อดีตหัวหน้าศรภ.เผยปากคำ 30 อดีตแกนนำนักเรียนอาชีวะยุค 14 ตุลา 16 ทำไมอีก 3 ปีต่อมาถึงถอนตัวออกมาอยู่ฝ่ายตรงข้ามนักศึกษา


เพิ่มเพื่อน    

ภาพถ่าย พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กับอดีตแกนนำนักเรียนอาชีวะ ภาพจากเฟซบุ๊ก พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ 

5 มิ.ย. 63 - พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ "ศรภ." เปิดเผยว่า ผมกำลังจะออกหนังสือเรื่อง "ผ่านฟ้าลีลาศ" ซึ่งจะเป็นหนังสือที่เสนอข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นบนสะพานผ่านฟ้าลีลาศในอดีต โดยเฉพาะเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519

เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล ผมจึงเดินทางไปพบกับอดีตแกนนำ"ศูนย์กลางนักเรียนอาชีวะแห่งประเทศไทย" ประมาณ 30 คน เพื่อพูดคุยเรื่องเก่าๆ ในเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ที่นักเรียนกลุ่มนี้ได้เคยเข้าเป็นหัวหอกร่วมต่อสู้กับนิสิตนักศึกษา จนได้ประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ขึ้นเป็นครั้งแรก ในประเทศไทย (สมัยคณะราษฏรเป็นการปฏิวัติท่ีไม่มีอะไรยึดโยงกับประชาชนเลย จึงแย่งอำนาจกันมาถึง 25 ปี)

คำถามหนึ่งของผม คือ ทำไมอีก 3 ปีต่อมาใน "เหตุการณ์ 6 ตุลา 19" พวกเขาถึงถอนตัวออกมาอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับนักศึกษา บางคนไปร่วมกับกลุ่มกระทิงแดงด้วยซ้ำ

คำตอบของพวกเขาสรุปได้ คือ พวกเขากลัวประเทศไทยจะเป็น"คอมมิวนิสต์" ที่เอาคนแก่ไปไถนาแทนควาย ทำลายวัฒนธรรมของชาติ ไม่นับถือพ่อแม่ ฯลฯ

โดยพวกเขาเห็นตัวอย่าง 2 เรื่อง คือ

1. ปี 2518 เวียตนาม,ลาว และ กัมพูชา กลายไปเป็นคอมมิวนิสต์กันหมด

คนลาวที่พยายามหนีมาไทยตายเกลื่อนแม่น้ำโขง

ฝั่งกัมพูชาคนตายมากมาย ขนาดเอาหัวกระโหลกมาทำสถานที่ท่องเที่ยวได้เลย

คนมีเงิน หรือ ไม่มีเงิน เริ่มหนีไปอยู่สหรัฐฯ บ้างก็ไปอยู่ฝรั่งเศสกันแล้วตอนนั้น

แต่นักศึกษา กับพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายของไทย กลับไปแสดงความยินดีกับพวกเขมรแดง ที่ฆ่าชาวบ้านตายเป็นแสนๆคนได้อย่างยิ้มแย้มแจ่มใส

2.มีการจัดนิทรรศการจีนแดงที่ธรรมศาสตร์ แสดงออกถึงการยอมรับลัทธิคอมมิวนิสต์ชัดเจน จนทางราชการต้องนำกำนันผู้ใหญ่บ้านลงมาดูเพื่อให้เห็นของจริง

พวกเขายังบอกกับผมว่า จะรวมตัวตั้ง "ศูนย์กลางนักเรียนอาชีวะ" ขึ้นมาใหม่ ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะเหตุผลหลัก 2 ประการ

1.การเรียนอาชีวะควรเป็นทางเลือกหลักของการศึกษา ในยุค New Normal ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาบัณทิตตกงานได้

2.เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ EEC ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี มากกว่าความรู้ด้านสังคมศาสตร์

(ผมยังแอบกระซิบพวกน้องๆเค้าว่า อย่าให้ใครมาล้มโครงการนี้เชียวนา..)

มีอีกหลายเรื่องราวที่พูดคุยกัน เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตตั้งแต่ ประเด็นกนกอาชีวะ ทำไมต้องบุกธรรมศาสตร์ด้วยนักเรียนอาชีวะนับพันคน แล้วกลุ่มกระทิงแดงยังอยู่กันครบหรือไม่ การสร้างภาพยนต์อาชีวะรุ่นปี 99 อันธพาลครองเมือง ฯลฯ

ผมกลับบ้านวันนั้น ฝ่าสายฝนมาด้วยหัวใจที่ชุ่มชื่นที่ยังเห็นว่าน้องๆอดีตแกนนำนักเรียนอาชีวะ ยังคงรับผิดชอบกับสังคมอย่างไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่พวกเขาแสดงออกอย่างชัดเจนในวันนั้นคือ ความรักชาติ รักแผ่นดินอย่างมีวุฒิภาวะด้วยพลังของความมุ่งมั่นต่อชาติและราชบัลลังก์ ผมมั่นใจว่าจะสามารถฝากความหวังไว้กับพวกเขาได้ครับ.


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน