"ลุง" แห่งยุคนิวนอร์มอล 


เพิ่มเพื่อน    

    แท้จริงแล้ว....
    โลกพระศรีอาริย์อยู่แค่ปลายจมูกเท่านั้นเอง
    แต่คนโง่มักมองไม่เห็น!
    เพราะมักมองให้พ้นปลายจมูกตัวเอง
    พรรคพลังประชารัฐ กำลังกลิ้งอยู่บนปากเหว  
    จะโดยใครก็ตาม.... 
    ขอให้รู้ว่าหากเปลี่ยนผิดทิศ ปรับผิดทาง ความผิดหวัง ความคับแค้น ความเกลียดชัง จากกองหนุนจะตามมาในทันที 
    เพราะกองหนุนไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกับพลังประชารัฐมาตั้งแต่แรก
    และกองเชียร์ย้ายค่ายมีให้เห็นทุกครั้งในการเลือกตั้ง
    ฉะนั้นถ้าอยากจะอยู่รอด ต้องมองให้ไกล 
    เสียงเชียร์ "ลุงป้อม" เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีความหมายไม่ต่าง เสียงสาปส่ง "ลุงป้อม" ลงนรกขุมลึกสุด
    การขุน "ลุงป้อม" ให้เติบใหญ่กว่าเดิม ในขณะที่ลุงอ่อนป้อแป้ เพราะอายุเริ่มจะเกิน ไม่เป็นการทำร้าย ก็รอเวลาหลอกใช้
     ก็อยู่ที่ "ลุงป้อม" ว่า...รู้ในสมรรถนะของตัวเองแค่ไหน 
    ถ้าเป็นไปตามที่ "ลุงป้อม" ตอบเสียงเข้มกับนักข่าววานนี้ (๔ มิถุนายน) ว่า "ไม่พร้อมๆ" บั้นปลายชีวิตของลุงจะพบแต่ความสุข
    แต่ไม่รู้ว่าที่บอกว่า "ไม่พร้อมๆ" จะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น พูดตัดรำคาญ 
    หรือไม่พร้อมจะเป็นจริงๆ 
    ลุงป้อมต้องเข้าใจ โลก "นิวนอร์มอล"
    คือโลกที่ลุงจะทำอะไรแบบเดิมๆ ไม่ได้อีก 
    ลุงต้องเว้นระยะห่างตำแหน่งในพรรคการเมือง
    ไม่ใช่เมตรสองเมตร แต่ต้องเว้นถาวร
    สภาพความจริงวันนี้ ทั้งเรื่องความเหมาะสม สุขภาพ "ลุงป้อม" ไม่พร้อมทั้งหมด
    เดินยังลำบาก!
    แต่โลกกำลังก้าวสู่ยุคนิวนอร์มอล
    ความปกติใหม่ในทุกมิติ!
    รวมทั้งการเมือง
    “นิวนอร์มอล” (New Normal) ถูกนำมาใช้ครั้งแรก โดยบิลล์ กรอสส์ (Bill Gross) ผู้ก่อตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ชาวอเมริกัน 
    ก็...อธิบายเอาไว้ชัดเจน 
    หมายถึงความปกติใหม่ของสภาวะเศรษฐกิจโลก หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ ในสหรัฐฯ ช่วงระหว่างปี ๒๕๕๐-๒๕๕๒ 
    แล้วทำไมต้องใช้คำว่า นิวนอร์มอล
    เพราะเดิมทีวิกฤติเศรษฐกิจโลกจะมีรูปแบบค่อนข้างตายตัว วนเป็นวงกลม 
    เมื่อเศรษฐกิจเติบโตโชติช่วงชัชวาลไปสักช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะมีปัจจัยลบเข้ามา ทำให้เกิดเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ  
    หุ้นหล่น ค่าเงินตก ธุรกิจพัง คนเตะฝุ่น ความอดอยากตามมา ความเหลื่อมล้ำก็ชัดเจนขึ้น 
    เมื่อถึงจุดต่ำสุด และหลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่นานเศรษฐกิจก็ค่อยๆ ฟื้นตัว แล้วก็กลับมาเติบโตได้อีกครั้งหนึ่งเป็นวงจร 
    สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติ 
    จนเรียกได้ว่าเป็น ‘เรื่องปกติ’ (Normal) 
    แต่หลังจากการเกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ หลายคนมองว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่สามารถกลับไปเติบโตได้ดีเหมือนเดิมอีกต่อไป 
    วงจร Normal ถูกทำลายด้วยหลายๆ ปัจจัย
    และทั้งหมดมาจากน้ำมือมนุษย์
    อาทิ การพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจมากเกินไป ทั้งที่หลายประเทศมีหนี้สาธารณะสูงมาก 
    การล้วงเงินจากอนาคต เพื่อแลกกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในวันนี้ จะส่งผลให้เติบโตได้ลดลงในอนาคต คำว่า “นิวนอร์มอล” จึงถูกนำมาใช้เพื่อพูดถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ถดถอยลง และคาดว่าจะไม่กลับมาเติบโตในระดับเดิมได้อีกต่อไป
    และปัจจุบันมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ 
    จากต้มยำกุ้งปี ๒๕๔๐ ประเทศไทยค่อยๆ ฟื้นตัว แต่วิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ซึมยาวมาถึงทุกวันนี้ 
    GDP ที่โหล่ย่านอาเซียนมาโดยตลอด  
    หรือถ้าจะให้ชัดเจนกว่านั้น ต้องไปดูการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนตั้งแต่ปี ๒๕๔๕  จนถึง ๒๕๕๐ ก่อนวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ เศรษฐกิจจีนขยายตัวในอัตรามากกว่า ๑๐% มาโดยตลอด 
    กระทั่งปี ๒๕๕๑ การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มหดตัวลงเรื่อยๆ 
    หลังจากปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา เศรษฐกิจจีนนั้นยังไม่เคยโตสูงกว่า ๗% อีกเลย
    และโควิด-๑๙ เป็นตัวเสริมให้โลกเข้าสู่ยุคนิวนอร์มอลอย่างสมบูรณ์
    ไม่เฉพาะเศรษฐกิจ 
    สังคม-การเมือง ก็ต้องเดินสู่โลกนิวนอร์มอลเช่นกัน 
    และดูเหมือนวันนี้เริ่มมีการตั้งคำถามเรื่อง "ปฏิรูปการเมือง" กันอีกครั้ง 
    "ลุงป้อม" ต้องฟังไว้นะ    ถ้าลุงรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นการสวนทางการปฏิรูปการเมืองอย่างสิ้นเชิง 
    เหตุผลง่ายๆ เพราะลุงเก่าเกินไป ไม่เหมาะกับการเมืองปกติใหม่ 
    และลุงจะเป็นตำหนิให้รัฐบาลถูกด่าไล่หลัง 
ไม่เป็นอันทำงาน 
    สำคัญไปกว่านั้น ประเทศไทยต้องการผู้นำที่แข็งแรง  
ไม่ใช่คนที่ต้องประคองเวลาเดิน 
    แต่ลุงไม่ควรน้อยใจ เพราะตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เหมาะสมกับบารมีในฐานะ “พี่ใหญ่” แล้ว 
    นั่งบนภูดูน้องๆ ทำงาน
    ให้คำปรึกษากับน้องๆ
    ใครมีปัญหาเรียกมาตบกบาล
นั่นล่ะคือ “ลุงป้อม” ในยุคนิวนอร์มอล 
สำหรับเกมต่อรองอำนาจในพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง และเกมนี้ซับซ้อนเกินกว่าคนภายนอกจะคาดเดา
ต้องเข้าใจว่า แรกเริ่มเดิมทีพรรคพลังประชารัฐ คือที่รวมตัวของนักการเมืองร้อยพ่อพันแม่ เต็มไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด แบ่งก๊ก แยกก๊วน 
    ฉะนั้นไม่แปลกอะไรเลย พรรคที่โตมาลักษณะนี้จะมีความขัดแย้งภายในสูง
    แต่สังเกตให้ดี ทำไมถึงมีการเขย่ากันในช่วงที่ประเทศกำลังเจอกับวิกฤติโควิด-๑๙ 
    หลายคนคิดว่า ประเทศอยู่ในช่วงที่เปราะบาง 
    เปล่าเลย!
    ประเทศไทย รัฐบาลไทย แข็งปั๋ง ทั่วโลกให้การยอมรับ
    ตัว "ลุงตู่" เอง อยู่ในช่วงพีกสุดๆ 
    คะแนนนิยมล้นหลาม  
    ไม่รู้ใครคิดไงนะ.... 
    หากแต่นักการเมืองในพรรคพลังประชารัฐคิดจะท้าทายอำนาจ "ลุงตู่" ในตอนนี้....ผิดถนัด
    กลับไปคิดใหม่!
    เห็นว่าแตกเป็น ๙ ก๊ก แต่ละก๊กมองเก้าอี้รัฐมนตรีตาเป็นมัน 
    แต่....อย่าลืมการเมืองกับการพลิกผันเป็นของคู่กัน 
    ยิ่งแตกมาก ยิ่งอ่อนแรง
    ไอ้ที่คิดว่าแน่ ฝันหวานกับงบประมาณก้อนโตจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ระวังจะไม่มีอะไรติดมือกลับบ้าน 
    วันนี้ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐเป็นเรื่องจริง 
    กระจองอแงให้ปรับ ครม.ก็เป็นเรื่องจริง 
    การเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจเริ่มหนาหู 
    เพราะเศรษฐกิจนิวนอร์มอล อาจต้องหาคนใหม่ที่เข้าใจนิวนอร์มอลมากกว่ามารับไม้ต่อ 
    แต่ดูดีๆ คนนิวนอร์มอลที่อยู่เหนือเกมคือใคร?
    ล้างพรรคทำความสะอาดเสียใหม่ อาจเป็นเกมที่เดินซ้อนอยู่เงียบๆ
    แล้วจะได้รู้กัน.
                                ผักกาดหอม