คึกรับปลดล็อก/ค้านต่างชาติเข้าไทย


เพิ่มเพื่อน    

    นายกฯ ปลื้มไทยฟื้นตัวดีสุดในเอเชียและอันดับ 2ของโลก ขอบคุณประชาชนร่วมต่อสู้โควิด กทม.ผ่อนปรน 11 กิจการ ปิดต่อ 5 สถานที่เสี่ยง 4 กระทรวงเร่งจัดทำแผน "travel bubble" ชง ศบค. 17 มิ.ย. ขณะที่คนส่วนใหญ่ห่วงโควิดระบาด ยังไม่อยากให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยว นครพนมประเดิมจัดงานบวงสรวงพญานาคนิวนอร์มอลต้น ก.ค.
    เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้เผยแพร่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยประจำวันที่ 14 มิ.ย. โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นนักเรียนหญิงไทย อายุ 25 ปี เดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. และเข้ารับการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ผลตรวจพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,135 ราย หายป่วยสะสม 2,987 ราย อยู่ระหว่างรักษา 90 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมยังคงที่ 58 ราย
    ทั้งนี้ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.-13 มิ.ย. พบผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 198 ราย รักษาหายแล้ว 108 ราย ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 7,860,752 ราย เสียชีวิตสะสม 432,200 ราย ทั้งนี้ ในวันที่ 14 มิ.ย. จะมีคนไทยเดินทางกลับจากบาห์เรน 159 ราย, เนเธอร์แลนด์ 89 ราย, ออสเตรเลีย 148 ราย, เกาหลีใต้ 100 ราย และฟิลิปปินส์ 200 ราย และวันที่ 15 มิ.ย. จากอินเดีย 195 ราย,  สหราชอาณาจักร 250 ราย และสิงคโปร์ 30 ราย
    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกคน ที่มีระเบียบวินัย เข้มแข็งและอดทน ร่วมกันต่อสู้และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้ประเทศไทยฟื้นตัวดีสุด ติดอันดับ 1 ของเอเชีย อันดับ 2 ของโลก โดยดัชนีโควิด-19 โลก หรือ Global COVID-19 Index (GCI) ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยสมาคม PEMANDU ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเลเซีย (MOSTI) และกลุ่มบริษัทซันเวย์ ดำเนินการจัดอันดับ 184 ประเทศ ที่มีการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ดีที่สุด
    อย่างไรก็ตาม ผลการจัดอันดับดังกล่าว พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 1 ของเอเชีย และอันดับที่ 2 ของโลก การจัดอันดับจาก 184 ประเทศ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้คะแนนทั้งหมด 83.32 คะแนน จากทั้งหมด 100 คะแนน ส่วนอันดับ 1 เป็นของประเทศออสเตรเลียได้ 86.34 คะแนน
    "ผลจากการจัดอันดับข้างต้น นายกฯ ขอขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกคน ทุกภาคส่วน ที่มีระเบียบวินัย เข้มแข็งและอดทน ร่วมกันต่อสู้ต่อและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา จนเป็นตัวอย่างประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ทำให้ประเทศไทยได้คะแนนอันดับ 2 จากการการฟื้นตัวดีที่สุดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลทราบดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน แต่ทุกฝ่ายก็ได้ร่วมมือกันเป็นอย่างดีที่จะให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้" โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
กทม.คลาย 11 กิจการ
     ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม. ครั้งที่ 14/2563 ซึ่งมี พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาผ่อนปรนการเปิดกิจการและกิจกรรมเพิ่มเติมในระยะที่ 4 หลังจากปิดการดำเนินการมานานเกือบ 3 เดือน โดยสถานที่ที่ทางกทม.ยังคงให้ปิดอยู่ประกอบด้วย 1.ผับ บาร์ และสถานบริการคล้ายสถานบริการ 2.สนามชนไก่ สนามซ้อมชนไก่ 3.ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต 4.สถานประกอบกิจการอาบอบนวด 5.สนามชนโค สนามกัดปลา หรือสนามแข่งขันอื่นในทำนองเดียวกัน
    ส่วนกิจการและกิจกรรมที่ในที่ประชุมพิจารณาผ่อนปรนให้เปิดได้เพิ่มในวันที่ 15 มิ.ย.นั้น มีทั้งสิ้น 11 ประเภท ประกอบด้วย 1.การใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ที่เป็นโรงเรียนนอกระบบประเภทกวดวิชา โรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ สถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัย ที่มีการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติ และโรงเรียนที่มีนักเรียนรวมกันทั้งโรงเรียนไม่เกิน 120 คน ส่วนโรงเรียนในสังกัด กทม.ทั้ง 437 แห่ง พร้อมเปิดให้เรียนวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อที่ทาง กทม.ได้กำหนดไว้
    2.โรงแรม โรงมหรสพ ห้องประชุม ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า โรงภาพยนตร์ โดยอนุญาตให้จัดประชุม อบรม สัมมนา จัดแสดงสินค้าการจัดเลี้ยง จัดพิธี การแสดงนาฏศิลป์ ดนตรี การจัดแสดงคอนเสิร์ตได้ แต่ต้องทำตามมาตรการที่ทางรัฐบาลกำหนด อาทิ การป้องกันการแออัดของคนด้วยการจำกัดจำนวน ซึ่งในส่วนของ กทม.ได้เพิ่มมาตรการขึ้นมาคือ การจัดการแสดงดนตรี คอนเสิร์ต ต้องเป็นการขายตั๋วนั่งเท่านั้น และต้องมีการเว้นระยะห่างรวมถึงกำหนดผู้เข้าชม 4 ตารางเมตร (ตร.ม.) ต่อคน ส่วนงานอีเวนต์เปิดตัวสินค้าทำได้ แต่ต้องดำเนินการภายใต้มาตรการของกทม.เช่นกัน แต่การจัดงานมีตติ้งหรือมีตแอนด์กรี๊ด ยังไม่อนุญาตให้จัด
    3.ร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไป อนุญาตให้บริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ ส่วนสถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการประเภทผับ บาร์ คาราโอเกะ ยังไม่อนุญาตให้ดำเนินการได้ รวมถึงยังไม่อนุญาตให้มีการเล่นดนตรีหรือแสดงดนตรีสดภายในร้าน และร้านอาหารที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน จะสามารถจำหน่ายแอลกอฮอล์ได้ไม่เกินเที่ยงคืน
    4.สถานที่รับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ศูนย์เด็กพิเศษ สถานดูแลผู้สูงอายุ สามารถเปิดได้ แต่ต้องมีมาตรการตามที่กำหนด อาทิ การจำกัดพื้นที่ในศูนย์ไม่น้อยกว่า 2 คนต่อ ตร.ม. การจับกลุ่มทำกิจกรรมไม่เกิน 5 คน 5.อุทยานการเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ก็ให้ดำเนินมาตรการตามที่กำหนดไว้ 6.กองถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ จำกัดจำนวนคน 150 คนต่อ 1 กองถ่าย และให้มีผู้ชมได้ไม่เกิน 50 คน
     7.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา หรือสถานประกอบการนวดแผนไทยเหล่านี้อนุญาตให้เปิดได้ แต่ไม่รวมกิจการอาบอบนวด โดยต้องจำกัดเวลาในการให้บริการและจำกัดจำนวนคนเข้าใช้ มีการเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร 8.สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ หรือลานกีฬากลางแจ้ง กทม.อนุโลมให้ออกกำลังกายแบบกลุ่มได้แต่ต้องไม่เกิน 50 คน เช่น เต้นแอโรบิก และมีการเว้นระยะห่างระหว่างกัน 2 เมตร สวมหน้ากากอนามัยทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย
    9.สวนน้ำ สนามเด็กเล่น สวนสนุก ยกเว้นบ้านบอล บ้านลมต้องให้มีการจำกัดผู้ใช้บริการ โดยให้บริการไม่เกิน 2 ชั่วโมง 10.สนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา หรือเพื่อการเรียนการสอนทุกประเภทกีฬาให้เปิดดำเนินการได้ แต่ต้องไม่มีผู้ชมอยู่ในสนามแข่งขัน ส่วนสระว่ายน้ำควบคุมผู้เข้าใช้ 8 ตร.ม.ต่อคน และ 11.ตู้เกมเครื่องหยอดเหรียญที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย สามารถเปิดให้บริการได้ ยกเว้นร้านเกมและร้านอินเทอร์เน็ต
เร่งทำแผนทราเวลบับเบิล
    น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มั่นใจในศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ของไทย จึงได้ผลักดัน travel bubble หรือการจับคู่ประเทศ เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศที่สามารถจัดการโรคโควิด-19 ได้ดีเท่าๆ กัน ซึ่งที่ประชุม ศบค.เห็นชอบในหลักการแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นของการหารือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหาข้อสรุปในแนวทางการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการเจรจากับประเทศกลุ่มเป้าหมาย ข้อปฏิบัติต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังโรคระบาด ก่อนเสนอ ศบค.พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ 
    "กระทวงการท่องเที่ยวและกีฬาหวังให้ travel bubble เป็นจุดเริ่มต้นในการรองรับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ระยะแรกจะเปิดรับกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มที่ต้องการเข้ามารักษาพยาบาลในไทย คาดว่าจะชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณวันละ 1,000 คน ซึ่งเมื่อดำเนินการไปสักระยะหนึ่ง แล้วพบว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี จะพิจารณาให้นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ เข้ามาตามลำดับ" น.ส.ไตรศุลีระบุ
     รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวตามแนวทาง travel bubble จะไม่มีการกักตัว 14 วัน แต่มีมาตรการอื่นรองรับ เพื่อสร้างความไม่มั่นใจในความปลอดภัย โดยตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทางและตรวจอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงไทย อาจกำหนดพื้นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางไปได้ มีการติดตามตัวผ่านแอปพลิเคชันตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งการท่องเที่ยวจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกเริ่มดีขึ้น
    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการว่า ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.63 เป็นต้นไป ให้ปรับแผนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เป็นจุดตรวจความมั่นคง และป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์ พร้อมให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วและฝ่ายสืบสวน เพื่อออกตรวจพื้นที่และติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง รวมทั้งกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดที่เป็นการซ้ำเติมประชาชนและกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนและสังคม
    นอกจากนี้ ให้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องออกตรวจติดตาม ตรวจสอบการใช้อาคารสถานที่หรือสถานประกอบการ การทำกิจกรรมด้านต่างๆ ที่ได้รับการผ่อนคลาย โดยเฉพาะกิจการและกิจกรรมในระยะที่ 4 ว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร หากพบว่ายังมีการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด คำสั่ง หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง ก็ให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้เหมาะสมตามสมควรแก่กรณี
     "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,116 คน (สำรวจทางออนไลน์) ถึงกรณีพฤติกรรมท่องเที่ยวของคนไทยหลังคลายล็อกดาวน์ สรุปผลได้ ดังนี้ 1."5 จังหวัด" ที่ประชาชนอยากไปเที่ยวมากที่สุด หลังจากรัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ พบว่า อันดับ 1 เชียงใหม่ ร้อยละ 31.00, อันดับ 2 ประจวบคีรีขันธ์ ร้อยละ 28.14,  อันดับ 3 กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 19.35, อันดับ 4 ชลบุรี ร้อยละ 18.55, อันดับ 5 กาญจนบุรี ร้อยละ 11.92
     2.ประชาชนคิดว่าควรท่องเที่ยวอย่างไร? จึงจะปลอดภัยจาก COVID-19 พบว่า อันดับ 1 ควบคุม จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมตามขนาดของแต่ละพื้นที่ ร้อยละ 83.29, อันดับ 2 เลือกสถานที่ที่มีการทำความสะอาด พ่นฆ่าเชื้อ ก่อนและหลังการให้บริการทุกครั้ง ร้อยละ 82.84, อันดับ 3 มีการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิของนักท่องเที่ยว ร้อยละ 78.50, อันดับ 4 ผู้ให้บริการ พนักงานขับรถ ต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งในขณะปฏิบัติหน้าที่ ร้อยละ 74.07, อันดับ 5 จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อให้แก่นักท่องเที่ยว ร้อยละ 72.09, อันดับ 6 เว้นระยะห่างทางสังคม ร้อยละ 69.56, อันดับ 7 เที่ยวคนเดียวหรือไปเป็นกลุ่มเล็ก ไม่ไปเป็นกลุ่มใหญ่ ร้อยละ 53.84
ยังไม่อยากให้ต่างชาติเข้ามา
     3.ประชาชนคิดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งภายในระยะเวลาเท่าใด? พบว่า อันดับ 1 1 ปี ร้อยละ 41.40, อันดับ 2 ภายใน 6 เดือน ร้อยละ 25.90, อันดับ 3 2 ปี ร้อยละ 20.52, อันดับ 4 มากกว่า 2 ปี ร้อยละ 12.18 4.ประชาชนอยากให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยหรือไม่? พบว่า อันดับ 1 ไม่อยากให้เข้ามา อยากเชิญชวนให้คนไทยเที่ยวในประเทศก่อน ร้อยละ 54.39, อันดับ 2 อยากให้เข้ามาเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประเทศ ร้อยละ 24.28,  อันดับ 3 ไม่อยากให้เข้ามา เพราะกลัวแพร่เชื้อโควิด-19 ร้อยละ 21.33
    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง "พร้อมหรือยัง สำหรับกิจการ/กิจกรรม ผ่อนปรนระยะ 4" โดยพบว่า กิจการ/กิจกรรม ที่ประชาชนเห็นด้วยที่จะได้รับการผ่อนปรนในระยะ 4 เกินกว่าครึ่ง ได้แก่ ร้อยละ 82.28 โรงเรียน และสถานศึกษา รองลงมา ร้อยละ 80.94 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา,  ร้อยละ 78.35 อุทยานแห่งชาติ สวนรุกขชาติ, ร้อยละ 70.24 ชายหาด ชายทะเล, ร้อยละ 69.29 สนามกีฬา โรงยิม สถานที่ออกกำลังกาย สำหรับฝึกซ้อม และการแข่งกีฬา, ร้อยละ 63.70 สถานรับเลี้ยงเด็ก และสถานดูแลผู้สูงอายุ และร้อยละ 63.46 การถ่ายทำภาพยนตร์ และวีดิทัศน์
     ส่วนกิจการ/กิจกรรมที่ประชาชนไม่เห็นด้วยที่จะได้รับการผ่อนปรนในระยะ 4 เกินกว่าครึ่ง ได้แก่ ร้อยละ 82.20 สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ รองลงมา ร้อยละ 78.74 สถานบริการอาบอบนวด, ร้อยละ 75.59 การจัดแสดงคอนเสิร์ต ดนตรี งานอีเวนต์ จัดแสดงสินค้าพื้นที่เกิน 2 หมื่นตารางเมตร, ร้อยละ 70.08 สวนสนุก สวนน้ำ สนามเด็กเล่น ร้านเกม และร้อยละ 65.83 ห้องประชุม ที่มีการรวมกลุ่มคนมากกว่า 200 คน
     ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความกลัวที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันนี้ พบว่า ร้อยละ 12.91 ระบุว่ามีความกลัวมาก เพราะไวรัสโควิด-19 ยังไม่หมดไปจากประเทศไทย 100% และยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาให้หายขาด, ร้อยละ 33.39 ค่อนข้างมีความกลัว เพราะ ยังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ ประชาชนบางกลุ่มละเลยการป้องกันตนเอง ไม่ค่อยมีการเว้นระยะห่างทางสังคม อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรอบที่ 2 ขึ้น, ร้อยละ 32.83 ไม่ค่อยมีความกลัว เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลงอย่างมาก ประชาชนส่วนใหญ่ดูแลและป้องกันตนเองดี และมั่นใจในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์, ร้อยละ 19.93 ไม่มีความกลัวเลย เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ดีขึ้นมาก ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศเลย
     ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งว่า ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันมา 21 วัน แต่ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังตนเอง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปแหล่งชุมชนและสถานที่เสี่ยง ซึ่งอาจมีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดครั้งใหม่
    ที่ จ.ปทุมธานี นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ปิดด่านและจุดสกัด คือด่านนวนคร อำเภอคลองหลวง กับด่านคลอง 12 อำเภอธัญบุรี เพื่อเป็นไปตามมาตรการการผ่อนคลายระยะที่ 4 จากนั้นผู้ว่าฯ ได้มอบช่อดอกไม้และดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่
ประเดิมงานบวงสรวงพญานาค
    ที่ จ.นครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม โดยออกประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวและผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 4 ตั้งแต่ 15 มิ.ย. ทั้งนี้ นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม เสนอให้พิจารณาเรื่องการเตรียมความพร้อมของการจัดงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช ปี 2563 ระหว่างวันที่ 7-13 ก.ค.นี้ ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นให้จัดภายใต้รูปแบบนิวนอร์มอล คือให้จำกัดจำนวนคน และนางรำ จากเดิมจะมีนางรำไม่ต่ำกว่า 100 คน ให้เหลือไม่เกิน 50 คน และงดกิจกรรมที่อาจมีคนไปรวมอยู่กันเป็นจำนวน มีได้เพียงพิธีประเพณีตามความเชื่อและรำบูชาเท่านั้น
     นอกจากนี้ นพ.จิณณพิภัทร ชูปัญญา สสจ.นครพนม ได้เสนอให้นำรูปแบบของการเปิดเข้าสักการะพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมาของประชาชนที่เกาะคำชะโนดวังนาคินทร์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ที่ให้มีการจองคิวด้วยการลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และคิวอาร์โค้ด เข้ารอบละ 50 คน มาปรับปรุงให้สอดคล้องกับการเข้าร่วมพิธี เช่น อาจมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ หรือชมผ่านสื่อออนไลน์ งดมหรสพ การออกร้าน เหลือแค่พิธีทางศาสนาตามคติความเชื่อเท่านั้น และไม่มีการปิดถนนเหมือนทุกปีที่ผ่านมา
    ที่ถนนคนเดินเซราะกราว วอล์กกิ้งสตรีท ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ นายเทพชัย มาพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้เปิดให้ถนนคนเดินเซราะกราว วอล์กกิ้งสตรีท ดำเนินกิจการเป็นวันแรก หลังปิดบริการเกือบ 3 เดือน ทั้งนี้ ได้กำหนดมาตรการคัดกรองโรคโควิด-19 เช่น ลงทะเบียนผ่านโปรแกรมไทยชนะ จัดจุดเข้า-ออกสองทางบริเวณสี่แยกโรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย์ และบริเวณสี่แยกตลาดไนท์บาซาร์ ให้ผู้ซื้อเดินเลือกสินค้าในลักษณะวันเวย์ และพ่อค้าแม่ค้าต้องผ่านการตรวจร่างกาย หรือตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว ไม่พบเชื้อโควิด-19
    ที่ จ.สงขลา นายเฉลิมวุฒิ เกษตรสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา เปิดเผยว่า สวนสัตว์สงขลา วิถีใหม่แห่งการท่องเที่ยว Zoo New Normal พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ จะมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด โดยจองการเข้าชมล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันหรือ ลิงก์ h ttps://www.eventpop.me/e/9040/zoothailand  ซึ่งยอดจองเข้าสวนสัตว์สงขลาเวลานี้อยู่ที่ 6,351 คนแล้ว.


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก