จบ!ป้อมรับคุมพปชร. ไพบูลย์งัดกม.บี้เปิดประชุม/'เดียร์'วอนเลิกขัดขา


เพิ่มเพื่อน    


    นายกฯ ลุงตู่ยังเนื้อหอม ชาวบ้านตะโกนเชียร์ "รักลุงตู่ รักตลอดไป" ด้าน “ลุงป้อม” แบไต๋หัวหน้า พปชร. สมาชิกเลือกอย่างไรก็ว่าตามนั้น “อุตตม”-“วิรัช” เผชิญหน้าท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม โยนปรับ ครม.เป็นอำนาจนายกฯ “ไพบูลย์” จ่อแก้เกมหากยื้องัด ม.41 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ใช้เสียง ส.ส. 1 ใน 4  หรือสมาชิกพรรค 1 ใน 10 เปิดประชุมใหญ่ “สิระ” ฟันธงว่าที่หัวหน้าจบที่ "ลุงป้อม" คนเดียว ซัด "สนธิรัตน์" อย่าเผาบ้าน ส.ส.ระยองจี้รับผิดชอบคำพูดหยามนักการเมืองเก่าหิวโซ ท้าลงสมัครเลขาฯ ชุดใหม่ “มาดามเดียร์” ผนึก 6 ส.ส. วอนหยุดขัดแย้ง
    เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในการทดสอบความพร้อมการให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยทันทีที่มาถึง นายกฯ และคณะเยี่ยมชมนิทรรศการที่บริเวณสถานีห้าแยกลาดพร้าว หลังจากกล่าวเปิดงานนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางโดยขบวนรถไฟฟ้าจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว ไปยังสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ โดยเมื่อมาถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ นายกฯ ได้กดแตร 3 ครั้ง ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะผู้บริหารบีทีเอส 
    จากนั้นก่อนเดินทางกลับ ได้มีประชาชนจำนวนหนึ่งพร้อมกับนักเรียนมาต้อนรับและตะโกนว่า "รักลุงตู่ รักตลอดไป" ขณะที่นายกฯ ตะโกนตอบกลับ "รักทุกคน" ก่อนออกเดินทางไปทันที
    ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสการปรับ ครม.ในขณะนี้ว่า ไม่ทราบ ได้ยินแต่ที่สื่อมวลชนพูด
    เมื่อถามว่า นายกฯ ได้มาปรึกษาอะไรที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายหากจะมีการปรับ ครม.บ้างหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้มาปรึกษาอะไรเลย เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้อกฎหมาย และนายกฯ ก็บอกไปแล้วว่ายังไม่ได้คิด มีแต่คนอื่นไปคิดแทน
    นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีปรับ ครม.มีการส่งสัญญาณมาหรือไม่ ว่ายังไม่ทราบ นายกรัฐมนตรียังไม่ส่งสัญญาณอะไรมา
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ได้ให้สัมภาษณ์ว่าไม่พร้อมหากถูกเสนอชื่อให้เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะเมื่อถึงเวลาก็แล้วแต่พรรคและสมาชิกพรรค และว่า “ผมไม่เกี่ยว เขาเลือกกันอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น”
    เมื่อถามย้ำว่าสามารถเป็นหัวหน้าพรรคได้และเป็นไม่ได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรพยักหน้าและตอบสั้นๆ ว่า “อืม” 
    ที่รัฐสภา เวลา 10.00 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.... นัดประชุมเป็นครั้งแรก ที่ห้องประชุม 416-417 ฝั่งวุฒิสภา โดยก่อนการประชุม ได้แยกประชุมย่อยที่ห้อง 415 เพื่อหารือเบื้องต้น โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เข้าร่วมประชุมด้วย โดยบรรยากาศค่อนข้างอึมครึม เนื่องจากภายในห้องมีนายอุตตมนั่งอยู่ด้วย ขณะที่มี ส.ส.กลุ่มที่เป็นแกนนำเคลื่อนไหวให้นายอุตตม พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งเป็นหัวหน้าพรรคแทนได้นั่งอีกฝั่ง อาทิ  นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่กลุ่มของนายอุตตมก็มีนายวิเชียร ชวลิต  ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
    จากนั้นเมื่อประชุมกลุ่มย่อยเสร็จแล้ว นายอุตตมออกจากห้องเพื่อประชุม กมธ.วิสามัญฯ พร้อมปฏิเสธคำถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ผมไม่ทราบ เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี”
    ขณะที่นายวิรัชปฏิเสธตอบคำถามถึงปัญหาภายในพรรคพปชร. กล่าวเพียงว่า “ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการฯ เป็นเพียงวิปที่คอยประสานงานให้เท่านั้น ส่วนรัฐมนตรีคลังก็นั่งอยู่ในห้อง  อย่าถามผม” 
งัด พรป.แก้เกมเรียกประชุมใหญ่
    นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. 1 ใน 16 รักษาการกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมใหญ่สามัญพรรคเพื่อตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ภายใน 45 วัน หลัง 18 กก.บห.ลาออก ส่งผลให้ กก.บห.ทั้งชุดสิ้นสภาพว่า ขณะนี้ยังรอนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง รักษาการหัวหน้าพรรค นัดประชุม กก.บห.ที่เหลือ 16 คน เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญ สถานที่ และระเบียบวาระการประชุม หากยังไม่ชัดเจนหรือยื้อ สัปดาห์หน้าอาจจะใช้แนวทางของกฎหมายตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 41 ที่ระบุว่า สมาชิกซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จํานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจํานวนสมาชิกซึ่งเป็น ส.ส. หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองจํานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจํานวนกรรมการบริหารพรรคการเมือง 
    “หรือสมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิก ทั้งหมดที่มีอยู่ของพรรคการเมือง หรือไม่น้อยกว่า 250 คน แล้วแต่จํานวนใดจะน้อยกว่า มีสิทธิเข้าชื่อกันยื่นคําร้องขอให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคการเมืองนั้นได้ เพื่อขอให้ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเพื่อเลือก กก.บห.ชุดใหม่ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. และหากบางคนในพรรคเห็นว่าควรประชุมกรรมการบริหารทั้ง 34 คน ไม่ใช่ 16 คน เพราะทั้งหมดถือว่าสิ้นสภาพแล้ว ทั้งหมดทำหน้าที่รักษาการกรรมการบริหารพรรค ตนไม่มีปัญหา จะประชุม 16 คนหรือ 34 คนได้หมด”
    นายไพบูลย์กล่าวว่า สำหรับการปรับโครงสร้าง กก.บห.ใหม่นี้ เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับ ส.ส.เท่าที่ควร รวมทั้งไม่มีการนัดประชุม กก.บห. เพราะตั้งแต่มีกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ ประชุมไปเพียงครั้งเดียวเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ส่วนการทำหน้าที่รัฐมนตรี เป็นเรื่องที่นายกฯ พิจารณา และส่วนตัวมองว่าในฐานะรัฐมนตรี ทั้งนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ทำหน้าที่ได้ดี แต่ในฐานะหัวหน้าและเลขาธิการพรรคทำหน้าที่ไม่ดีเท่าที่ควร
    นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดประชุมใหญ่พรรคว่า อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะยังอยู่ในช่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และทุกคนที่เป็นสมาชิกพรรค โดยเฉพาะ ส.ส.เมื่อประชุมสภาเสร็จก็ต้องลงพื้นที่ แต่มีผู้ใหญ่ที่เป็นเลขาธิการพรรค คือนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงเผาพรรค เช่น ที่มีปัญหาในพรรค เพราะไปแย่งกันซื้อกองทุนพลังงาน ตนอยากถามกลับไปว่า เขาไปเองหรือเรียกเขาไป เท่าที่รู้มามีการเรียก ส.ส.ไปที่กระทรวงพลังงาน เพื่อไปคุยเรื่องกองทุนพลังงาน
    “ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว หยุดการสร้างความแตกแยกหมดแล้ว เหลือเพียงนายสนธิรัตน์ ส่วนตัวผมยังเรียกร้องท่านที่เป็นเลขาฯ พรรค หากท่านหยุดพูดคนเดียวทุกอย่างก็จะหยุด ขอให้ท่านรอวันที่เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ท่านมีโอกาสกลับมา แต่วันนี้ขอท่านอย่าเผาบ้าน พปชร. ถ้าจะไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นเลขาธิการพรรคอีก ก็อยู่ที่ดุลพินิจว่าสมาชิกจะเลือกท่านหรือไม่ ขอวิงวอนให้หยุดว่าคนในพรรคได้แล้ว” นายสนธิรัตน์ กล่าว
จบที่"ลุงป้อม"คนเดียว
    เมื่อถามว่า ยังยืนยันที่จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ เพราะ พล.อ.ประวิตรระบุว่ายังไม่พร้อม นายสิระ กล่าวว่า ยืนยันเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค แต่ท่านจะรับหรือไม่เป็นสิทธิของท่าน แต่ตนยืนยันที่จะเสนอชื่อท่านเป็นหัวหน้าพรรค และหากท่านปฏิเสธตนก็ไม่เสนอชื่อใครเป็นหัวหน้าพรรค เพราะตนมีคนเดียว จบที่ลุงป้อม
    “ในความคิดของผมคือ ลุงป้อมคนเดียว แม้แต่สิระยังจบเลย ลองคิดดูว่าคนอื่นจะไม่จบหรือ” นายสิระกล่าวเมื่อถามย้ำว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าหากเป็น พล.อ.ประวิตร ทุกอย่างจะจบ 
    นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง พรรค พปชร. กล่าวถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหาร พปชร.ว่า ตนเป็น ส.ส.หน้าใหม่ แต่กรณีที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และอดีตเลขาฯ พรรค พูดว่าสงสาร ส.ส.หน้าใหม่ๆ ในพรรค ถือว่าไม่เหมาะสม อยากเรียนว่าไม่ต้องมาสงสารหรอก เพราะว่าตนมาจากการเลือกตั้ง มาจากเสียงของประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นคิดว่าถูกต้อง นายสนธิรัตน์อย่าคิดว่าทั้งพรรคหรือทั้งประเทศไทยมีคนเก่งแค่คุณเท่านั้น คนที่เขาบริสุทธิ์ใจที่อาสาเข้ามาจากเสียงประชาชน เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน เข้ามาเป็น ส.ส.ในสภาทั้ง 500 คน ส.ส.ทุกคนคิดเป็น 
    "สิ่งที่คุณพูดว่าการเมืองแบบเก่าหิวโซๆ ถอนทุนจะกลับมา หรือคุณทำงานแบบมือสะอาดนั้น สิ่งที่พูดนั้นคุณสนธิรัตน์หมายความว่า คนที่จะมาเป็นเลขาฯ พรรคแทนคุณนั้นมือไม่สะอาด หรือเป็นนักการเมืองแบบเก่าๆ คุณพูดเล่นนี้ต้องรับผิดชอบ และเป็นการว่า ส.ส.ทั้ง 500 คนใช่หรือไม่"
    นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า คำพูดของนายสนธิรัตน์เป็นการดูถูกดูแคลนนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งที่มาจากประชาชน คุณไม่เคยมาจากเสียงของประชาชนเลยไม่เข้าใจ ถ้าคุณเรียนเก่ง เรียนสูง มั่นใจตัวเองขนาดนี้ ลองลงเลือกตั้งดู สภาแห่งนี้คงไม่ต่างจากการเรียนหนังสือในห้องเรียน ถ้ามีแต่นักวิชาการทั้งหมด อยากจะสอนนายสนธิรัตน์ว่า การเมืองในสภาหรือคนที่เขาผ่านมาเป็น ส.ส.เขามีวิธีคิดอ่านมากกว่าแน่นอน มิเช่นนั้นการตั้งรัฐบาลหรือ ครม. นายกรัฐมนตรีแต่ละท่านคงเอานักวิชาการมาเป็นรัฐมนตรี กันทั้งคณะ นักวิชาการอย่างนายสนธิรัตน์ไม่มีทางมาเข้าใจความรู้สึกความต้องการของประชาชนรากหญ้า หรือมาเข้าใจการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะว่าคุณอยู่แต่ข้างบน
    “ฉะนั้นอยากจะฝากคุณสนธิรัตน์ว่าหยุดและพอได้แล้ว อย่ากล่าวหานักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งที่มาจากประชาชน อย่ากล่าวหาว่าคนอื่นๆ จะไม่มีความสามารถแบบคุณ จะมากล่าวหาว่าคนอื่นทำไม่ได้เท่าคุณ ยิ่งพูดยิ่งเป็นการประจานตัวคุณเอง เหมือนกับกำลังดิ้นรนอะไรบางอย่าง ขอให้คุณนิ่งๆ รอวันเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ และนายสนธิรัตน์อยากพิสูจน์ตัวเองก็สมัครตำแหน่งเลขาฯ พรรคต่อไปเลย” นายสมพงษ์กล่าว
6 ส.ส.วอนหยุดขัดแย้ง
    ขณะเดียวกัน 6 ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา, น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต-บางซื่อ, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี-พญาไท-จตุจักร, น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก ออกมาเรียกร้องหลังเกิดปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ จากกรณีกรรมการบริหารพรรค 18 คนลาออกจากตำแหน่งว่า เรากลุ่ม 6 ส.ส.พลังประชารัฐ ผนึกกำลังขอให้ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หยุดขัดแย้ง ร่วมรักสามัคคี หยุดเรื่องการเมือง มุ่งหน้าแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนตามสัญญาที่ให้ไว้ ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในสังคมประชาธิปไตย แต่ต้องอยู่บนรากฐานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
    "เราขอยึดมั่นในอุดมการณ์ บนเจตนารมณ์แรกของพรรคพลังประชารัฐคือ การสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และขอเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ทะนุบำรุงศาสนาทุกศาสนา และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้สมกับความไว้วางใจที่พวกเราได้รับจากประชาชน" กลุ่ม 6 ส.ส.กล่าว พร้อมติดแฮชแท็ก #หยุดทะเลาะเพื่อประชาชน
    นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ  กล่าวถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ กล่าวหา 3 ป. จะได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาท ว่านายรังสิมันต์คงไม่ได้ติดตามการเมือง หรือไม่เคยอ่านประวัติศาสตร์ถึงพูดจากใส่ร้าย พล.อ.ประวิตรมาโดยตลอด ซึ่งอะไรเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประวิตรนั้น นายรังสิมันต์ก็จะพยายามหยิบมาเชื่อมโยงเพื่อปลุกกระแสความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นนอกสภา ที่อ้างว่างบ 4 แสนล้านบาทนั้น นักการเมืองจะได้ประโยชน์ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ความจริงรัฐบาลภายใต้การคุมของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น ทำเพื่อประชาชนที่เดือดร้อนจากวิกฤติโควิด-19 ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการปล่อยให้ทุจริตคอร์รัปชัน และการกู้เงินนั้นคนที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงคือ ประชาชน ไม่ใช่ 3 ป. อย่างที่นายรังสิมันต์กล่าวโจมตี พล.อ.ประวิตร ซึ่งตนเป็นห่วงว่าในอนาคตจะโดนคดีเพิ่มเติม เพราะด้วยความมีโทสาคติในใจ ไม่รับฟังความคิดเห็น แล้วเอาข้อมูลเท็จมาบอกประชาชน 
    “เรื่องภายในของพรรคพลังประชารัฐจะมีการปรับหัวหน้าพรรคหรือไม่ ก็ไม่ใช่กิจการอะไรของพรรคก้าวไกล อยากบอกนายรังสิมันต์ นอกจากควรศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้นแล้ว ก็ควรศึกษาเคารพกฎการอยู่ร่วมกันด้วย อย่ามีแต่กฎกูเพียงอย่างเดียว ไม่งั้นกลัวว่าพรรคก้าวไกลจะซ้ำรอยเหมือนพรรคสีส้มเดิมในอดีต” นายสามารถกล่าว
    นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กล่าวว่า ไม่ได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และขณะนี้ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองพรรคใด อีกทั้งตอนนี้นายกรัฐมนตรีตั้งเป็นกรรมการบริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อไปแก้ไขปัญหาในการบินไทย ซึ่งตามกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามไปดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ดังนั้นข่าวที่ออกมาว่าจะไปรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นไปไม่ได้
    นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านฯ ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินการของคณะผู้ห่วงใยประเทศ หรือกลุ่มแคร์ ที่เป็นการรวมตัวกันของอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยว่า ตนและผู้ประสานงานกลุ่ม 4 คน ที่เป็นอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย คุยกันเบื้องต้นว่าจะมีการหารือกันของกลุ่มครั้งที่ 2 ในช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยจะหารือต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของกลุ่ม และแนวทางดำเนินการของกลุ่ม คาดว่าเมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้ว จะมีการเปิดตัวกลุ่มอย่างเป็นทางการภายในเดือน มิ.ย.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส