ฝ่ายค้านจ้องถล่มงบฯ64 ปปช.จับตาฟื้นฟู4แสนล.


เพิ่มเพื่อน    


    สภานัดถกผ่านร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ ช่วยโควิด 17 มิ.ย. แห่แปรญัตติเพียบ "จิรายุ" ให้ "บิ๊กตู่" ชำระหนี้เองถ้าใช้สุรุ่ยสุร่าย วิปรัฐบาลจ่อชงงบ 64 วาระแรกสัปดาห์หน้า ให้ฝ่ายค้านชำแหละ 3 วัน พท.ดันร่างแก้ไข พ.ร.ก.กู้เงิน โวตรวจสอบได้ ป้องรัฐบาลแบ่งเค้กกันเอง ป.ป.ช.จับตาใช้งบ​ 4​ แสนล้าน ลั่นได้กลิ่นฉาวเมื่อไหร่ยกเป็นคดีด่วนได้ทันที 
    ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมกับวิปฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 17 มิ.ย. เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30-21.00 น. เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.... วงเงิน 8.8 หมื่นล้าน ในวาระ 2 และวาระ 3  โดยมีคณะกรรมาธิการวิสามัญสงวนความเห็นและแปรญัตติ 19 คน และมี ส.ส.แสดงความจำนงขออภิปรายจำนวน 30 คน ซึ่งหากฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปราย 10 ชั่วโมง การพิจารณาน่าจะแล้วเสร็จในวันเดียว เนื่องจากมีการอภิปรายกันตั้งแต่มาตรา 1 ทั้งนี้ ส.ส.สนใจแปรญัตติในมาตรา 4 กันเป็นจำนวนมากถึง 30 คน แต่ไม่มีการแก้ไขในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ รวมถึงจำนวนงบ 8.8 หมื่นล้านบาทก็ยังเหมือนเดิม  
    นายวิรัชกล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2664 ว่าจะเข้าที่ประชุมสภาในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะต้องแจ้ง ส.ส.ล่วงหน้าให้เตรียมความพร้อมไว้ 3 วัน คือระหว่างวันที่ 24-26 มิ.ย. เพื่อไม่ให้ไปนัดหมายภารกิจอื่น 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 5 มาตราในร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ  ตามที่คณะ กมธ.วิสามัญฯ ที่มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานได้พิจารณแล้วเสร็จ ไม่มีการแก้ไขแม้แต่มาตราเดียว แต่มีสงวนคำแปรญัตติแก้ไขหรือเพิ่มถ้อยคำ อาทิ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้สงวนคำแปรญัตติ แก้ไขถ้อยคำในมาตรา 5 จาก "ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้" แก้เป็น “การใช้เงินงบประมาณตามมาตรา 4 ไม่บังคับใช้ในการซื้ออาวุธ ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย อาทิ การแจกเงินโดยไม่คำนึงถึงวินัยการคลังในรูปแบบประชานิยมได้ และเงินแผ่นดินตามมาตรานี้ ให้ถือว่านายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบชำระหนี้ หากใช้อย่างไม่คำนึงผลเสีย”
    ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย, นายโภคิน พลกุล กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย, นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมของคณะยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย
     คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ได้มีการพิจารณาการตรวจสอบพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งเงินก้อนนี้มีความสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศไทย แต่จากการติดตามการทำงานของรัฐบาล พบว่า ในส่วนของการเยียวยากว่า 5 แสนล้านบาท มีข้อบกพร่อง ผิดพลาด บริหารจัดการอย่างไม่มีประสิทธิภาพ จนแทบจะหมดหวังว่าเงินก้อนนี้จะช่วยเยียวยา เพิ่มกำลังซื้ออย่างไร ส่วนเงิน 4 แสนล้านบาท ก็วิตกกังวลมากกว่า การใช้เงินเหมือนเอาไปแจกจ่ายตามหน่วยงานเพื่อแบ่งเค้กกัน
พท.ชงกม.แก้ไขพรก.กู้เงิน
    ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมีความปรารถนาดีที่จะเห็นเงินจำนวนมหาศาลนี้ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวิสัยทัศน์ มีแนวทางที่ชัดเจนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ ดังนั้นจึงคิดว่าการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ มีส่วนร่วมในการเสนอแนะ เป็นสิ่งจำเป็น พล.อ.ประยุทธ์พูดเสมอว่า การใช้เงินมหาศาลนี้อย่างโปร่งใสมีประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้ามีความจริงใจ ก็ขอให้สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.แก้ไข พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ ที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอในสัปดาห์นี้
     ด้านนายโภคินกล่าวว่า มีการยกร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ คือ 1.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 (ฉบับที่...) 2.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 (ฉบับที่...) และ 3.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 (ฉบับที่...) เสร็จเรียบร้อยแล้ว
    สำหรับร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เราเสนอให้ในคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ มีกรรมการผู้สังเกตการณ์ 4 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการเสนอของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 2 คนและฝ่ายค้าน 2 คน รวม 4 คน ทำหน้าที่เหมือนกรรมการทุกอย่าง เว้นแต่ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการลงมติ และรายงานต่อสภาทุก 3 เดือน โดย ส.ส.หรือ ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 สามารถเข้าชื่อร้องขอข้อมูลการกู้เงินและการใช้เงินต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ ส่วน พ.ร.ก.เอสเอ็มอี ควรจะเน้นการช่วยเหลือผู้ประกาศผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และควรจำกัดไว้ว่าแต่ละแห่งไม่เกิน 500 ล้านบาท และทุกแห่งรวมกันต้องไม่เกิน 1,000 ล้านบาท และเปิดโอกาสให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ตามคำนิยามในกฎหมายวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าถึงเงินจำนวนนี้ได้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้เขาขอสินเชื่อจากธนาคารได้ไม่เกิน 15 ล้านบาท ส่วนกลุ่มที่เป็นเอ็นพีแอลหรือกำลังจะเป็น อยากให้ช่วยปรับโครงสร้างหนี้
     ส่วนร่าง พ.ร.ก.ตราสารหนี้ เสนอให้มีคณะกรรมการผู้สังเกตการณ์ โดยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เสนอจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอย่างละ 2 คน ไม่มีอำนาจในการลงมติ หลักการคือหุ้นกู้ออกใหม่ที่รัฐจะเข้าไปช่วยซื้อนั้นต้องไม่เกินร้อยละ 60 และควรจะมีการรายงานให้สภาทราบทุก 3 เดือนว่าการลงทุนที่ทำไปเป็นอย่างไร รวมถึงให้โอกาส ส.ส.และ ส.ว. 1 ใน 5 เข้าชื่อขอข้อมูลรายละเอียดในการลงทุนด้วย
     นายสุทินกล่าวว่า ในวันที่ 16 มิ.ย. จะให้ ส.ส.ลงชื่อ และจะนำร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับเสนอต่อสภาได้ในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ยังมีกฎหมายอีก 1 ฉบับ ที่ต้องมีการแก้ไขคือ พ.ร.บ.ประกันสังคม ขณะนี้พรรคได้ยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว และจะจัดสัมมนาในสัปดาห์หน้าที่พรรคเพื่อไทย นำร่างของเราเป็นตุ๊กตาและเชิญผู้ประกันตนทั่วประเทศให้มาแสดงความเห็นว่าอยากให้แก้ตรงไหนหรือปรับเพิ่มเติม เชื่อว่าไม่เกินต้นเดือน ก.ค.จะสามารถยื่นต่อสภาได้
    นอกจากนี้ในส่วนของ พ.ร.บ.โอนงบปี 2563 ที่จะเข้าที่ประชุมสภาในวันที่ 17-18 มิ.ย. ในวาระ 2-3 อยากเชิญชวนประชาชนติดตามการอภิปราย เพราะในการแก้ไขในชั้น กมธ.ก็ยังพบว่ามีปัญหา เช่น บางส่วนที่ควรตัดก็ไม่ตัด หรือบางส่วนที่ไม่ควรตัดก็ไปตัด ส่วนงบประมาณปี 2564 ปัญหาขณะนี้คือรัฐบาลยังไม่ส่งเล่มมาให้ ฝ่ายค้านเตรียมตัวไว้เต็มที่ในการอภิปราย แต่ก็เหมือนปิดตาเดิน เนื่องจากไม่มีรายละเอียด ขอฝากรัฐบาลเร่งส่งเล่ม และหวังว่าจะได้ภายในสัปดาห์นี้ ไม่อยากเห็นส่งก่อนอภิปราย 1-2 วัน เหมือนที่ทำมาตลอด
ปปช.จับตาใช้งบ4แสนล้าน
     ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ​ มีการจัดกิจกรรมผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช.พบสื่อมวลชน ในหัวข้อการตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน-เงินสะสมท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 โดยมีนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ​ ป.ป.ช., นายพิเชฐ พุ่มพันธ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ด้านการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน, นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ด้านการปราบปรามการทุจริต และนายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ด้านการป้องกันการทุจริต เข้าร่วม
    นายวรวิทย์กล่าวว่า วันนี้แผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ยังไม่เกิดขึ้น มีแต่วงเงินที่ได้รับการอนุมัติไปแล้ว จึงยังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังไม่เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุจริต แต่สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการตรวจสอบทันทีที่โครงการต่างๆ ได้รับการอนุมัติ โดยเฉพาะการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม​ หากมีการร้องเรียนหรือเป็นคดี ป.ป.ช.จะยกเป็นคดีเร่งด่วนที่ต้องตรวจสอบทันที เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก ต้องตรวจสอบและเห็นผลของคดีทันที ขณะเดียวกันที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการตรวจสอบทุจริต ได้หารือกันว่าจะมีการตั้งเว็บไซต์เฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท
     “การใช้จ่ายเงินกู้ก้อนนี้ ป.ป.ช.จะถือเป็นเคสพิเศษที่ต้องมีการตรวจสอบและจัดการให้คดีเห็นผลทันที เพราะถือว่าเป็นแผนงานที่มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก ขณะเดียวกันหากประชาชนพบความผิดปกติเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ขอให้รีบส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบทันที” นายวรวิทย์ระบุ
    เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงการตรวจสอบเงินสะสมท้องถิ่นที่ถูกใช้ไปในการแก้ไขปัญหาโควิดว่า ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนที่ ป.ป.ช.รับไว้ตรวจสอบแล้วทั้งหมด 23 เรื่อง แบ่งเป็นภาคเหนือ 3 เรื่อง,  ภาคกลาง 10 เรื่อง, อีสาน 7 เรื่อง และภาคใต้ 3 เรื่อง ในส่วนนี้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว 1 เรื่อง คือเรื่องจัดซื้อแคร์เซตที่ จ.ลำพูน ส่วนที่เหลือเข้าสู่กระบวนการสอบในขั้นต้นทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม​ ทั้ง 23 เรื่องที่ร้องเรียนมีหลากหลายประเภท ทั้งเรื่องซื้อของแพงเกินกว่าความเป็นจริง เรื่องติดตั้งอุโมงค์ฆ่าเชื้อ รวมถึงการซื้อยา เวชภัณฑ์ เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ จัดซื้อหน้ากากอนามัย ถุงยังชีพ ตลอดจนเรื่องเรียกรับเงิน ในส่วนนี้มีทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ ที่ใหญ่ทั้งขนาดโครงการและตัวคนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง
    นายพิเชฐกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอเพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน เนื่องจากเจ้าของบัญชีทรัพย์สินไม่ต้องการให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด ขณะที่สื่อมวลชนและสังคมต้องการรู้รายละเอียดทั้งหมดเพื่อนำไปสู่การตรวจสอบทุจริต.


ลองถึงขั้น "นายกฯ" ลงมาสั่งเองให้ตำรวจอายัดศพ "นายจารุชาติ มาดทอง" ที่เชียงใหม่ ไปชันสูตรให้ละเอียดอีกครั้ง ว่าการตาย "ปุบปับ" นั้น.......ตายด้วยมอไซค์ชนกัน เป็นอุบัติเหตุจริงๆ หรือมีหลักฐานอื่นใด บ่งชี้ว่า ตายแบบ "มีเงื่อนงำ"?    

นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'
'อัยการ-ตำรวจ' เริงเมือง