพรรคไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรื่องบริหารประเทศนอกพรรค
    ทุกคนถามเป็นเสียงเดียวกันว่า.......
    "แล้วเรื่องนี้จะจบยังไง?"
    ประชุมเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่แล้ว "ทีมบู๊" จะยกทีมเข้ามายึดพรรค หรือบู๊+บุ๋น "ผสมทีม" ถ้อยที-ถ้อยอาศัย ร่วมกันเป็น กก.บห.?
    นั่นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับว่า แล้วใครจะเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาฯ พรรค พลเอกประวิตร หรือจะยังเป็นอุตตมเหมือนเดิม?
    หรือหารแบ่ง หัวหน้าพรรคจากทีมหนึ่ง เลขาฯ พรรคจากอีกทีมหนึ่ง คือถ้าพลเอกประวิตรเป็นหัวหน้า เลขาฯ ก็ต้องทีมสมคิด
    แต่ถ้านายอุตตมเป็นหัวหน้าพรรคคงเดิม เลขาฯ พรรคก็ต้องมาจากทีมพลเอกประวิตร 
    พูดถึงพลเอกประวิตร มีตำแหน่งเดียวในพรรคที่เหมาะสมสำหรับท่านที่สุด คือตำแหน่ง Super Spreader ซึ่งลงตัวที่สุด
    ตำแหน่งนายกฯ นั้น เมื่อก่อน "คิดแน่"
    แต่เดี๋ยวนี้ ผมว่า "ไม่แล้ว"
    คือ ยังไงๆ ก็ (เอื้อม) ไม่ถึง!
    ส่วนตำแหน่งหัวหน้า, เลขาฯ นั้น ทุกอย่างน้อยอยู่แล้ว ทั้งอายุและเส้นผม จะเอาเหามาเกาะให้คันคะเยอ ให้คนหัวเราะทำไม?
    พูดกันตรงๆ พลเอกประวิตร ท่านอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิตจนเลยตำแหน่งหัวหน้าพรรคไปแล้ว
    ขึ้นหิ้ง "พี่ใหญ่" อยู่ในฐานะ Super Spreader ดำรงพระคุณ คอยดูแลน้องๆ นุ่งๆ ลูกๆ หลานๆ ในพรรค ช่วยนายกฯ แบกหามงานบ้าน-งานเมืองให้เรืองรุ่ง
    นั่นแหละ ที่ ๓ โลก จะเปลี่ยนนินทาเป็นสรรเสริญ 
    และยกพลเอกประวิตรขึ้นที่สูง ไปอยู่ในฐานะ "ปูชนียบุคคล" แห่งตระกูลบูรพาพยัคฆ์!
    การเมืองอุดมคติ เป็นมายาประชาธิปไตย สังคมคนหมู่หนึ่ง สร้างขึ้นเพื่อใช้หลอกล่อทางปกครองเพื่อการควบคุม
    ในโลกเป็นจริง "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" หรือระบบไหนๆ ก็ตาม มันไม่มีรูปธรรม-นามธรรมลงตัว ในสังคมสัตว์มนุษย์
    ก็เห็นตำตาที่สหรัฐฯ ขณะนี้ "ประชาธิปไตย" มันมีอยู่จริงมั้ยล่ะ? 
    มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือ "สังคมอำนาจทุน" ยุคหนึ่ง-สมัยหนึ่ง 
    เมื่อถึงจุดของมันแล้ว ประชาธิปไตยมายา มันก็จะฟ้องตัวมันเอง ว่าในโลกนี้ ประชาธิปไตยจริงๆ ไม่มี แค่เชือกมนิลาร้อยจมูก
    จากจุดพีก "สังคมทุน" ก็ถึงจุดพัง! 
    คำสั่งทรัมป์ "The looting starts the shooting starts"
    คือจริงที่ยืนยันเชือกมนิลา "ประชาธิปไตยร้อยจมูก" ในมิติสังคมโง่หลอกสังคมที่โง่กว่าเป็นวงกลม
    สีผิวในสังคมอเมริกัน เป็นเพียงเชื้อปะทุให้ผู้คนบ้าคลั่งลุกฮือในสหรัฐ
    ความอดอยาก การไม่มีงานทำ การไม่มีระบบสาธารณสุขของรัฐบาลประชาธิปไตยอย่างสหรัฐฯ พัฒนาสุด แต่ด้อยสุด ปล่อยให้คนป่วยเป็นล้าน ตายเป็นแสน ด้วยโรคระบาด
    นั่นตะหาก บัดสีอัปยศชนชั้นอเมริกันชน ป่วย-ตาย ด้วยประชาธิปไตยเปลือยเปลือก คือรากเหง้าต้นเหตุ ที่มันฟ้องว่า
    ในที่สุด ............
    ประชาธิปไตยมายา ก็พาประชาชนไปตายคาระบบ "สังคมทุน" สุดทางของมันแล้วคือล้มเหลวในลวง!
    นี่........
    สังคมจริง-สังคมมายา เป็นภาพเหลื่อมซ้อนหลอกตาเช่นนี้ การเมืองไทยหรือที่ไหนก็ไม่ต่างกัน
    เมื่อไม่ต่าง ถ้าอยากจะหาคำตอบจริงในความลงตัวของพรรคประชารัฐ ก่อนอื่นก็ต้องตอบกับตัวเองก่อนว่า
    "พลังประชารัฐ" ใครเป็นเจ้าของ?
    พลเอกประวิตร นายสมคิด นายอุตตม นายสุริยะ หรือใคร ทุกคนยากตอบได้ลงตัว ไม่เหมือนพรรคเพื่อไทย จะยักเยื้องยังไง ทุกคนรู้ "ทักษิณเจ้าของ"
    "พรรคพลังประชารัฐ" ไม่มีเจ้าของเจ้าเดียว เท่าที่ดู เหล่าเทวดาขาเล็ก-ขาใหญ่ ต่างเหาะลงมาชุมนุมรวมกัน
    ตอนยังไม่มีอะไร ทุกอย่างมันก็ง่าย เหมือนคนจน มีปลาทูตัวเดียว แบ่งคนละซีกได้
    แต่พอเป็นพรรครัฐบาล รวยร้อยล้าน จะแบ่งคนละ ๕๐ ล้านเหมือนแบ่งปลาทู มันยากแล้ว!
    ในความเป็นพรรค "เทวดาชุมนุม" เมื่อเริ่มมีฤทธิ์ ไม่วันนี้แตก พรุ่งนี้ก็ต้องแตก 
    แตกเพราะ "เครื่องเซ่น"!
    เทวดากับเครื่องเซ่นเป็นของคู่กัน ฉันใด ส.ส.กับงบดูแลก็เป็นของคู่กัน ฉันนั้น
    แต่เทวดาจะเสวยเครื่องเซ่นแบบมีจรรยาบรรณเทพ เรียกว่า "ฉลองศรัทธา" ที่เขาถวายเป็นพิธี จึงไม่เป็นปัญหา
    ตรงข้ามกับ ส.ส.ที่เป็นปัญหา ก็จะมาจากขาดเครื่องเซ่น หรือเครื่องเซ่นไม่เต็มพิกัด
    ในความที่เป็นพรรคไม่มีเจ้าของชัดเจน ความกะพร่อง-กะแพร่งเครื่องเซ่นจึงเกี่ยงเกิดเป็นปัญหา
    ฉะนั้น เมื่อดูสมุฏฐานแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงใครอยาก-ไม่อยากเป็นหัวหน้าพรรค
    มันอยู่ตรง "ใครจะจัดเครื่องเซ่น" ได้เป็นที่พอใจเหล่าเทพ ซึ่งคนไหนตอบโจทย์ตรงนี้ได้ คนนั้นก็ใช่ในทัศนะขาใหญ่-ขาเล็กที่มาชุมนุมเป็นพรรคขณะหนึ่ง คือขณะนี้
    อันที่จริง ตามธรรมเนียมปฏิบัติ หัวหน้าพรรคจะวางตัวเหมือนสมภาร ไม่เชือดไก่กินเอง
    คนเป็นเลขาฯ ที่เรียกว่า "แม่บ้าน" นั่นแหละ จะเป็นทั้งคนจัดเครื่องเซ่น และคนเชือดไก่มาแกงใส่สำรับไปเสิร์ฟหัวหน้าพรรคอีกที
    นี่มันเป็นสูตรผักชีโรยหน้าการเมืองอุดมคติ 
    ซึ่งมันก็แปลก.....
    คนไม่ค่อยกินผักชี แต่ถ้าตักต้ม-ตักแกงมา ไม่มีผักชีโรย ดูมันไม่มีสีสันชวนกินซะเลย!
    ประชาธิปไตยเลือกตั้ง "ระบบพรรค" มันก็เช่นนี้ โลกจริง มันห่อหุ้มด้วยโลกลวงเสมอ 
    ก็ดูสิ แม้แต่มังสวิรัติ ไม่กินเนื้อสัตว์ ก็ยังเอาแป้งปั้นรูปสัตว์ รู้ทั้งรู้ว่าหลอก ก็ยังหลอกตัวเอง เพื่ออร่อย
    ก็ถึงคำตอบ ใครจะเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป?
    ป้อมหรือ อุตตมหรือ.......
    หรือคนกลางอย่าง "พลเอกอนุพงษ์" ท่านก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค 
    สรุปตามโจทย์ "ใครก็ได้" ที่ไม่ใช่พลเอกประวิตรในตำแหน่งหัวหน้าพรรค ถ้าเข้าใจระบบเครื่องเซ่น!
    ที่ไม่อยากให้พลเอกประวิตรเป็นหัวหน้า ไม่ใช่รังเกียจ หากแต่หวังดีกับท่าน 
    คงไม่ต้องบอก ว่าถ้าท่านเป็นหัวหน้า ประชารัฐจะเป็นแดนห่ากระสุนตกขนาดไหน?
    ที่สำคัญ เด็ดดอกหญ้าสะเทือนถึงดวงดาวเป็นยังไง พลเอกประวิตรขึ้นเป็นหัวหน้า จะรู้ทันที
    รู้ผ่านศรัทธารัฐบาล โดยเฉพาะในตัวนายกฯ ประยุทธ์ ที่ทะรูด-ทะราด ชนิดฉุดไม่อยู่!
    แต่การเปลี่ยนหัวหน้าพรรคแบบโฉ่งฉ่างไร้รสนิยมและไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชนที่เป็นแฟนๆ เช่นนี้
    เป็นคนละเรื่อง (เดียวกัน) กับความเจริญ-ความเสื่อมของรัฐบาล
    ปรับเปลี่ยนในพรรค เป็นเรื่องภายในพรรค
    แต่วันไหน พรรคนำการเปลี่ยนตัวในพรรคไปสู่การเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีนั่นแหละ
    จะเป็นส่วนรวมทั้งในและนอกพรรคทันที และตัวบุคคลที่เข้ากับออกนั้น จะเป็นตัวชี้ขาดว่า พรรคแตก=รัฐบาลแตกหรือไม่?
    นี่คือ "ด่านแรก" บ่งบอกอนาคตรัฐบาล
    ที่บ่งบอกอนาคตพรรคพลังประชารัฐ เป็นด่านที่ ๒ ก็ต้องดูว่า ที่รัฐบาลพังเพราะเหตุจากพรรคใช่หรือไม่?
    ถ้าไม่ใช่...ก็ไปต่อ
    ถ้าใช่...เลือกตั้งใหม่ ก็ไปตาย!.