'ดร.ป๊อก' แนะนักการเมืองเอาอย่าง 'ปิยบุตร' ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน หยุด 'ค้าความ' ใช้กฏหมายฟ้องปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์


เพิ่มเพื่อน    

4 มิ.ย. 63 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้

นักการเมืองควรทำงานเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน หยุด “ค้าความ” ใช้กฏหมายฟ้องปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบ

ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ในฐานะที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ ผมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึง การฟ้องคดีความและการใช้กระบวนการทางกฏหมายกับนักการเมืองว่าตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 คนยุบไป ยังมีคดีความค้างคาอีกหลายเรื่อง ได้แก่ เรื่องดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญจากกรณีวิจารณ์การยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นอกจากนี้ยังได้ทราบข่าวว่ามี ส.ส. บางท่านไปแจ้งความผมเพิ่มอีกหลายเรื่อง

ไม่เคยคิดเลยว่าการมาเป็นนักการเมืองจะถูกฟ้องมากขนาดนี้ กฎหมายหมิ่นประมาทออกมาเพื่อคุ้มครองตัวบุคคล แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อกลั่นแกล้งหรือปิดปากคนอื่น โดยเฉพาะกับบุคคลที่เป็นบุคคลสาธารณะซึ่งใช้อำนาจรัฐควรจะมีความอดทนอดกลั้นมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ควรมาเล่นการเมือง เพราะในระบบประชาธิปไตยการแสดงความคิดเห็นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ

ผมข้อสังเกตกับสื่อมวลชนว่าตั้งแต่การรัฐประหารปี 2557 เป็นต้นมา ดัชนีการใช้เสรีภาพในการแสดงออกลดลงเป็นอย่างมาก ปัจจุบันนี้มีคดีความเกิดขึ้นทุกวัน หน่วยงานของรัฐเองก็ใช้ ม.116 เกี่ยวกับการยุยงปลุกปั่น ใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การดูหมิ่นเจ้าพนักงานบ้าง ดูหมิ่นศาลบ้าง มาฟ้องคดี ในส่วนบุคคลทั่วไปก็เอากฏหมายหมิ่นประมาทมาใช้กัน ฟ้องจนเฝือไปหมด นานวันเข้าการกระทำลักษณะแบบนี้จะกลายเป็นการใช้กฏหมายปิดปากไม่ให้ใครวิพากษ์วิจารณ์

หลังๆ ถึงขั้นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายตรวจสอบกัน ยังมีการเอาไปแจ้งความหมิ่นประมาทเลย พูดกันที่สภาฯ แห่งนี้ แต่กลับไปแจ้งที่ จ.พะเยา มิหน้ำซ้ำยังมีการข่มขู่ว่าจะไปฟ้องที่ จ.นราธิวาสเพราะมีบ้านอยู่ที่นั้นด้วย

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการโยกย้ายพรรค ผมทราบข่าวมาว่า ส.ส. พรรคก้าวไกล - Move Forward Party หลายคนถูก ส.ส. ที่เป็นอดีตเพื่อนร่วมพรรคที่ย้ายไปพรรคอื่นแล้ว เที่ยวไปแจ้งความว่าไปหมิ่นประมาทเขา

เรื่องเสรีภาพในการแสดงออกเป็นเรื่องสำคัญ ผมถามจริงๆ ว่าตกลงนักการเมืองจะไม่ทำอะไรอย่างอื่นนอกจากค้าความกัน ฟ้องกันไปมาอย่างนี้หรือ? สุดท้ายผลประโยชน์ของประชาชนอยู่ตรงไหน?

ผมเองตั้งแต่เข้ามาทำงานการเมือง นับว่าเป็นคนที่ถูกโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักมาโดยตลอด ไม่น้อยไปกว่าใคร แต่จนถึงวันนี้ผมไม่เคยฟ้องหมิ่นประมาทใครเลย เพราะผมเชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยต้องถูกตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ และสังคมจะเป็นคนตัดสินเอง.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส