อึ้ง!ขอกู้ทุกรูปแบบ7.8แสนล. หวั่นตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ


เพิ่มเพื่อน    

    สภาลงมติท่วมท้นตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามงบฟื้นฟู 4 แสนล้าน "สาทิตย์" เผยเสนอขอกู้ 3.8 หมื่นโครงการ ทะลุ 7.8 แสนล้าน แฉแผนงานมีทุกรูปแบบแม้แต่ขอซื้อโทรทัศน์-ทำป้าย เป็นการจ้างงานให้ผู้รับเหมาสร้างรายได้ให้ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ส.ส.ก้าวไกลอึ้ง อีอีซีของบพาเด็กเที่ยวสวนน้ำ-จัดการแข่งขันฟุตบอล หวั่นตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ "เทพไท" ห่วงมีบัญชีผีงาบเงินเยียวยา
    ที่รัฐสภา วันที่ 11 มิถุนายน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติด่วนการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหา  เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อโควิด-19 
    โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า งบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 4 แสนล้านบาทนั้น หลังจากสภาให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงินไป 1 สัปดาห์ เพียงแค่วันที่ 9 มิ.ย.มีการเสนอโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 38,000 โครงการ เป็นเงิน 783,000 ล้านบาท เกินวงเงิน 400,000 ล้านบาทเกือบเท่าตัว ประกอบด้วย แผนงานที่ 1 การพลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ  เสนอมา 164 โครงการ เป็นเงิน 283,000 ล้านบาท แผนงานที่ 2 การฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน  เสนอมา 1,345 โครงการ เป็นเงิน 400,000 ล้านบาท แผนงานที่ 3 การส่งเสริมการบริโภคและกระตุ้นภาคครัวเรือนและเอกชน ยังไม่มีการเสนอโครงการมา แผนงานที่4 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เสนอมา 292โครงการ เป็นเงิน 82,000 ล้านบาท 
    "แผนงานที่เสนอมามีทุกรูปแบบ แม้แต่ขอซื้อโทรทัศน์ 30,000 กว่าบาทก็มี บางโครงการขอเงินทำป้ายและปรับภูมิทัศน์ ที่ชัดเจนว่าอาจมีการตกลงกันระหว่างจังหวัดกับผู้รับเหมา ถือเป็นการสร้างงานให้ผู้รับเหมา สร้างรายได้ให้ผู้มีอิทธิพลประจำท้องถิ่น ไม่ใช่เพื่อการจ้างงานตามวัตถุประสงค์การกู้เงิน" นายสาทิตย์กล่าว
    นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า หลายโครงการที่เสนอมาในการใช้เงินกู้ครั้งนี้ไม่ได้ตั้งฐานคิดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่เป็นโครงการปกติที่พิมพ์คำว่าโควิด-19 เข้าไป  กลัวว่างบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทจะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ สงสัยว่าคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการจะกลั่นกรองโครงการที่ถูกเสนอมา 30,000 กว่าโครงการ มูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาทนี้อย่างไร  จะเลือกให้โครงการใดอกหักหรือสมหวัง เช่น โครงการที่เสนอโดยกระทรวงกลาโหมกับโครงการของท้องถิ่นทั่วไปจะเลือกโครงการใดก่อน หรือโครงการที่เป็นลูกรักของนายกฯ ที่เสนอโดยคณะกรรมการอีอีซี อาทิ โครงการไทยเที่ยวไทยไปอีอีซี จัดให้เด็กไปทัศนศึกษาสวนนงนุช พัทยา ไปเล่นน้ำที่สวนน้ำ การ์ตูนเน็ตเวิร์ก วงเงิน 265 ล้านบาท หรือการแข่งขันฟุตบอลการกุศลนัดพิเศษอีอีซี 4 เส้า ระหว่างชลบุรี เอฟซี, ระยอง เอฟซี, ฉะเชิงเทรา เอฟซี และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วงเงิน 50 ล้านบาท 
    "โครงการเหล่านี้คณะกรรมการกลั่นกรองกล้าตัดหรือไม่ ใครจะทำหน้าที่ตรวจสอบคณะกรรมการกลั่นกรอง นั่นคือเหตุผลที่ต้องมี กมธ.วิสามัญฯ เพื่อเป็นกลไกตรวจสอบการใช้งบประมาณ ไม่ใช่แค่เสือกระดาษ จึงจะช่วยป้องกันการทุจริตได้" นายจิรัฏฐ์กล่าว
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า อยากให้ตรวจสอบงบประมาณการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 วงเงิน 550,000 ล้านบาท ที่ล่าสุดมีจำนวนผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปถึง 48 ล้านคน ดูแล้วคลางแคลงใจ ขอให้ กมธ.ไปตรวจสอบตัวเลข 48 ล้านคนว่าเป็นบัญชีมีตัวตนจริงหรือไม่ หรือเป็นบัญชีผีไม่มีตัวตนอยู่เท่าไร ถ้ามีแค่ 1 ล้านบัญชี จ่ายเงิน 3 เดือน ก็มีเงินรั่วถึง 15,000 ล้านบาท เงินเหล่านี้จะไปอยู่ในกระเป๋าใครหรือเป็นทุนเลือกตั้งให้พรรคใด 
    นายเทพไทกล่าวว่า ขอชี้เป้าให้ไปตรวจสอบการใช้งบประมาณในอีก 6 โครงการที่มักมีโจรในเครื่องแบบ โจรในคราบนักการเมือง ได้แก่ 1.โครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวี 2.โครงการขุดลอกคูคลอง 3.โครงการติดตั้งเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 4.โครงการทำซุ้มประตูทางเข้าชุมชน 5.โครงการปรับภูมิทัศน์ 6.โครงการต่างๆ ที่มีวงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท หรือการซอยโครงการเพื่อเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการเหล่านี้มีเงินทอนมาก ขอให้ตรวจสอบให้ดี
    กระทั่งเวลา 18.10 น. ภายหลังสมาชิกอภิปรายครบโดยใช้เวลานานกว่า 8 ชั่วโมง ที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตาม และตรวจสอบการใช้งบประมาณตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยา และฟื้นฟูผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ตามญัตติด่วนที่สมาชิกซีกรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันเสนอ จำนวน 8 ญัตติ โดยไม่ลงมติ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 88 เนื่องจากเสียงส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนอย่างท่วมท้น ก่อนที่ที่ประชุมจะตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามฯ 49 คน โดยมีกรอบระยะเวลาในการพิจารณา 120 วัน.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.