พบผู้ป่วยใหม่2ราย ชาติอาหรับเสี่ยงสูง


เพิ่มเพื่อน    

    พบผู้ป่วยโควิดเพิ่ม 2 ราย อาการไม่เยอะ เดินทางกลับจากต่างประเทศ ส่วนในประเทศยังเป็น 0 คน     ย่านตะวันออกกลางมีความเสี่ยงสูง "พญ.พรรณประภา" เตือน ใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ เช็กอินแล้วต้องเช็กเอาต์ ไม่เช่นนั้่นจะค้างอยู่ในระบบ 1 เดือน 
    เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2 ราย เดินทางกลับจากต่างประเทศ เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเป็น 0 ราย ต่อเนื่องกันมาเป็นวันที่ 12 แล้ว รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,104 ราย (ติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย สถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 167 ราย) ไม่มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้น 
    ยอดผู้ป่วยรักษาหายแล้วรวม 2,971 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 75 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดผู้เสียชีวิตสะสมรวม 58 ราย สถิติผู้ป่วยโควิด-19 สะสม เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง จำแนกตามพื้นที่การรักษายังคงมากที่สุดที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี ตามมาด้วยภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปี ผู้ติดเชื้อมากที่สุดอยู่ในกลุ่ม 20-29 ปี คือวัยทำงาน
    สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ รายแรกกลับจากประเทศรัสเซีย เป็นนักศึกษาชาย อายุ 22 ปี เดินทางมาถึงไทยวันที่ 1 มิ.ย. 2563 เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ จ.ชลบุรี ผลตรวจยืนยันพบโควิด-19 ในวันที่ 4 มิ.ย.2563 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี 
    รองโฆษก ศบค.แถลงว่า รายที่สองเป็นชายอายุ 39 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในประเทศคูเวต เดินทางมาถึงไทยวันที่ 24 พ.ค.2563 เข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ กรุงเทพมหานคร ตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ ตรวจครั้งที่สองพบเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 4 มิ.ย.2563 จึงส่งตัวไปรักษา โดยทั้ง 2 รายไม่มีอาการ จะเห็นได้ว่าระยะหลังมานี้เราพบผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเยอะมากขึ้นในในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้
    พญ.พรรณประภากล่าวอีกว่า อัตราป่วยจากประเทศต้นทางที่คนไทยกลับมา มากที่สุดจากประเทศคูเวต ซาอุดีอาระเบีย และอินโดนีเซีย อาชีพปัจจัยเสี่ยงสองสัปดาห์ล่าสุดเป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษา รับจ้างทั่วไป พนักงานนวด และพนักงานบริษัท/โรงงาน พร้อมย้ำด้วยว่า ผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการช่วงหลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก สิ่งสำคัญคือต้องป้องกันตัวเอง สวมหน้ากากอนามัย เวลาที่เราไม่ทราบว่าเราติดเชื้อ คนอื่นก็ไม่ทราบเช่นเดียวกัน การสวมหน้ากากอนามัยช่วยป้องกันทุกคน
    เมื่อถามถึงกรณีที่ประชาชนออกไปท่องเที่ยวมีการรวมตัวกันหนาแน่น อยากฝากอะไรถึงพี่น้องประชาชน พญ.พรรณประภา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีมาตรการล็อกดาวน์ ปิดหลายสถานที่ สร้างความเครียดให้พี่น้องประชาชน เมื่อเราผ่อนคลายมีสถานที่เปิดให้บริการมากยิ่งขึ้น เป็นเรื่องดีที่เราทุกคนจะได้ออกไปผ่อนคลาย ครอบครัวได้ออกไปใช้เวลาพักผ่อนร่วมกัน อีกเรื่องที่ดีคือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ มีแต่เราคนไทยด้วยกันเองที่จะช่วยกันได้ในเรื่องเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว แต่ต้องเน้นย้ำคำนึงถึงจำนวนผู้คนในแต่ละพื้นที่ด้วย ถ้าเราไปเที่ยวแล้วอยู่ในพื้นที่ที่คนเยอะอาจจะรู้สึกเครียดว่าจะติดเชื้อหรือเปล่า การเว้นระยะห่างหรือการเลือกสถานที่ที่คนไม่แออัดมาก ช่วงนี้ถ้าเลือกได้ไปสถานที่ที่คนยังไม่เยอะมาก หรือรอให้คนอื่นเที่ยวไปก่อน ก็ช่วยป้องกันได้ และสิ่งสำคัญคือสวมหน้ากากอนามัย งดสัมผัสใบหน้า ล้างมือบ่อยๆ
    ถามถึงความสำคัญในการใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ เช็กอิน-เช็กเอาต์ สถานที่ต่างๆ พญ.พรรณประภากล่าวว่า ในช่วงแรกอาจไม่คุ้นชิน สิ่งที่จำเป็นในการเช็กอินคือแอปฯ จะช่วยในการประเมินความหนาแน่นของประชากรในพื้นที่นั้นได้ การเช็กอินจะทำให้เรารู้ว่าในตำแหน่งนั้นมีผู้ใช้งานหนาแน่นหรือเปล่า ถ้ามีคนไปเยอะเราอาจไม่เดินทางไป ไปสถานที่อื่นก่อน และการเช็กอินจะบอกเราว่าเราเข้าไปในพื้นที่นั้นเวลาไหน หากมีผู้ติดเชื้อในบริเวณนั้นไปช่วงเวลาเดียวกับเราจริงๆ จะให้กรมควบคุมโรคซึ่งเก็บข้อมูลอยู่ 60 วัน จะสามารถติดตามผู้ที่มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายนั้นมาตรวจคัดกรองหรือรักษาได้อย่างทันท่วงที
    ส่วนการเช็กเอาต์ ถ้าเราลืมเช็กเอาต์ ผ่านไป 1 เดือน เราจะอยู่ในที่แห่งนั้น 1 เดือน ทำให้พื้นที่นั้นมีผู้ใช้งานหนาแน่นตลอดเวลา ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้อื่นเข้ามาใช้บริการ การเช็กเอาต์จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีผู้เข้าไปใช้บริการมากขึ้น เป็นอัตราผู้ใช้งานที่แท้จริง และการเช็กเอาต์จะช่วยกำหนดระยะเวลา ถ้าเราไม่เช็กเอาต์จะไม่รู้ว่าเราใช้ระยะเวลาในร้านนั้นนานเท่าไหร่ หากมีผู้ติดเชื้อเดินทางมาหลังเราเช็กเอาต์ไปแล้ว เราจะได้ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ปกติกว่าจะตรวจพบผู้ติดเชื้อเวลาผ่านไป 7 วัน 14 วัน เราจำไม่ได้ว่าไปร้านนั้นเมื่อไหร่ การมีข้อมูลในแอปฯ ไทยชนะ จะเป็นตัวช่วยจดจำให้เราได้
    สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดยะลาโดยการรายงานสถานการณ์ล่าสุดจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ยังคงมีผู้ป่วยสะสมเท่าเดิมคือจำนวน 133 ราย รักษาหายสะสมมีจำนวน 131 ราย และเสียชีวิตจำนวนเท่าเดิมคือ 2 ราย ซึ่งเป็นวันที่ 26 ของการไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่
    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางจังหวัดยะลายังเร่งประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตหลังสถานการณ์เริ่มดีขึ้น เพราะเกรงว่าจะมีการระบาดอีกระลอก
    สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา จังหวัดภูเก็ต ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิ.ย. ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่  โดยตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม-5 มิถุนายน 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 จํานวน 227 ราย รักษาหายให้กลับบ้าน 224 ราย เสียชีวิต 3 ราย จําหน่าย 1 ราย อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการจํานวน 23 ราย
    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ในบราซิลว่ายังคงวิกฤติหนัก โดยกระทรวงสาธารณสุขบราซิลแถลงมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุดเพิ่มอีก 1,005 ศพ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตขึ้นมาอยู่ที่ 35,026 ศพ และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 30,830 ราย ส่งผลให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อในบราซิลเพิ่มขึ้นมาเป็น 645,771 ราย
    กระทรวงสาธารณสุขบราซิลแถลงเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น 1,437 ราย ซึ่งถือเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ในบราซิลที่สูงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ส่วนยอดสะสมผู้ติดเชื้อผ่านหลัก 600,000 รายไปเรียบร้อยแล้ว
    ด้านประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู แห่งบราซิล กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขู่จะนำบราซิลถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (WHO) เพราะไม่พอใจที่ออกมาเตือนรัฐบาลประเทศในลาตินอเมริกามีความเสี่ยงที่จะเผชิญการระบาดของเชื้อโควิด-19 รุนแรงกว่านี้ หากรีบผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์เร็วเกินไป โดยขณะนี้ประเทศบราซิลและเม็กซิโกเป็นสองประเทศในลาตินอเมริกาที่มีอัตราการติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุด.