ด้วย 'คนเชียงใหม่' ทำดอย


   

       เรื่อง "บ้านพักตุลาการ" ที่ดอยสุเทพ.............

       ที่ประชุม "คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม" (ก.บ.ศ.) มีมติ เมื่อวาน (๙ เม.ย.๖๑)

       "ให้สำนักงานศาลยุติธรรม รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ชอบธรรมและด้วยสันติวิธี โดยตระหนักถึง........

       การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม

       และให้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ถึงข้อเท็จจริงทั้งหมด

       โดยหากรัฐบาลเห็นสมควรประการใด

       เช่นชะลอการใช้บ้านพักเฉพาะ ส่วนที่มีการคัดค้านไว้ชั่วคราว หรือดำเนินการอื่น ในระหว่างฟื้นฟูสภาพแวดล้อม

       สำนักงานศาลยุติธรรม ก็ไม่ขัดข้อง"

       แปลความก็คือ...........

       ก.บ.ศ.โยนเรื่องให้นายกฯ ตัดสินใจแทน เอาไงก็ได้ ในหลักการ

      -ฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย

      -ชอบธรรม-สันติวิธี และ

      -อยู่ร่วมธรรมชาติ, รักษาสิ่งแวดล้อม

      แล้วทางภาคประชาสังคมที่เชียงใหม่ว่าอย่างไร เห็นเมื่อวานเหมือนกัน "พลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ"  แม่ทัพภาคที่ ๓

      เปิด "เวทีสาธารณะ" ในค่ายกาวิละ ให้ทุกฝ่ายถกกัน พร้อมแสวงหา "จุดลงตัว" ในปัญหาร่วมกัน

      ก็ไปกันทุกฝ่าย..........

      ยกเว้นตัวแทน "ศาลอุทธรณ์ภาค ๕" ที่ว่าจะมาร่วมถก-ร่วมรับฟัง แต่ถึงวันนัด แจ้งยกเลิก

      ตรงนี้ ตกเป็นประเด็นวิพากษ์มาก ปล่อยผ่านไป อาจทำให้บางคนเข้าใจผิด เกิดทัศนคติด้านลบต่อศาล ก็อยากอธิบายซักนิด

      คือ เวทีสาธารณะที่ค่ายกาวิละ กับการประชุม ก.บ.ศ.ที่กรุงเทพฯ เป็นวันและเวลาเดียวกัน

      ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ที่เชียงใหม่ เปรียบเหมือนดาวเคราะห์ ไม่มีแสงในตัวเอง ด้านธุรการ ต้องตามนโยบายบริหาร

      ไปพูด ไปตกลง ไปชี้แจงอะไรเปะปะด้วยความคิดเห็นตัวเองไม่ได้

      ต้องรอธง คือมติ หรือคำสั่ง ก.บ.ศ.ก่อน

      ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ถอนตัวกะทันหัน ไม่ใช่ถือดีในความเป็นศาล

      และไม่ใช่ไม่ร่วมมือ ไม่ให้เกียรติใคร.........

      หากแต่ต้องรอมติ "บอร์ดบริหาร" ก่อน จะเที่ยวไปถก-ไปรับปากอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวเองยังไม่ได้เท่านั้น

      ผมเข้าใจอย่างนี้........

      ส่วนท่านใด เข้าใจเป็นอย่างอื่น ก็เป็นสิทธิ์ครับ!

      พิจารณามติ ก.บ.ศ.แล้ว พูดกันตรงๆ กว้าง, ฟังเข้าใจ แต่มองไม่เห็นในทางรูปธรรม

      มันเวิ้งว้าง ยากสรุป!

      นายกฯ ในฐานะ "องค์รัฏฐาธิปัตย์" ที่ได้รับกฐินนอกฤดูกาล ก็มีคำเดียวที่ต้องกล่าว

      "ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว"!

      แต่ฝากให้คิด ถ้าจะใช้ ม.๔๔ ต้องคิดให้รอบด้าน มากกว่าเพื่อ "ถูกใจ-สะใจ" ภาคประชาสังคม และชาวเชียงใหม่

      เพราะ จากเวทีสาธารณะ เขามีข้อเรียกร้อง ว่า.......

      "ให้รื้อถอนบ้านพักฯ ออกไป

      ส่วนจะรื้อถอนอย่างไรนั้น ให้ทางผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ตั้ง 'คณะกรรมการร่วม' ประกอบด้วยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชน

      แล้วขออนุญาตเจ้าของพื้นที่โครงการ........

      เข้าไปสำรวจพื้นที่และกำหนดแนวเขตที่เหมาะสม โดยสรุปข้อมูลการสำรวจให้เสร็จภายในวันที่ ๑๙  เม.ย.๖๑"

      นั่นคือ........

      ภาคประชาสังคมยืนกราน "ต้องรื้อถอนบ้านพักตุลาการ" นั้นออกไป

      ฟังง่าย-ทำง่าย ใช้ ม.๔๔ รื้อทิ้งเลย!

      แต่ฝากให้คิด...นิดเดียว

      ที่สร้าง ก็เงินภาษี หมดไปพันกว่าล้าน

      ถ้ารื้อ ก็ต้องใช้เงินภาษี จะหมดค่ารื้ออีกเป็นร้อยล้าน

      รื้อแล้ว "ปลูกป่า".....

      ทั้งปลูก-ปรับที่-ดูแล กว่าจะโตเป็นป่านับสิบปี ใช้เงินภาษีอีกเป็นพันล้าน

      รวม..."ถ้ารื้อแล้วปลูกป่า" จะเป็น ๑,๐๐๐+๑๐๐+๑,๐๐๐

      แต่ถ้าไม่รื้อ ไม่ให้สร้างเพิ่ม.....

      การปลูกป่า-ดูแล-ฟื้นสู่สภาพป่ามีบ้านซุก เป็นสิบปีเหมือนกัน แบบนี้ ได้ทั้งสภาพป่าคืน ได้ทั้งบ้านแถม

      บ้านนั้น จะใช้ทางใด สุดแต่หารือกัน ยังไงก็มีประโยชน์กว่ารื้อทิ้ง!

      แบบนี้ เซฟเงินได้เป็นพันล้าน!

      ถ้ารื้อสถานเดียว นอกจากที่เสีย+เสีย ยังต้องไปเสียซ้ำ-เสียซ้อน ตั้งงบหาที่ใหม่ ก่อสร้างใหม่อีก

      คิดเสียว่า กรณีนี้เป็น "ต้นแบบ" ปัญหา ต่อไป ไม่ว่าป่าไหน เขาไหน ทั้งชาวบ้าน ทั้งหน่วยราชการ

      อย่าทำกันอย่างนี้อีก!

      คนเชียงใหม่ สุขุมนุ่มลึกในการไตร่ตรองด้วยเหตุและผลอยู่แล้ว

      เมื่อศาลบอก "ยังไงก็ได้ ไม่ขัดข้อง"

      ชนชาวพิทักษ์ดอยสุเทพอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย น่าจะผ่อนคลาย ใจเปิด พร้อมหารือในทางออกตาม ๓ หลักการ

      พูดกันตรงๆ ผมเห็นภาพชาวบ้านขึ้นไปบวชต้นไม้บริเวณที่สร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการแล้ว

      ก็ไม่อยากให้ข้าราชการตุลาการขึ้นไปอยู่ นอกจาก "อยู่ไม่เป็นสุข" เพราะเสียงแช่งด่าแล้ว

      ที่เห็นวิวสูงๆ ว่าดอยสุเทพเขียวพรืดนั้น สภาพผืนป่าหน้าแล้งจริงๆ มีใบไม้-ต้นไม้แห้ง แซมจำนวนมาก

      เสี่ยง "ไฟป่า" เห็นแล้ว...ขนลุก!

      นอกจากไฟแล้ว ที่ลาดเชิงดอยตั้ง ๓๐-๔๐ องศาอย่างนั้น หน้าฝน ตกซ้ำๆ ซักสัปดาห์

      "น้ำป่าหลาก" พรวดเดียว จะเหมือนขวานถากเลยท่าน!

      ถือซะว่า องค์ครูบาศรีวิชัย และองค์อินทร์ผู้เฝ้ารักษาดอยสุเทพ หวังดี ไม่อยากให้ต้องพบวิบัติภัย  จึงมีเหตุให้ "เป็นไปเช่นนั้น"

      โดยข้อเท็จจริงแล้ว........

      เรื่องบ้านพักนี้ ตุลาการ หรือ ผู้พิพากษา ท่านไม่เกี่ยว หน้าที่ตุลาการ มีอย่างเดียว คือพิจารณาคดีความ

      การจัดหาสถานที่ เรียกว่างานธุรการ เป็นหน้าที่ของ "สำนักงานศาลยุติธรรม"

      โดยมี "คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.)" เหมือนบอร์ดบริหาร หรือ "คณะรัฐมนตรีศาล" กำหนดนโยบาย

      เรื่องนี้ พูดกันตรงๆ..........

      เท่าที่สังเกต ก.บ.ศ.ก็อยากแจกแจงข้อเท็จจริงในด้าน "ความเป็นมา" ของโครงการเหมือนกัน

      แต่ด้วยวุฒิภาวะแห่งความเป็น "ผู้ใหญ่" จะพูดอะไรไป ก็จะเป็นทั้งบวก ทั้งลบ

      ดังนั้น เมื่อวาน ถ้าพิจารณาจากเอกสารแถลงมติที่ประชุม ก.บ.ศ.เมื่อวาน

      จะเห็นเนื้อหา "ชี้แจงข้อเท็จจริง" เกี่ยวกับการขอใช้พื้นที่และการดำเนินโครงการ ชนิดเรียงลำดับเรื่อง

      ทั้งหมด ๘ ขั้นตอน........

      ตั้งแต่เริ่มเรื่อง เมื่อ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๐ ขอใช้พื้นที่ทหาร แต่ทหารไม่ให้

      กระทั่งยอมให้ เมื่อ ๔ มีนาคม ๒๕๔๗

      จนถึง ๘ กันยายน ๒๕๕๗ เริ่มลงมือก่อสร้าง โครงการที่ ๑!

      หาอ่านรายละเอียดเอาตามข่าวละกัน ผมยกมาเพียงอยากชี้บางประเด็นเท่านั้น

      จากปี ๒๕๔๐-๒๕๔๕.......

      ทหารไม่ยอมให้พื้นที่

      จนถึงปี ๒๕๔๗ ตามเอกสารข่าวแถลงเมื่อวาน บอกว่า.....

      "มณฑลทหารบกที่ ๓๓ ได้มีหนังสือลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๔๗ แจ้งว่าไม่ขัดข้อง ที่จะให้สำนักงานศาลยุติธรรมใช้ที่ดินเนื้อที่รวม ๑๔๗-๓-๔๑ ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค ๕ และบ้านพักข้าราชการฝ่ายตุลาการ ฯลฯ"

      รหัสที่ถอดออกมาได้ ก็คือ

      พ.ศ.๒๕๔๗ นายกฯ ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร"

      ระหว่าง ๑ ตุลา ๔๖ - ๓๐ กันยา ๔๗ ผบ.ทบ.ชื่อ "พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร"

      ระหว่าง ๑ ตุลา ๔๒ - ๓๐ กันยา ๔๘ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ชื่อ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์"

      ต่อด้วย.......

      "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ" ระหว่าง ๑ ตุลา ๔๘ - ๓๐ กันยา ๔๙!

      ครับ...ก็เป็นข้อมูลให้ชาวเชียงใหม่ และภาคประชาสังคมผู้หวงแหนดอยสุเทพทั้งหลายได้ทราบ

      หมู่บ้าน "ป่าแหว่ง" ไม่ใช่แหว่งจากใครที่ไหนเลย

      จากคนเชียงใหม่ "ณ ชินวัตร" นี่เอง!


เสียดาย...........วานซืน (๑๘ ก.ค.๖๑) ไม่ได้ดูถ่ายทอดสดรายการ "๑๓ หมูป่า ปะทะคำถามสื่อทั่วโลก"เพราะบังเอิญพี่หมอเดชา "นาวาโท นายแพทย์เดชา สุขารมณ์ ร.น." อดีต รมช.สาธารณสุข ท่านนัดล่วงหน้า จะพาไปกินหมูหัน

'แดงอีสาน' โดมิโนการเมือง
'กาแฟดำ' ในแดน 'ไทยโพสต์'
'ตำรวจรับใช้โจร' จะให้ทนหรือ?
'ปฏิรูประบบราชการ' ที่เกิดแล้ว
นอกถ้ำอาจอันตรายยิ่งกว่า!
เลือดเนื้อไทย"ผลิบาน"วันเลิกรา