'จตุพร' ชี้ '3 ป' ในพปชร.แข็งแกร่งลงตัวมาก เชื่อ 4 กุมารออกก็ไม่ก่อแรงกระเพื่อม


เพิ่มเพื่อน    

3 มิ.ย.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊คไลฟ์ PEACETALK กล่าวถึงการเมืองปัญหาความวุ่นวายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ถ้าชำแหละกลุ่มในพรรคแล้ว แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักสำคัญ คือ กลุ่ม 3 ป. ซึ่งเป็นกลุ่มที่ประสบความสำแร็จในทางการเมืองมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มเทคโนเครตของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค โดยกลุ่มนี้ครอบครองตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญในกระทรวงใหญ่เป็นหลัก คือ คลังและพลังงาน และกลุ่มสุดท้ายเป็นพวกนักการเมือง ที่มีความจำเป็นในเชิงจำนวน ส.ส.ไว้เป็นฐานที่มั่น

ในส่วนของนักเทคโนเครต ซึ่งวางบทบาทให้ไปตั้งพรรค แต่เมื่อ รธน. 2560 กำหนดให้รัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ลงเลือกตั้ง จึงทำให้เกิดอาการขาลอย ไม่ได้เป็น ส.ส. ขาดความสัมผัสกับประชาชนในพื้นที่ แต่มีตำแหน่งคุมพรรค พปชร. ดังนั้น กลุ่มนี้จึงไปไม่ได้กับกลุ่มนักการเมือง ซึ่งยังวุ่นและมีความสัมผัสกับประชาชนพื้นที่ ส.ส.ตลอดเวลา

สภาพการทางการเมืองภายใน พปชร.นั้น เมื่อนักการเมืองห่างการบริหารงานรัฐบาล จึงทำให้เกิดอาการรีบร้อนเข้าสู่ตำแหน่ง เพราะการรอไปเรื่อยๆจะเกิดความกระวนกระวายใจ และไม่แน่นอน ดังนั้นจึงต้องปรับโครงสร้างพรรคใหม่เพื่อแต่งตัวไปสู่ด่านสำคัญต่อไป ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่คือการปรับ ครม. จะยิ่งเกิดความวุ่นวายขึ้น แต่การปรับโครงสร้างในพรรคเป็นกสานแต่งตัว

“ดังนั้น การปรับ พปชร.ให้เกิดการกระทบน้อยที่สุด คือ กลุ่มเทคโนเครตจึงถูกรุกให้เอาออก เพื่อจะเกิดตำแหน่งรัฐมนตรีว่างลง และเปิดโอกาสให้นักการเมืองที่จ่อได้ตำแหน่งรัฐมนตรีเข้ามาแทนที่”

นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าปรับกลุ่มเทคโนเครตออกจากพรรค คงไม่มีแรงกระเพื่อมกับพรรค ส่วนกลุ่ม 3 ป. แห่งบูรพาพยัคฆ์ที่แข็งแกร่ง มีการจัดการเข้มงวด มีความลงตัวอย่างมาก และแบ่งหน้าที่ทางการเมืองอย่างชัดเจน คือ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงภาพทางการเมือง ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี คุมการบริหารจัดการ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา คอยเก็บกวาดปัญหาที่ตกหล่น คอยเกลี่ยให้ลงตัว

“ดังนั้น 3 ป. ไม่มีความขัดแย้งกันเลย ส่วนฝ่าย 4 กุมารหากจะเดินงานการเมืองต่อก็ทำได้ แต่จะมีความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย”