ประยุทธ์2/2ปรับใหญ่ ล้างไพ่ยกทีมเศรษฐกิจใหม่พ่วงสลับเก้าอี้รัฐมนตรีพรรคร่วม


เพิ่มเพื่อน    


     นายกฯ ขีดเส้นพรรคร่วมส่งชื่อ 7-9 ก.ค. เชื่อปรับใหญ่เฉียด 10 เก้าอี้ สะพัดทาบ "ปรีดี" นั่งคุมทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ “4 กุมาร” ส่อเค้าหลุดยกยวง “ดอน” ขอลาเก้าอี้ กต.หาคนใหม่แทน อึ้งมีสลับกระทรวงแลกโควตาพรรคร่วม "เอนก" เล็งคุม อว. "เสี่ยเฮ้ง" คั่วแรงงาน ด้าน "สุริยะ" รวมเสียง ส.ส.สู้ชิงคุมพลังงาน ขณะที่พรรคเล็กขอด้วยส่งชื่อ "เต้" ประกวด 23 มิ.ย.แกนนำ พปชร.ยกขบวนเทียบเชิญ “บิ๊กป้อม” กลางทำเนียบฯ เชื่อไม่มีพลิกโผแน่
    เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. ยังคงมีประเด็นต่อเนื่องในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ครั้งที่ 1/2563   ก่อนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เตรียมเดินออกจากตึกภักดีบดินทร์ ปรากฏว่านายกฯ ได้เข้ามาจับที่มือชักชวน พล.อ.ประวิตรให้อยู่คุยกันก่อน รวมทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยอยู่ด้วย ซึ่งทั้ง 3 คนได้พากันเข้าไปนั่งคุยที่ห้องรับรองเป็นส่วนตัว ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง คาดว่าเป็นเรื่องการปรับ ครม.และการเปลี่ยนแปลงในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 
“ส่วนกระแสข่าวบนหน้าสื่อเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวการปรับ ครม. ที่ระบุว่าจะมีการโละทีมนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พ้น ครม. โดยมีการทาบทามคนนอกมาร่วมนั้น นายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ดรามา”
    มีรายงานอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้แจ้งไปยังพรรคร่วมรัฐบาลแล้วจะมีการปรับ ครม.โดยขีดเส้นให้แต่ละพรรคส่งรายชื่อภายในวันที่ 7-9 ก.ค. เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและนำสู่ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป ขณะที่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจถูกคาดว่าจะปรับเปลี่ยนหลายคนที่นายกฯ ได้ทาบทามไว้ โดยเฉพาะคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 (ศบค.) อาทิ นายปรีดี ดาวฉาย ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีตผู้บริหาร พีทีที โกลบอล เคมิคอล, นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม อดีตผู้บริหาร ปตท. และนายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย อดีตประธานบอร์ด ปตท. และอดีตผู้บริหารธนาคาร เป็นต้น
     สำหรับตำแหน่งต่างๆ ที่อาจปรับเปลี่ยน ประกอบด้วย รองนายกฯ, รมว.การคลัง, รมว.แรงงาน, รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), รมต.ประจำสำนักนายกฯ, รมช.เกษตรฯ, รมช.ศึกษาธิการ,​ รมว.วัฒนธรรม, รมช.กลาโหม, รมว.การต่างประเทศ โดยเก้าอี้ รมว.กต.ที่มีข่าวก่อนหน้านี้จะปรับเปลี่ยนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.กต.ออกมา ยืนยันไม่คิดลาออกตามที่เป็นข่าว แต่ล่าสุดนายดอนได้พูดคุยกับคนใกล้ชิดว่า ต้องการพักหลังทำงานมาตั้งแต่ยุค คสช. และมีอายุมากแล้ว ทั้งนี้ ก่อนตั้ง ครม.ประยุทธ์ 2/1 นายดอนมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ ส.ว. แต่เนื่องจากการตั้ง ครม.ครั้งแรกนายกฯ ไม่สามารถหาคนมาดำรงตำแหน่ง รมว.กต.ได้ จึงประสานนายดอนให้ช่วยทำงานต่อ กระทั่งจะมีการปรับ ครม.ในครั้งนี้จึงจะถือโอกาสพัก และนายกฯ เองรับรู้ความต้องการของนายดอนด้วย    
ให้สิทธิ์ขาด'บิ๊กตู่'
     “นอกจากนี้ ยังอาจยังมีสลับสับเปลี่ยนโควตากระทรวงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งอยู่ในระหว่างการหารือ โดยยึดหลักจำนวนโควตาของแต่ละพรรคที่คิดจากสัดส่วน ส.ส.ของแต่ละพรรค เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลได้ตกลงที่จะยอมให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวในการปรับ ครม.ครั้งนี้ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อาจถูกปรับโควตากระทรวงใหม่ด้วย”
     ทั้งนี้ ในส่วนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ส่งชื่อนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ มานั่งแทน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงานนั้น อาจสลับโยกไปนั่งกระทรวง​ อว. ขณะที่เก้าอี้ รมว.แรงงาน ก็มีชื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธาน ส.ส.พรรค พปชร. ที่คั่ว รมว.แรงงานมาตั้งแต่แรกแล้ว และจะไม่มีตำแหน่งในพรรคแล้ว
     ส่วนของพรรค พปชร.เองที่เวลานี้มีความเป็นไปได้ที่ 4 กุมาร จะไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะเปลี่ยนเป็น พล.อ.ประวิตรแน่นอนแล้ว ขณะที่เก้าอี้เลขาธิการพรรคจะเป็นของนายอนุชา นาคาศัย ทำให้เก้าอี้ รมว.พลังงานของนายสนธิรัตน์ อาจเปลี่ยนเป็นของกลุ่มสามมิตร คือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่ต้องการนั่งกระทรวงนี้ตั้งแต่แรก ขณะที่นายสนธิรัตน์เองยังแสดงความมั่นใจพูดคุยกับ ส.ส.ในทีม ว่ามั่นใจได้นั่งต่อ รมว.พลังงาน เนื่องจากผลงานเป็นที่น่าพอใจของนายกฯ โดยเฉพาะการแก้ไขราคาปาล์ม ขณะที่นายสุริยะยังคงสู้ต่อ โดยมีรายงานข่าวว่าได้พยายามรวบรวมเสียง ส.ส.ในพรรคเพื่อสนับสนุน 
    นอกจากนี้ ส่วนของพรรคเล็กร่วมรัฐบาลได้มีการส่งชื่อคนที่จะเป็นรัฐมนตรีเข้ามาด้วยเช่นกัน พรรคเล็ก 9 พรรคจาก 11 พรรคได้ส่งชื่อของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นรัฐมนตรีและกลุ่มของนายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทย ได้จับมือกับพรรคทวงคืนผืนป่า ที่มีนายดำรงค์ พิเดช เป็นหัวหน้าพรรค และมี ส.ส.จากฝ่ายค้านร่วมลงชื่อสนับสนุนด้วยรวมแล้ว 8 รายชื่อส่งเข้าประกวด
    นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการปรับ ครม. ว่าอยู่ที่นายกฯ และยังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร แต่ส่วนตัวไม่อยากเปลี่ยนตำแหน่ง ถ้าเลือกได้ก็อยากอยู่ที่เดิม มีเรื่องเยอะแยะที่ต้องทำในกระทรวง 
    ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้า ภท. ตอบข้อถามถึงการประชุมของพรรคเพื่อตกลงเรื่องการปรับ ครม.วันไหน ว่าพรรคเราประชุม ส.ส. และสมาชิกทุกอาทิตย์อยู่แล้ว ส่วนเรื่องการปรับ ครม.ยังไม่ได้รับสัญญาณอะไรจากนายกฯ จึงยังไม่คิดถึงเรื่องปรับตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรค 
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ในส่วนของพรรคการเมืองอื่นได้เริ่มส่งชื่อรัฐมนตรีที่ถูกปรับใหม่มาให้นายกฯ แล้ว นายอนุทินหัวเราะก่อนตอบว่า "โนพรอมแพลม" 
    นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกระแสข่าวเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่อาจถูกปรับในสัดส่วนของพรรค ปชป. ว่าเป็นคนของประชาชน และเป็นคนของพรรค ปชป. ทำงานเต็มที่ตามที่ได้รับมอบหมายทั้งในรัฐบาลและในพรรค เรื่องปรับ ครม.ต้องแล้วแต่ผู้ใหญ่ 
แม่เลี้ยงติ๊กยังไม่พร้อม
    นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.กล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่อเป็น รมว.พม.แทนนายจุติ ว่าไม่มีอะไร และตอนนี้ยังไม่พร้อมเป็น รมต. ต้องดูมติพรรค ซึ่งนายจุติเป็น รมต.ดีที่สุดแล้ว เพราะเขาเคยเป็นเลขาธิการพรรคมาก่อน ตอนพรรคไม่มีอะไรเขาทำงานให้อย่างทุ่มเท เขาเหนื่อย เรื่องแบบนี้ต้องให้เกียรติ รู้บุญคุณคนทำงาน
    ขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงกรณีนางศิริวรรณนำทีมอดีต ส.ส.ภาคเหนือที่เคยสนับสนุนนายพีระพันธุ์ เมื่อครั้งลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป.ร่วมรับประทานอาหารเที่ยงที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่าทานข้าวกันเป็นปกติ เพราะรู้จักกัน ไม่ได้คุยเรื่องการเมืองหรือการปรับ ครม. เป็นการพูดคุยเรื่องทั่วไป พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวเข้าไปเกี่ยวข้องการปรับ ครม.
    ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวหลังเกษียณอายุราชการจะไปเล่นการเมืองว่า ไม่รู้สึกอะไร ไม่ได้คิดอะไร และไม่มีการทาบทามใดๆ ไม่สนใจเล่นการเมือง กลัวการเมืองเล่นเอา
     ขณะเดียวกัน เรื่องความเคลื่อนไหวในการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค พปชร.นั้น นายวิรัช รัตนเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ระบุว่า ในเวลา 08.30 น.วันที่ 23 มิ.ย. พร้อมแกนนำและ ส.ส.บางส่วนจะไปยังทำเนียบฯ เพื่อเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตรมาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.อย่างเป็นทางการ หลังจากที่มีการทาบทามด้วยวาจาไปก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนที่จะการประชุมใหญ่สามัญพรรคในวันที่ 27 มิ.ย.
ด้าน พล.อ.ประวิตรเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและอารมณ์ดี โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่นายวิรัชเตรียมเทียบเชิญเป็นหัวหน้าพรรคได้เห็นข่าวหรือยัง ว่า “ยังไม่เห็นและยังไม่อยากพูด”
    จากนั้นเวลา 13.25 น. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ยืนยันอีกครั้งว่า ยังไม่ทราบเรื่อง และไม่มีใครบอกว่าจะมีคนมาเทียบเชิญ เพราะไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างจังหวัดมา และยังไม่มีใครแจ้งผลประชุมพรรคในวันเดียวกันนี้เข้ามาให้ทราบ เมื่อถามว่าถ้าหากมีคนมาเทียบเชิญให้เป็นหัวหน้าพรรคจะรับเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาจะเชิญจริงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าเป็นเรื่องของพรรค 
    ส่วนที่พรรค พปชร.ก่อนการประชุมกรรมการบริหารพรรค พปชร.ชุดรักษาการ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรักษาการ กก.บห.พรรคให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีชื่อเป็นรองหัวหน้าพรรค ว่าต้องรอที่ประชุมใหญ่ ส่วนกระแสข่าวว่าจะถูกปรับไปนั่งกระทรวงพลังงานนั้น ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ ต้องรอให้นายกฯ เป็นผู้พิจารณา แต่ยอมรับว่านายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท มีโอกาสที่จะได้นั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรคเชื่อว่ามีการคุยกันระดับหนึ่ง ซึ่งคงมีการเสนอให้นายอนุชาเป็นเลขาฯ พรรค แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่ 
    “การปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้ ความขัดแย้งจะยุติลง เพราะ พล.อ.ประวิตรเข้ามาพูดจาทุกกลุ่ม จนมีแนวทางเดียวกัน และเกิดสมานฉันท์ทั้งหมด” นายสุริยะกล่าว
ประชุมกก.บห.สุดอึมครึม
     นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการปรับโครงสร้าง กก.บห.พรรคแล้วจะสามารถอยู่ได้นานหรือไม่ว่า ยังไม่เห็นว่าใครจะมาเป็น กก.บห.บ้าง ซึ่งก็แล้วแต่ที่ประชุมใหญ่ แต่คิดว่าเมื่อมีการปรับเปลี่ยนแล้ว อะไรก็ตามที่จะเป็นแนวนโยบายจะต้องทำให้เข้าถึงประชาชน ส่วนบุคคลที่จะไปเป็นหัวหน้าพรรคก็พอเห็นกันอยู่แล้วส่วนการปรับ ครม.ขึ้นอยู่กับ กก.บห.ที่จะพิจารณาเป็นสิทธิ์ของหัวหน้าพรรคที่จะส่งชื่อไปยังนายกฯ ซึ่งแล้วแต่นายกฯ จะเอาตามหรือไม่ 
อุตตม-สนธิรัตน์ไม่ถอดใจ
    ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะรักษาการเลขาธิการ พปชร. กล่าวถึงกรณีหากกลุ่ม 4 กุมารไม่ได้อยู่ กก.บห.ชุดใหม่อาจจะลาออกว่า ยังไม่ได้ไปถึงขั้นนั้น วันนี้คงเป็นลักษณะที่หัวหน้าพรรคได้เชิญประชุมเพื่อเตรียมการประชุมใหญ่ของพรรค ส่วนเรื่องปรับ ครม.อยู่ในดุลพินิจของนายกฯ ท่านพูดแล้วว่าจะพิจารณาเอง ส่วนหากหลุดจาก กก.บห. จะมีผลต่อที่ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับนายกฯ โอเค ขอไปทีละวันแล้วกัน ไม่ถอดใจ เพราะถ้าเกิดถอดใจ ก็ไม่รู้จะเอาใจไปวางไว้ที่ไหน 
    เมื่อถามว่าจะร่วมคณะไปเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค พปชร.หรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ไม่รู้ เพราะเพิ่งรู้ข่าว ต้องหารือกัน ส่วนกระแสนายอนุชาจะมาเป็นเลขาธิการพรรคนั้น ก็ขึ้นกับที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งรวมถึงทุกตำแหน่งด้วย
    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมรักษาการ กก.บห.เพื่อกำหนดวัน สถานที่ การประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือก กก.บห.พรรคชุดใหม่ บรรดาแกนนำพรรคต่างทยอยเข้าร่วมการประชุมพรรคท่ามกลางการจับตาของสื่อมวลชน ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าการประชุมมีการนั่งแยกกลุ่มอย่างชัดเจน และบรรยากาศค่อนข้างอึมครึม โดยเฉพาะนายอุตตมและนายสนธิรัตน์  ซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ มีสีหน้าที่เคร่งเครียด ไม่เป็นธรรมชาติ จนนายวิรัชที่นั่งอยู่ท้ายห้องต้องขอให้นายอุตตมพูดอะไรกับที่ประชุม และขอให้ถอดหน้ากากอนามัยออก จากนั้นนายอุตตมกล่าวทักทายสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมประชุม ก่อนเจ้าหน้าที่พรรคเชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุม
    ภายหลังการประชุม นายอุตตมกล่าวว่า บรรยากาศการประชุมเป็นการพูดคุยวาระปกติ ที่ต้องนำผลการประชุมไปหารือต่อที่ประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 มิ.ย.63 เวลา 13.00 น. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ส่วนการประชุมจะมีชื่อเป็น กก.บห.ชุดใหม่หรือไม่นั้น ขอให้เป็นไปตามกระบวนการของพรรค ที่จะเสนอรายชื่อ การแสดงความเห็นก่อนหน้าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม อย่าเพิ่งพูดเลยว่าอะไรเป็นอะไร หรือพูดชื่อใคร ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ 
“ส่วนจะถูกปรับออกจาก รมว.การคลัง ก็ไม่กังวล เพราะยังคงทำหน้าที่ต่อไป อีกทั้งนายกฯ เน้นรัฐมนตรีว่าต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนเพื่อชนะโควิด-19 แล้วเราต้องเดินตามนั้น อีกทั้งการปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ จึงขอให้ทุกคนทำตามหน้าที่มีอะไรก็ต้องทำไป เพราะนายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณ” 
    เมื่อถามอีกว่า หากไม่ได้เป็นรัฐมนตรีต่อจะลาออกจาก พปชร.หรือไม่ นายอุตตมตอบว่า "ผมไม่คิดเลยครับ" เมื่อถามย้ำว่าถอดใจหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า "ไม่ครับ ใจยังอยู่ที่เดิม" เมื่อถามว่าวันที่ 23 มิ.ย.จะไปเชิญ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่อง
    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  และรักษาการ กก.บห. กล่าวว่า บรรยากาศการประชุมเป็นกันเอง ไม่มีปัญหาอะไรเลย ทุกอย่างเรียบร้อยดี ส่วนกระแสข่าวพรรค ปชป.จะมาสนับสนุนการทำงานในตำแหน่ง รมต.ของนายพุทธิพงษ์และนายณัฏฐพลนั้น ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้เลย ไม่มีใครตั้งเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และไม่มีทางเป็นไปได้ เรื่อง ครม.ทุกอย่างอยู่ที่นายกฯ และยังไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ 
    ต่อมาเวลา 12.30 น. นายวิรัชแถลงหลังการประชุมว่า การประชุมเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม โดยวาระสำคัญคือการเตรียมจัดประชุมใหญ่พรรค ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ เมืองทองธานี ในวันที่ 27 มิ.ย. เวลา 13.00-17.00 น. ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเตรียมการ 8 คน 
เชื่อไม่มีพลิกโผ
    เมื่อถามว่า แคนดิเดตหัวหน้าพรรค พปชร. นอกจาก พล.อ.ประวิตรแล้วยังมีรายชื่ออื่นอีกหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า คงไม่มี โดยในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ บรรดาสมาชิกพรรคจะไปกราบเรียนเชิญ พล.อ.ประวิตรที่ทำเนียบรัฐบาลในการให้มาเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนเลขาธิการพรรคคนใหม่ ก็เป็นไปตามที่เสนอข่าว ซึ่งก็ครบหมดแล้ว รวมถึงรายชื่อผู้ที่จะมาเป็นรองหัวหน้าฯ 
    เมื่อถามว่า จะมีการโละ กก.บห.ชุดเก่าทั้งหมดหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น ยังมีชุดเก่าอยู่ด้วย ส่วนนายอุตตมและสนธิรัตน์จะยังอยู่หรือไม่นั้น นายวิรัชเลี่ยงตอบคำถามดังกล่าว 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามมติที่ประชุม กก.บห.พรรค พปชร.ชุดรักษาการ ให้ตั้งคณะทำงานศึกษาในรายละเอียดการเตรียมจัดประชุมใหญ่พรรค และแก้ไขข้อบังคับพรรค ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธานนั้น จะมีการพิจารณาแก้ไขข้อบังคับพรรค เพื่อกำหนดเพิ่มตำแหน่งสำคัญของพรรค จากเดิมที่ไม่เคยกำหนดไว้ อาทิ ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค, ผู้อำนวยการพรรค เป็นต้น ขณะเดียวกัน จะมีการแก้ไขข้อบังคับพรรค เพื่อเพิ่มจำนวนของรองหัวหน้าพรรคจากเดิม เพื่อให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยในเบื้องต้นกำหนดไว้ 8-10 คน 
    นอกจากนี้ ในที่ประชุม กก.บห.ชุดรักษาการ ยังได้หารือถึงการแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อเปิดทางย้ายที่ทำการพรรคจากอาคารปานศรี ไปยังอาคารรัชดาวัน ซึ่งปัจจุบันพรรคใช้เป็นศูนย์ประชุม ส.ส.ของพรรค โดยมีรายงานว่าบรรยากาศในที่ประชุม​ มีช่วงหนึ่งบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด เมื่อเกิดวิวาทระหว่างแกนนำคนสำคัญของพรรคเรื่องย้ายที่ทำการพรรค ทำให้มีการตอบโต้กลางที่ประชุมว่า "ถ้าไม่พอใจ หรือมีที่ใหม่ ก็ไปหาที่ใหม่". 


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน