เปิดตึก'ธนาธร'ถล่มส.ว. 'ปิยบุตร':พฤษภาทมิฬ2


เพิ่มเพื่อน    

    เปิดตึกธนาธร ถล่มวุฒิสภา "เจิมศักดิ์" ซัดยิ่งกว่าสภาผัว-เมีย เพราะยึดโยง คสช.อย่างเดียว ด้าน "ปิยบุตร" ยำสภาเครือข่ายอำนาจของคณะรัฐประหาร โยงรัฐธรรมนูญเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันระเบิด ปลุกช่วยกันถอดสลักก่อนซ้ำรอยพฤษภาทมิฬ
    เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ชั้น 5 อาคารไทยซัมมิท กลุ่ม New Consensus Thailand จัดงานเสวนาพร้อมถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในหัวข้อ “ส.ว.ไทย อย่างไรต่อดี?” มีผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา,  นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ตัวแทนกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า และ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ตัวแทนเครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (คนป.) โดยนายเจิมศักดิ์ได้ร่วมเสวนาด้วยการวิดีโอคอล
    นายเจิมศักดิ์กล่าวว่า การมี ส.ว.จำเป็นหรือไม่นั้น ตนไม่ยึดว่าจำเป็นหรือไม่จำเป็น ไม่มีก็ไม่เป็นไร ถ้ามีต้องใช้ประโยชน์ได้จริง มิฉะนั้นไม่มีดีกว่า วุฒิสภาเป็นสภาของผู้ใหญ่ ผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อคอยท้วงติง ที่มาและอำนาจต้องสอดคล้องกัน ถ้ามีที่มาสัมพันธ์กับประชาชนมากให้อำนาจได้มาก ถ้าสัมพันธ์น้อยก็ให้อำนาจน้อยลง การยึดโยงประชาชนมากที่สุดคือการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญ 2540 กำหนดให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งรายจังหวัด ไม่ต่างกับ ส.ส.นัก 
    "ผมไม่เคยคิดเป็น ส.ว.มาก่อน แต่พอมีรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งยึดโยงประชาชนอย่างแท้จริง ก็ลงสมัคร และได้เป็น ส.ว.กรุงเทพฯ อยู่ 6 ปี ปีแรกค่อนข้างดี ส.ว.ถูกออกแบบให้เป็นอิสระ ให้อำนาจมากขึ้น ถอดถอนได้ เลือกสรรองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ"
    เขากล่าวว่า ตอนเลือก ส.ว.นั้น ในปี 2543 เป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ไม่เข้ามาแทรกแซง มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดแรก เป็นชิ้นเป็นอัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดูดี ต่อมามีรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ปี 2544 เป็นต้นมา ส.ว.ลดความอิสระ เริ่มมี ส.ว. เป็นผัวเมียพี่น้อง ส.ส. รับเงินจากพรรคการเมือง มีโผเลือกองค์กรอิสระ ตอนท้ายยิ่งหนัก คิดถึงแต่ตัวเอง อยากเป็น ส.ส. หรือรับตำแหน่งอื่น ก็สร้างความผูกพันกับผู้มีอำนาจต่อ เกิดระบบอุปถัมภ์ ในที่สุดก็ไม่ต่างจาก ส.ส.ซึ่งเลือกจากพื้นที่เหมือนกัน
    นายเจิมศักดิ์กล่าวถึงการมี ส.ว. ว่าต้องใช้จ่ายงบประมาณเกือบหมื่นล้านบาท ตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญตนเสนอให้มีสภาเดียวแล้วแบ่งหน้าที่ จะประหยัดหมื่นล้านบาท หรือถ้ามีให้ยึดโยงประชาชนเต็มที่ ออกแบบให้เลือก ส.ว. โดยอาชีพผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40 ล้านคน มากำหนดว่าตนเองอยู่ในอาชีพอะไร แล้วแบ่งกลุ่มอาชีพสัก 10 กลุ่ม ให้มีคนเสนอตัวเป็น ส.ว. เลือกทั้งประเทศ ก็จะต่างกับ ส.ส. ทั้งนี้ ถ้าจะมี ส.ว. ดีที่สุดต้องยึดโยงประชาชน เป็นตัวแทนอาชีพ ซื้อเสียงยาก อิสระสูง แม้ได้รับตำแหน่งอาจโดนจูงใจบ้าง แต่น่าจะดีกว่า
    เมื่อถามถึง ส.ว.ชุดปัจจุบัน ยิ่งกว่า ส.ว.ในอดีตที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสภาผัวเมีย นายเจิมศักดิ์เห็นด้วยว่า ยิ่งกว่า เพราะยึดโยงกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างเดียว แม้จะมีลูกเล่นในการเขียนกฎหมายตามบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ ไม่ยึดโยงประชาชนเลย ให้อำนาจมากถึงกับเลือกนายกฯ พลิกทุกอย่าง
    ด้านนายปิยบุตรกล่าวว่า อย่างที่เราทราบว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกออกแบบมาให้แก้ไขได้ยากมาก ในทางปฏิบัติอาจจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่หากเราคิดว่าเป็นไปไม่ได้แล้วไม่ทำอะไรเลย ก็คงจะไม่ถูกต้องนัก ดังนั้นการตั้ง กมธ.วิสามัญ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ผ่านอาจจะติดปัญหาจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ทำให้การทำงานล่าช้าออกไป แต่ตนคิดว่าหลังจากได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรให้ขยายเวลาการทำงานออกไปอีก 90 วัน ก็คงจะทำงานกันมากขึ้น
    ในส่วนของตนและสมาชิก กมธ. สมัยที่เป็นสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ 6 คน ก็ตั้งใจที่จะเขียนข้อเสนอทั้งหมดที่เคยพูดในที่ประชุม ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย โดยจะรวบรวมเขียนออกมาเป็นเอกสารชุดหนึ่งที่แจกแจงว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใดบ้าง ในท้ายที่สุดจะแก้ไขสำเร็จหรือไม่ ตนเชื่อว่าจะสำเร็จได้ต้องอาศัยพลังทางสังคมจากทุกกลุ่มทุกฝ่ายร่วมกันกดดัน โดยเฉพาะการเข้าไปกดดันที่ ส.ว.
    เมื่อถามว่าจะประเมินการทำงานตลอด 1 ปีของ ส.ว.อย่างไรบ้าง นายปิยบุตรตอบว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2562 ถือเป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะพี่น้องประชาชนได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่า ส.ว. 250 คนถูกสร้างมาเพื่ออะไร และหลังจากนั้นอีก 1 ปีก็ยิ่งเห็นชัดว่า ส.ว.ทำงานอย่างไร ได้เข้าร่วมลงมติกี่ครั้ง หรือขาดประชุมกี่ครั้ง ซึ่งการลงมติแต่ละครั้งก็ไม่เคยมีเสียงแตก คือชนะกันศูนย์หมด
       เขากล่าวว่า ส.ว.ตามบทเฉพาะกาลทำให้ข้ออ้างและเหตุผลทั้งหมดของการมี ส.ว.ในประเทศไทยหายไปหมด สมัยก่อนเรามักจะถกเถียงกันว่า ส.ว.มีไว้ทำไม ควรจะมาจากการแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง และก็มักจะกล่าวอ้างกันว่า หาก ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ก็จะได้สภาผัวสภาเมีย สภาพี่สภาน้อง 
    "แต่วันนี้ ส.ว. 250 คนก็ทำให้เห็นชัดแล้วว่าเป็นยิ่งกว่าสภาผัวสภาเมีย มันคือสภาเครือข่ายอำนาจของคณะรัฐประหาร เพราะตลอด 1 ปีที่ผ่านมาไม่มีการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลเลย หนำซ้ำบางคนก็อวยรัฐบาลจนออกนอกหน้า” 
    เมื่อถามว่า ปรากฏการณ์ความขัดแย้งและการแก่งแย่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมือง และการวิ่งเต้นเพื่อให้เกิดการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายปิยบุตรกล่าวว่า ความจริงตนรณรงค์เรื่องนี้ตั้งแต่ออกเสียงประชามติแล้ว เพราะเรามองเห็นว่าหากปล่อยรัฐธรรมนูญนี้ออกไป มันจะดึงบ้านเมืองและการเมืองไทยถอยหลังกลับไปเหมือนปี 2520 ที่เรียกว่าสมัยประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่มีการเลือกตั้งเป็นเหมือนพิธีกรรม โดยในท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญจะสร้างปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น วันแรกที่เรามีรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ที่ก่อให้เกิดการจัดสรรปันส่วนผลประโยชน์ จนมีการตั้งรัฐบาลแบบสหพรรค โหวตแต่ละครั้งก็ต้องลุ้นทุกครั้ง นำมาซึ่งการซื้อขายงูเห่า แจกกล้วย และการยุบพรรค
    “รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันระเบิด ผมจึงอยากเชิญทุกสถาบันการเมืองและนักการเมืองทั้งหลายมาช่วยกันถอดสลักระเบิดลูกนี้"
     เลขาธิการคณะก้าวหน้ากล่าวว่า เมื่อปี 2534 เราก็มีรัฐธรรมนูญลักษณะแบบนี้ ที่วางการสืบทอดอำนาจของ รสช. วันนั้นเราไม่ร่วมกันถอดสลักระเบิด สุดท้ายเกิดพฤษภา 35 จนมีประชาชนบาดเจ็บล้มตายกันจำนวนมาก ครั้งนี้เรายังมีโอกาสอยู่ จึงอยากเชิญมาร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้กัน
    ขณะที่นายพริษฐ์กล่าวถึงคุณค่าของรัฐธรรมนูญ 3 ประการ คือ 1.กติกาเป็นกลาง 2.เป็นประชาธิปไตย 3.ยืดหยุ่นรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ตนยึดหลักการทั้งสาม ระบบ ส.ว.ปัจจุบันขัดหลักประชาธิปไตย มีอำนาจเยอะมาก ยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ อำนาจเพิ่มเรื่อยๆ แต่ที่มาถดถอยการยึดโยงประชาชน กรรมการคัดเลือก 10 คน มีทั้งเป็น ส.ว.เอง หรือให้พี่น้อง เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ส่วนในต่างประเทศ วุฒิสภาอังกฤษมาจากการแต่งตั้ง แต่อำนาจน้อย เช่น ยับยั้งกฎหมายได้ 1 ปี ไม่สามารถปรับตกได้ ถ้าอำนาจเยอะต้องเลือกตั้งอย่างสหรัฐอเมริกา ใช้การเลือกตั้งแบ่งเป็น 1 ใน 3 ทุกสองปี ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งครองอำนาจไว้ยาว
    นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงการไม่มี ส.ว.เลยว่า ปัจจุบันประเทศที่มีสภาเดียวมีมากกว่าประเทศสภาคู่ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น สภาเดียวจะช่วยลดเวลาพิจารณากฎหมาย ทำให้รัฐคล่องตัวขึ้น ประหยัดงบประมาณ ส่วนข้อเสนอเลือกตั้ง ส.ว.จากกลุ่มอาชีพนั้น จะมั่นใจอย่างไรว่าจะได้ผู้นำสาขาอาชีพที่เชี่ยวชาญจริงๆ และต้องลาออกจากงานหรือไม่ จะแบ่งกลุ่มอาชีพอย่างไร เมื่อระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงเร็ว เกิดอาชีพใหม่
    ส่วน น.ส.ภัสราวลีเห็นว่า ส.ว.มีแนวโน้มเป็นเครื่องมืออำนาจของคณะรัฐประหาร ส.ส.ปัจจุบันมีความสามารถพอ โดยไม่ต้องผ่าน ส.ว.เหมือนในอดีตได้ การรัฐประหารตั้งแต่สมัย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ กับ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ต่อมาก็มี ส.ว.แต่งตั้ง ชัดเจนไม่สร้างประโยชน์ประชาชน รวบอำนาจของคณะรัฐประหาร อีกทั้ง ส.ว.โดยตำแหน่งที่เป็น ผบ.เหล่าทัพ มาทำไม เป็นหน้าที่ที่ควรแยกอำนาจ รวมกันไม่ได้ 
    "ผลงานโดดเด่นของ ส.ว.ปัจจุบันคือหนุนอำนาจรัฐประหารให้คงอยู่ ไม่เห็นผลงานเด่นเพื่อประชาชน ไม่คุ้มค่างบประมาณ นำเงินไปใช้อย่างอื่นได้เยอะแยะ เยียวยาวิกฤติโควิดได้หลายคน จึงเป็นเหมือนไส้ติ่งอักเสบไร้ประโยชน์ เป็นอันตรายต่อประเทศและประชาธิปไตย นอนกินภาษีประชาชน ต้องตัดทิ้ง ไม่งั้นจะตาย" ตัวแทนเครือข่ายนักเรียนฯ ระบุ. 


ก็จริงนะ.... คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ บอกว่า เห็นคนไทยเถียงกันอยู่ ๒ เรื่อง ๑.เรื่อง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นกรรมาธิการงบประมาณได้หรือไม่

'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'