สยบลือไล่จุรินทร์ กาหัวไม่ส่งลงสส.


เพิ่มเพื่อน    

    "จุรินทร์" ลั่นแค่ข่าวลือล่าชื่อ กก.บห.เปลี่ยนแปลงพรรค "ชวน" ออกโรงยกกลุ่ม 10 มกราเตือนสติ "นิพิฏฐ์" ชี้แค่สมาชิกอึดอัดไม่ได้พบพูดคุยกับหัวหน้า-เลขาฯ สะพัด! เตรียมลงดาบไอ้โม่งสร้างความปั่นป่วน กาหัวไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า จับตาอาจมีเลือดไหลอีกระลอก "สหายอ้วน" เตรียมเปิดตัวกลุ่มแคร์ 17 มิ.ย.
    เมื่อวันพฤหัสบดียังคงมีความต่อเนื่องถึงสถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลังจากมีกระแสข่าวการรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคให้ได้เกินครึ่งเพื่อเปลี่ยนแปลง กก.บห.และหัวหน้าพรรคชุดใหม่ ขณะที่ก็มีกลุ่มที่ไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงภายในพรรค เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อการร่วมรัฐบาลและโควตารัฐมนตรี โดยล่าสุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ปชป.ได้นัดคุยนอกรอบกับ ส.ส.ที่บ้านดาวล้อมเดือนเมื่อวันที่ 9  มิ.ย. โดยมี ส.ส.ไปร่วมสังสรรค์ราว 27 คน รวมถึงรัฐมนตรีของพรรคด้วย ขาดเพียงนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ 
     รายงานข่าวแจ้งว่า ในวงหารือได้ประเมินการเคลื่อนไหวถึงการรวบรวมรายชื่อ กก.บห.ว่าไม่น่าทำได้สำเร็จ เพราะแม้เปลี่ยนหัวหน้าได้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาใครมาเป็นหัวหน้าพรรค เนื่องจากหากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคกลับมา ก็มีเงื่อนไขว่าต้องออกจากการร่วมรัฐบาล ในขณะที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ยังต้องการร่วมรัฐบาลอยู่ นอกจากนี้ยังมีการกาหัว ส.ส.และ กก.บห.พรรคที่เคลื่อนไหวในเรื่องนี้ ที่ยังไม่เปิดตัวว่าเป็นใคร และคนที่มักให้ความเห็นไม่สอดรับกับท่าทีของพรรคหรือวิจารณ์การบริหารของรัฐบาล ว่าจะไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในสมัยหน้าด้วย  
    "ท่าทีดังกล่าวยิ่งทำให้ ส.ส.และสมาชิกพรรคที่ผิดหวังกับบทบาทของพรรคอยู่แล้ว ยิ่งไม่มีใจที่จะอยู่กับพรรค เพราะผู้ใหญ่ในพรรคไม่ว่าจะเป็นนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค ที่พอจะทราบปัญหามาโดยตลอด ก็ไม่เคยหยิบยกเรื่องนี้ไปพูดคุยกับผู้บริหารพรรคอย่างจริงจัง บอกเพียงให้ไปคุยกันเอง และยืนกรานว่าต้องสนับสนุนให้นายจุรินทร์บริหารพรรคจนครบวาระเท่านั้น จนเกิดเป็นปัญหาการบริหารภายในพรรคที่ไม่ได้รับการแก้ไข จึงเชื่อว่าจะมีสมาชิกทยอยลาออกจากพรรคเพิ่มเติมอีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้มี ส.ส.และอดีต ส.ส.ลาออกไปหลายคน อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. และ นพ.ปรีชา มุสิกุล อดีต ส.ส.กำแพงเพชร" 
    ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์  ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึงกระแสข่าวปัญหาความขัดแย้งในพรรคว่าไม่เป็นความจริง ทุกวันนี้ในฐานะหัวหน้าพรรคยังคงเดินสายพบปะสมาชิกพรรคในแต่ละภาคอยู่เป็นประจำ เพื่อชี้แจงและรับฟังแนวทางการดำเนินงานของพรรค ซึ่งในเร็วๆ นี้ก็จะลงพื้นที่ในภาคอีสานและภาคใต้ด้วย
ยันแค่ข่าวลือ
    นายจุรินทร์ยังกล่าวถึงการล่ารายชื่อเพื่อให้ กก.บห.ลาออกว่า ไม่ใช่การเคลื่อนไหวแบบคลื่นใต้น้ำ  เพราะประเด็นดังกล่าวหาที่มาไม่ได้ เป็นเพียงแค่ข่าวลือ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น และไม่จำเป็นต้องตรวจสอบที่มาของข่าว เพราะข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามนั้น และในส่วนของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคและ กก.บห.ทั้งหมดได้ทำหน้าที่ของตนเองในแต่ละส่วนอย่างเต็มที่ ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งหลังจากนี้พรรคก็ยังจะเดินหน้าทำงานต่อไป ทั้งงานในสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะที่มี ส.ส.ของพรรคด้วย
    "เชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่เข้าใจ เพราะการสร้างผลงานในรัฐบาล สร้างได้เพราะพรรคมีมติให้เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งทุกอย่างนอกจากส่งผลต่อพรรค ยังส่งผลต่อประชาชนด้วย เพราะถ้าทำงานแล้วมีผลงานที่ดี เสียงตอบรับจากประชาชนในนามพรรคประชาธิปัตย์ที่ผมเป็นหัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคบริหารอยู่ก็จะตอบรับในทางที่ดี ซึ่งสมาชิกส่วนมากก็เข้าใจ" นายจุรินทร์กล่าวและว่า พรรคได้เตรียมในเรื่องของผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ในทุกภาค แม้ยังไม่มีการเลือกตั้งก็ตาม โดยในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ ได้ดำเนินการไว้ 70-80% แล้ว รวมถึงผู้สมัครในระดับท้องถิ่นก็ได้เตรียมไว้แล้วเช่นกัน ดังนั้นทุกอย่างก็เดินหน้าไปโดยลำดับในทุกภาค จึงมั่นใจว่าสมาชิกส่วนใหญ่เข้าใจ
    ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่อยากให้สร้างปัญหา อย่าทำให้พรรคเสียหาย ไม่ชอบใครก็เป็นเรื่องส่วนตัว ต้องคิดถึงชาวบ้านที่เลือกมาด้วย เขาไม่อยากเห็นความขัดแย้ง พรรคมีเรื่องแบบนี้มาเยอะ เช่นเหตุการณ์ 10 มกรา บทเรียนเหล่านั้นทำให้พรรคกระทบและทำให้ผลเลือกตั้งต่อมาเสียหาย ดังนั้นบทเรียนในอดีตควรเป็นข้อคิดเตือนใจของคนที่อยู่ในพรรค 
    "คนที่ต้องพึ่งพาอาศัยพรรคเช่นพวกผม เป็นหนี้บุญคุณพรรค ฉะนั้นอะไรที่ทำให้พรรคเสียหายก็ต้องระวัง สมาชิกทุกคนต้องคำนึงถึงชาวบ้านที่เลือกเรามา อย่าให้เขารู้สึกว่าเลือกเรามาเพื่อขัดแย้งกันเอง" นายชวนกล่าว 
    เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ของพรรคจะเรียกคู่ขัดแย้งมาปรับความเข้าใจกันหรือไม่ นายชวน กล่าวว่าตอนนี้ยังไม่มีตัวตนว่าเป็นใคร มีแต่เพียงข่าวออกมา แต่ถ้าคุยกันในไลน์ก็ตักเตือน มีอะไรก็คุยกัน อย่าทำให้เกิดความขัดแย้ง
    ถามอีกว่า ส.ส.หลายคนไม่พอใจการบริหารของนายจุรินทร์ นายชวนกล่าวว่ามีโอกาสต้องถามนายจุรินทร์ ส่วนการทำงานของนายจุรินทร์นั้น พรรคได้เลือกนายจุรินทร์แล้ว สมาชิกต้องช่วยกันสนับสนุนการทำงาน แต่หากไม่พอใจสามารถพูดคุยหรือชี้แจงได้ 
แค่อึดอัดไม่ได้ระบาย
    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป.ระบุว่า ปัญหาภายในพรรคที่เกิดขึ้นไม่ได้มีการไล่ล่ารายชื่อ กก.บห.เพื่อให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าเหมือนบางพรรค เพราะเป็นปัญหาคนละรูปแบบกัน สิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคคือ มี ส.ส.ส่วนหนึ่งที่อึดอัดและกังวลต่ออนาคตของพรรค ซึ่งเรียกว่าใจเกินครึ่งไม่อยู่กับพรรคแล้ว ซึ่งได้อาสาเป็นคนกลางให้คนเหล่านี้ได้พูดคุยกับหัวหน้าและเลขาฯ พรรคเพื่อปรับความเข้าใจระหว่างกัน เนื่องจาก ส.ส.เหล่านี้ล้วนเป็นคนมีศักยภาพทั้งสิ้น ไม่อยากให้เกิดกรณีลาออกจากพรรคเหมือนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
    "ปัญหาที่เกิดขึ้นคือไม่คุยกัน ส.ส.ที่บ่นก็ไม่กล้าคุยกับหัวหน้าพรรค เพราะกลัวว่าจะถูกขึ้นบัญชีดำกาหัว ผมก็บอกว่าทุกคนถือหุ้นในพรรคหนึ่งหุ้นเท่ากัน ไม่ใช่ว่าหัวหน้าหรือเลขาฯ มีหุ้นมากกว่า ส.ส.คนอื่น และผมจะไม่ยอมให้มีการขึ้นบัญชีดำเกิดขึ้นแน่ๆ สิ่งที่ควรร่วมกันคิดคือ แก้ปัญหาด้วยการปรับท่าทีที่มีต่อกัน ถ้าเปรียบพรรคเป็นบ้านก็มาช่วยกันดูว่าตรงไหนชำรุด หลังคารั่วเราซ่อมหลังคา ประตู หน้าต่างพังเราก็ซ่อม อย่าหนีปัญหาหรือหนีจากพรรค แต่ตอนนี้ไม่มีการคุยกัน ไม่มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค มีแต่การคุยกันในกลุ่มคนใกล้ชิดกับผู้บริหารที่กินข้าวด้วยกันทุกสัปดาห์เท่านั้น  จึงอยากให้มีการสื่อสารพูดคุยกันมากขึ้นระหว่างผู้บริหารกับ ส.ส.ในพรรค เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีระหว่างกัน" นายนิพิฏฐ์กล่าว
    ส่วนนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป.กล่าวชี้แจงว่า กระแสข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริง  พรรคมีเอกภาพภายใต้การนำของนายจุรินทร์และนายเฉลิมชัย ทุกคนพร้อมให้การสนับสนุน แม้ภายในพรรคจะมีข้อขัดข้องหมองใจ ก็เป็นเรื่องธรรมดาของสถาบันการเมืองที่ต้องมีความเห็นต่าง ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่พรรค และจนถึงตอนนี้ยังไม่เห็นว่ามีการล่ารายชื่อแต่อย่างใด แต่หากสมาชิกมีข้อขัดข้องตรงไหนให้เดินไปถามหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคได้เลย และยังมีช่องทางพูดคุยผ่านการประชุม ส.ส.พรรค กรรมการบริการพรรค และการประชุมใหญ่สามัญของพรรคที่กำลังจะมีขึ้น ทั้งนี้ กรรมการบริหารพรรคทุกคนเข้ามาบริหารงานในพรรคภายใต้ครรลองประชาธิปไตย เพราะเรามาจากการเลือกของสมาชิกพรรค
    "ปชป.มีครรลองวัฒนธรรมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ที่เมื่อมีอะไรขัดข้องหมองใจก็พูดคุยกันได้ การบริหารงานภายในพรรคของนายจุรินทร์ตรงไปตรงมา ให้โอกาสทุกคนทำหน้าที่ และทุกคนสามารถคุยกับหัวหน้าพรรคได้ตลอดเวลา ทุกคนที่เป็นประชาธิปัตย์รักพรรค เราคิดตรงกันว่าจะต้องนำพรรคไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง ใครจะกล่าวหาว่าพรรคกระแสไม่ดีก็ไม่เป็นไร เป็นหน้าที่และความท้าทายของเรา และคนรุ่นต่อไปที่จะทำให้พรรคเป็นที่ตอบรับของประชาชน" นายราเมศกล่าว
    นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี รองโฆษกพรรค ปชป.กล่าวเช่นกันว่า ไม่ทราบว่าที่มาของข่าวนี้เป็นอย่างไร แต่ยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะไม่ได้มีสมาชิกพรรคเคลื่อนไหวล่ารายชื่อลาออก กก.บห.เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งหัวหน้าและ กก.บห.ชุดใหม่อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวเลย ที่สำคัญเมื่อข่าวนี้เผยแพร่ไป ได้ไปสอบถามกับนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานีและรองเลขาธิการพรรค ซึ่งมีชื่อถูกพาดพิง นายอันวาร์ก็ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวนี้เลย ส่วนกระแสข่าวที่ออกมานี้ต้องการให้มีการปรับ ครม.ในส่วนของพรรคหรือไม่นั้น คิดว่าเวลานี้ไม่ใช่ช่วงของการปรับ ครม. ควรให้เวลารัฐมนตรีแต่ละคนทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด ฟื้นฟูและเยียวยาประเทศตามที่พี่น้องประชาชนคาดหวังให้ดี ซึ่งจากการพูดคุยกับเพื่อน ส.ส.ส่วนใหญ่ก็เข้าใจบทบาทในส่วนนี้ดี  เพราะเป็นช่วงเวลาของวิกฤติ ไม่ใช่เวลาที่จะมากดดันเพื่อเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรคกันเอง
17 มิ.ย.เปิดตัวกลุ่มแคร์
    สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย (พท.) นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มแคร์ ระบุว่า การประชุมกลุ่มแคร์ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายอาชีพและหลากหลายวัยเพิ่มขึ้น การทำงานหลังจากนี้จะมีความชัดเจน โดยวันที่ 17  มิ.ย.จะเปิดตัวกลุ่มแคร์ และประกาศเจตนารมณ์และแนวทางของกลุ่มที่ Voice Space ภายในงานจะมีการอภิปรายเรื่อง 150 วันอันตราย ทางเลือกทางรอด มีผู้ร่วมเสวนาคือ นายบรรยง พงษ์พานิช  ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร, นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิก, นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกฯ 
    "ยืนยันว่ากลุ่มแคร์เป็นกลุ่มที่เราจะมาแชร์ความคิดเห็น หากใครเห็นว่ามีประโยชน์สามารถหยิบไปใช้ได้ ส่วนเมื่อถึงที่สุดแล้วกลุ่มแคร์จะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ตอนนี้เรายังไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้น  แต่ก็ไม่ปิดโอกาสอะไรในตอนนี้" นายภูมิธรรมระบุ
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวนัดทานข้าวกับ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกลเพื่อชักชวนย้ายพรรคว่า รู้สึกแปลกใจกับการปล่อยข่าวดังกล่าว เพราะพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลต่างมีอุดมการณ์ร่วมกันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น และพรรคให้ความสำคัญกับการให้เกียรติ การได้รับความไว้วางใจจากทุกพรรคร่วมฝ่ายค้าน 
    "ยืนยันว่ารังเกียจพฤติกรรมการเพาะเลี้ยงงูเห่า ไม่ว่าการฉกฉวยขโมยของเพื่อน หรือการนำผลประโยชน์อื่นใดมาล่อ ตราบใดที่ยังดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จะไม่มีวันที่จะวางยุทธศาสตร์ไปในแนวขโมยคนของมิตรร่วมอุดมการณ์มาเป็นคนของตัวเองอย่างเด็ดขาด ส่วนการที่นักการเมืองของทั้งสองพรรค รวมถึงนักการเมืองพรรคอื่นๆ จะนัดพบปะหารือรับประทานอาหารร่วมกัน ถือเป็นเรื่องปกติของคนร่วมสังคมเดียวกัน ที่จะมีมิตรไมตรี มีปฏิสัมพันธ์กัน มิได้เป็นสิ่งที่ผิดปกติ การปล่อยข่าวดังกล่าวมีความพยายามในการดิสเครดิต จึงจะทำการตรวจสอบที่มาที่ไปของเรื่องนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีวิธีการทำลายกันทางการเมืองเช่นนี้อีก”
    นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กลุ่ม กทม.กล่าวเช่นกันว่าเป็นเรื่องปกติ ก่อนหน้านี้ ส.ส.ฝั่งธนบุรีของพรรคนี้หลายคนก็ได้เข้าพบผู้ใหญ่ของพรรคย่านฝั่งธนฯ มาแล้ว อย่าไปคิดอะไรมาก  ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตพรรคจะดึง ส.ส.กลุ่มนี้มาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคสมัยหน้า และอาจกระทบคนเก่า ทุกอย่างทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลอะไร และไม่ขัดขืนอะไรหากพรรคจะทำเช่นนั้น เข้าใจว่าพรรคต้องการ ส.ส.ในสภาเพื่อต้องการเสียงในการสนับสนุน.


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'