ไม่รอดแม่ค้าตลาดนัดขายแตงโมบังหน้าซุกกัญชาอัดแท่ง200กก.


เพิ่มเพื่อน    

7 มิ.ย.63- พ.ต.อ.อภิชาต โพธิจันทร์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ผกก.4  บก.ทล.)  แถลงข่าวผลการจับกุม น.ส.สุดารัตน์ ทองเรือง อายุ 37ปี อยู่บ้านเลขที่ 124/5 หมู่ 23 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมของกลางกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 10 ถุงใหญ่ รวม 200 แท่งน้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม ,รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สี เทา-ดำ หมายเลขทะเบียน 2 ฒว- 8525 กรุงเทพฯ และ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงขอนแก่นจับกุมตัวได้ขณะที่ผู้ต้องหาขับรถผ่านด่านตรวจตำรวจทางหลวง บน ถ.มิตรภาพ ฝั่งขาเข้าตัวเมืองขอนแก่น  ช่วง กม.372-373 ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น

พ.ต.อ.อภิชาต กล่าวว่า  ตำรวจทางหลวง ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการลักลอบขนกัญชา นำส่งไปยังกรุงเทพฯโดยใช้รถยนต์กระบะ เป็นพาหนะในการขนส่ง กำลังเจ้าหน้าที่จึงตั้งจุดสกัดและออกตรวจสังเกตุการณ์ในขตรับผิดชอบ จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 01.00 น. ที่ผ่านมาพบรถยนต์กระบะคันดังกล่าวบรรทุกสิ่งของปกคลุมด้วยผ้าใบสีดำ ลักษณะคล้ายที่ได้รับแจ้ง ขับมาจากจังหวัดอุดรธานีมุ่งหน้าเข้าเขต จ.ขอนแก่น ผ่านจุดตรวจ จึงส่งสัญญาณให้รถหยุด แต่คนขับมีอาการตกใจ ไม่ยอมหยุดรถ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำรถวิทยุไล่ติดตามจนถึงบริเวณถึง กม.372-373  ผู้ต้องหาจนมุมจึงหยุดรถ

พ.ต.อ.อภิชาต กล่าวต่อว่า เมื่อรถหยุดเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนเข้าตรวจสอบ พบ น.ส.สุดารัตน์ เป็นผู้ขับขี่มาคนเดียว มีอาการตกใจ พูดจาวกวน ท่าทางมีพิรุธ จึงขอทำการตรวจค้นพบ กัญชาแห้งอัดแห่ง จำนวน 200 แท่ง น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม ห่อด้วยถุงดำและซุกซ่อนไว้ในกระสอบที่พิมพ์หน้ากระสอบด้วยภาษาเวียดนาม ซ่อนอยู่ในท้ายกระบะโดยมีก้อนฟางวางทับและปิดทับด้วยผลแตงโมอีกชั้น ลักษณะทำเป็นกานขนแตงโมไปขายเพื่อตบตาการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่

พ.ต.อ.อภิชาติ กล่าวว่า ผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้แถลงข่าวและร้องไห้ตลอดเวลา และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นาย สกล (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) จาก จ.อุดรธานี ไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยได้ค่าจ้าง 30,000 บาทพร้อมสารภาพทำมาครั้งแรก ตัดสินใจทำเพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีขายของยากเงินที่ได้นำไปจุนเจือครอบครัวและเลี้ยงลูก แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อและจะมีการขยายผลต่อไป อย่างไรก็ตามได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกภูหมาย  และ ออกนอกเคหะสถาน ระหว่างเวลา 23.00 - 03.00 น โดยไม่ได้รันการยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำพอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'