เฟี้ยวฟ้าวโต้กุหวย


เพิ่มเพื่อน    


     รองโฆษก ตร.เผย "บิ๊กแป๊ะ" สั่งตรวจสอบดาราสร้างเรื่องถูกหวยถี่ครั้งละเป็นปึก เพื่อสร้างยอดไลค์ ยอดวิวปั๊มรายได้ รวมทั้งขายวัตถุมงคล หากพบหลอกลวง จะถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงและผิด พ.ร.บ.คอมพ์ "เฟี้ยวฟ้าว" ร่ำไห้โต้ทำแล้วจะได้อะไร ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มาจากการเสี่ยงโชคนำไปทำบุญหมด ซึ่งคนที่กดไลค์ให้ก็คือกัลยาณมิตร
    เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์แฉเบื้องหลังกลโกงดาราเซียนหวย สร้างเรื่องหลอกลวงอ้างถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกงวด ถูกครั้งละหลายใบ และพยายามสร้างเรื่องเกี่ยวกับความแม่นในตัวเลขของตัวเอง จากนั้นก็สร้างรายได้จากยอดไลค์ ยอดวิว รวมไปถึงออกผลิตภัณฑ์วัตถุมงคลมาขายคนที่อยากมีโชคลาภ แต่เบื้องหลังมีทีมงานรับซื้อรางวัลเลขท้ายที่ถูกรางวัล ซื้อเยอะๆ แล้วเอามาโพสต์ลงโซเชียลว่า ในเรื่องของการเสี่ยงโชค ซื้อหวย ซื้อลอตเตอรี่ การเสี่ยงดวง การลุ้นโชครางวัล ถือเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งในเรื่องของความเชื่อหรือการเช่าเครื่องรางต่างๆ ควรพิจารณาอย่างถ่องแท้ก่อนจะตัดสินใจเชื่อ เพราะในบางครั้งท่านอาจถูกหลอกลวงนำมาซึ่งความเสียหายในภายหลังได้ 
    ส่วนในประเด็นที่มีการกล่าวอ้างถึงเรื่องวัตถุมงคลของขลังว่าสามารถช่วยให้ถูกรางวัลต่างๆ ได้นั้น หากต่อมามีการพิสูจน์ทราบว่าเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หลอกลวง หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ การกระทำดังกล่าวในเบื้องต้นอาจจะเข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า หากมีประชาชนหรือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว สามารถรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุหรือใกล้บ้าน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในทุกกองบัญชาการที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงพฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพ การหลอกลวงในลักษณะต่างๆ ฉกฉวยโอกาสกระทำความผิด สร้างความเดือดร้อน และซ้ำเติมประชาชนในช่วงสถานการณ์การเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หากตรวจพบว่ามีการกระทำในลักษณะหลอกลวงประชาชนจริง ก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลมีผู้แสดงความเห็นกันหลากหลาย กรณีมีผู้ออกมาพาดพิงนักแสดงสาวคนดัง อิม อชิตะ ที่เปลี่ยนชื่อเป็น เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้ และขณะนี้หันไปปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง สร้างข่าวถูกหวยบ่อย โดยมุ่งให้ประชาชนไปซื้อของขลัง 
    ล่าสุด ดาราสาวเฟี้ยวฟ้าวได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองเพื่อพูดคุยกับนักข่าวจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งพร้อมเคลียร์ประเด็นนี้ว่า
    "ตอนนี้หนูอยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พอดีกำลังปฏิบัติธรรม แต่มีคนมาขอสัมภาษณ์ ก็เลยจะพูดเรื่องที่มีข่าวออกมา อย่างเรื่องซื้อลอตเตอรี่มาเซตว่าตัวเองถูกรางวัล อิมพูดตรงๆ เลยว่าอิมทำแบบนั้นเพื่ออะไร อิมอยากให้คนเขียนคอลัมน์คนนั้นออกมาหน่อย มาบอกหน่อยว่าที่บอกว่าอิมซื้อลอตเตอรี่แล้วให้ทีมงานไปซื้อมาอีกมาหลอกลวงกัลยาณมิตรหรือแฟนคลับอิม มีจริงๆ ไหมทีมงานคนนั้น อิมซื้อมาโชว์ได้ประโยชน์อะไรจากอิม คนที่กดไลค์อิมคือกัลยาณมิตรที่เขารักอิมเลยกดไลค์ ไม่ใช่เฟซบุ๊กหรือใครให้เงินจากยอดไลค์ อิมไม่เคยซื้อยอดไลค์ (ร้องไห้) มีแต่ความจริงใจ หนูไม่ใช่ไม่เหนื่อย ไม่ท้อ ยังเป็นมนุษย์อยู่ ข่าวที่ลงไปแต่ละครั้งถ้ามันเป็นความจริง หนูจะไม่เสียใจเลย แต่ที่มีการลงข่าวไปมันเหมือนเป็นการใส่ไฟคนคนนึงที่ศรัทธาพระพุทธเจ้า ที่รักพญานาค ที่รักสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    ดาราสาวกล่าวว่า "สิ่งที่นักข่าวคนนั้นเขียนคอลัมน์ขึ้นมา ที่อิมนั่งอยู่ตรงนี้เป็นสิ่งที่อิมสร้างขึ้นมาให้คนได้กราบไหว้มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ อิมได้ประโยชน์อะไรบ้าง อิมไม่ได้อะไรเลย อิมได้บุญ อิมเอารูปลงแต่ละครั้งอิมไม่เคยอวดว่าเก่งหรือเจ๋ง อิมบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาและอิมเอามาสร้างทุกบาททุกสตางค์ ไม่เคยนำเงินที่ถูกลอตเตอรี่มาใช้แม้แต่บาทเดียว อิมสร้างสิ่งเหล่านี้เพื่อให้กัลยาณมิตรนั้นได้มาปฏิบัติธรรม มีภาวนาและมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ อิมอยากให้คนที่บอกอิมมีทีมงานมาพูดเลยต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตรงนี้ที่อิมอยู่ ว่าอิมจ้างจริงเหรอ แล้วทีมงานคนนั้นคือใคร"
     "เรื่องการรีวิวไปดูได้เลย อิมปฏิเสธทุกอย่างที่จะนำเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเป็นการล้อเล่น ล่าสุดมีหนังสือลอตเตอรี่ให้เงินอิมหลักแสน อิมก็ปฏิเสธ อิมไม่เอา เพราะหนูรักจริง ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ หนูเป็นนักแสดงมีเงินเลี้ยงชีพสบายแล้ว แต่สิ่งที่หนูทำอยู่หนูให้สัจจะกับพระพุทธเจ้าและตัวหนูว่าหนูจะสร้างสิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชน์ให้คนอื่นรู้ว่าการทำบุญกุศลมันมีจริง".


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'