เวทีอุ้มหาย...แล้วไง 'ฐปณีย์' ชมรัฐตอบสนองกรณี 'วันเฉลิม' ได้เร็ว 'วรรณสิงห์' ห่วงก้อนอยุติธรรมระเบิด-ไม่เห็นด้วยบังคับคนดังแสดงจุดยืน


เพิ่มเพื่อน    

13 มิ.ย.63 - ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนิน คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) จัดงานเสวนาเรื่อง “อุ้มหาย .. แล้วไง” สืบเนื่องจากกรณีที่นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยการเมือง ถูกอุ้มหายในประเทศกัมพูชา โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว, นายพชร ธรรมมล หรือฟลุ๊ก เดอะสตาร์ ศิลปิน, นายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล พิธีกรสารคดี และ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) และมี น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมการเมือง เป็นพิธีกร

น.ส.ฐปณีย์ กล่าวถึงการอุ้มหายและการลี้ภัย ไม่ควรเกิดขึ้นทั้งสองอย่าง การอุ้มหายคืออาชญากรรมอย่างหนึ่ง เมื่อนายวันเฉลิมถูกอุ้มหายก็เกิดความห่วงใยถึงความปลอดภัย เขาออกไปจากประเทศเพราะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ใครออกไปก็เป็นผู้ลี้ภัยอยู่แล้ว ผู้ลี้ภัยในความหมายขององค์กรสิทธิมนุษยชน คือหนีจากความไม่ปลอดภัย หวาดกลัวการประหัตประหาร ไม่ควรมีใครต้องเป็นผู้ลี้ภัย บางครั้งเขาลี้ภัยทางการเมืองแต่ยังไม่ได้สถานะเป็นผู้ลี้ภัย ในฐานะที่ทำข่าวช่วยเหลือคนเหล่านี้ ทำให้คนเข้าใจผู้ลี้ภัยมากขึ้น ใครคิดต่างควรได้รับการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใช่ถูกอุ้มหายไป และคนที่เผชิญชะตากรรมเลวร้ายไม่ต่างกันคือคนในครอบครัว

น.ส.ฐปณีย์ ยังมองถึงบทบาทของภาครัฐต่อกรณีนายวันเฉลิมว่า การมีสภาผู้แทนราษฎรแตกต่างกับช่วงหลังการรัฐประหาร ทำให้ปัญหาของประชาชนได้หยิบยกมาพูดมากขึ้น กลายเป็นสิ่งสำคัญ อยู่ในความสนใจ เมื่อเข้ากรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจเรียกสอบถามได้ จากที่เห็นท่าทีของรัฐมนตรีตอบรับเรื่องนี้ รัฐมีการตอบสนองต่อกรณีของนายวันเฉลิมได้เร็ว โดยเพื่อนนักข่าวที่กัมพูชาแจ้งว่าสถานทูตไทยส่งหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ส่วนคำตอบที่จะได้กลับมาจะต้องช่วยกันติดตาม

ขณะที่ นายวรรณสิงห์ เปิดเผยถึงตอนทราบข่าวนายวันเฉลิมว่าใจหาย เพราะรู้จักกับนายวันเฉลิมเป็นการส่วนตัว แต่ไม่สนิท เราเห็นหลายครั้งที่คนหาย รู้สึกโกรธ ไม่ว่าจะเกิดกับใครก็เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ และเขายังเปรียบความอยุติธรรมเป็นก้อนที่หมักหมม เมื่อมาถึงจุดหนึ่งจะระเบิดออก ต้องมีกระบวนการบางเรื่องที่ทำให้มีจุดจบที่สังคมพอใจ แต่ทางตันมันกลับมากขึ้น เป็นห่วงในอนาคตก้อนแห่งความดำมืดจะขยายขึ้น จึงเป็นห่วงก้อนที่สะสมเยอะไปแล้วในสังคมไทย ทั้งนี้ ถ้าเราสนใจว่านายวันเฉลิมคือใคร ปลูกกัญชาหรือไม่ ฝ่ายไหน ก็เป็นเรื่องการเมืองไป แต่ถ้าเราสนใจว่านายวันเฉลิมเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่สมควรที่จะถูกอุ้มก็จะเป็นประเด็นเชิงมนุษยชน ความโกรธนี้ถ้าเราไปคุยกับกระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตกัมพูชา เรียกร้องให้เกิดการสืบสวน ตนเห็นด้วย แต่ไม่ควรกระจายไปหลายที่

นายวรรณสิงห์ ยังให้ความเห็นถึงกรณีที่มีการกดดันผู้มีชื่อเสียงให้ร่วมแสดงจุดยืนเรื่องนี้ว่า ไม่เห็นด้วยที่บังคับพูดทุกเรื่อง อยู่ที่ถ้าคุณรู้สึกร่วมกับเรื่องอะไรก็แสดงออกมา เพราะการบังคับนั้น บางทีเขาอาจไม่รู้ข้อมูล ไม่จำเป็นต้องบังคับคนที่ไม่มีบทบาทในด้านนี้ ตนหวังว่าสังคมจะไปถึงจุดที่คนพูดได้รับการยอมรับ คนไม่พูดไม่เป็นไร

ด้าน นายพชร ระบุถึงการตอบสนองในสังคมต่อการอุ้มหายนายวันเฉลิมว่า ได้เห็นคนตื่นตัวเยอะขึ้น ต่างกับ 8 คนที่ผ่านมา ซึ่งถูกพูดถึงในวงแคบๆ เพราะเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองชัดเจน แต่นายวันเฉลิมไม่ได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองด้วยการโจมตี ใส่ร้าย หยาบคาย ใช้ข้อเท็จจริงนำเสนอ ดีใจที่เห็นคนตื่นตัว เพราะถ้าเราพูดกันดังขึ้น ความโหดร้ายชั่วร้ายก็จะเกิดได้ยากขึ้น

ส่วน น.ส.จุฑาทิพย์ เปิดเผย สนท. เป็นกลุ่มแรกที่ทราบข่าวการอุ้มนายวันเฉลิม การอุ้มหายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยมีความยุติธรรมต่อคนที่ถูกอุ้มหาย เมื่อเราจัดกิจกรรมเรียกร้อง ก็ถูกเจ้าหน้าที่รัฐขู่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แทนที่จะสนใจคนหาย แต่เรายืนยันดำเนินกิจกรรมต่อไป เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างดี ไม่ใช่เรื่องฝ่าย แต่เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เท่าที่สัมผัสจากเพื่อนนักศึกษาหลายคนรู้สึกโกรธ เห็นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนท่าทีรัฐบาลที่พยายามบอกไม่ใช่ผู้ลี้ภัยนั้น มองไม่เป็นคนเท่ากัน และใช้กฎหมายเอาผิดคนเรียกร้องให้นายวันเฉลิม โดนขู่ทุกครั้งที่ทำกิจกรรม บางครั้งก็โดนคดี


ถึงตอนนี้........ "ม็อบรุ่นใหม่" ก็หนังกลับ "คืนสภาพจริง" "นักเรียน-นักศึกษา" แค่ผักชี นปช.ทักษิณ "เสื้อแดงแจ๋" เนื้อแท้ ชัดเจน!

ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'