อดีตส.ว.รสนา จี้ 'ปปช.' ทบทวนมติ 'ยืมใช้คงรูป' เปิดช่องนักการเมืองเลี่ยงการตรวจสอบ


เพิ่มเพื่อน    

20 มิ.ย.63 - นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)กรุงเทพฯ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ว่า วันนี้ได้รับเอกสารตอบรับไปรษณีย์ที่ส่งถึงประธานและกรรมการป.ป.ช เพื่อขอให้ทบทวนมติเรื่องยืมใช้คงรูปไม่ต้องแสดงรายการในบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงโดยมีเนื้อความในหนังสือดังนี้

“ตามที่ป.ป.ช.มีมติว่าการยืมใช้คงรูป ไม่ต้องแสดงรายการในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งนั้น

หากการยืมใช้คงรูปไม่ต้องแสดงรายการในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน จะเป็นช่องทางให้บุคคลที่ทุจริตคอร์รัปชันสามารถแปรเงินที่ได้รับมาจากการทุจริตคอร์รัปชันเป็นของมีค่าแล้วอ้างว่ายืมผู้อื่นมา เท่ากับสนับสนุนให้มีการทุจริตคอร์รัปชันมากกว่าการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน หากยืมใช้คงรูปต้องแสดงรายการในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ป.ป.ช.ก็สามารถตรวจสอบได้ว่ายืมมาจริงหรือไม่ ถ้าไม่จริงก็ถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบและถูกดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและร่ำรวยผิดปกติ

การให้การยืมใช้คงรูปต้องแสดงรายการในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินจึงมีข้อดีกว่าการไม่ให้แสดง ทั้งกฎหมายป.ป.ช.ก็ให้แสดงรายการหนี้สินนอกเหนือจากรายการทรัพย์สิน ซึ่งคำว่าหนี้สินนั้น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า “หนี้” การยืมทรัพย์สินของผู้อื่น ผู้ยืมย่อมเป็นหนี้ผู้ให้ยืมโดยผู้ยืมมีหนี้ที่จะต้องส่งคืนทรัพย์สินที่ยืมให้แก่ผู้ยืม ส่วนจะต้องส่งคืนทรัพย์สินเดิมหรือทรัพย์สินใหม่ย่อมแล้วแต่ว่าเป็นการยืมใช้สิ้นเปลือง เช่น ยืมเงิน หรือยืมใช้คงรูป เช่น ยืมนาฬิกา ถ้าเป็นการยืมใช้สิ้นเปลือง ก็ไม่ต้องคืนด้วยทรัพย์สินเดิมที่ยืม เช่น ยืมเงิน ไม่ต้องส่งคืนด้วยธนบัตรเดิมที่ยืม ใช้คืนด้วยธนบัตรใหม่ก็ได้ แต่ถ้าเป็นยืมใช้คงรูป เช่น ยืมนาฬิกา ก็ต้องส่งคืนด้วยนาฬิกาเรือนเดิม เมื่อการยืมไม่ว่าจะเป็นการยืมใช้สิ้นเปลืองหรือยืมใช้คงรูปต่างเป็นหนี้หรือหนี้สินของผู้ยืมที่มีต่อผู้ให้ยืม จึงต้องแสดงรายการยืมในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่มีต่อป.ป.ช.เหมือนกัน การตีความให้ยืมใช้คงรูปไม่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินนั้นมีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลที่ทุจริตคอร์รัปชันสามารถหลุดพ้นจากการถูกดำเนินคดีฐานทุจริตคอร์รัปชัน และร่ำรวยผิดปกติได้

การยืมเชิงพาณิชย์ และการยืมเชิงนิติประเพณีไม่มีระบุไว้ในกฎหมายป.ป.ช.หรือกฎหมายใด และกฎหมายป.ป.ช.ก็ไม่ได้ระบุว่าการยืมเชิงนิติประเพณีไม่ต้องแสดงรายการในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เมื่อการยืมถือเป็นหนี้หรือหนี้สินไม่ว่าจะเป็นการยืมใช้สิ้นเปลืองหรือยืมใช้คงรูป จึงต้องแสดงรายการในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อป.ป.ช.

โดยที่มติป.ป.ช.เป็นการดำเนินการทางปกครอง ย่อมทบทวนและเพิกถอนหรือแก้ไขได้หากไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่เป็นธรรม และมีผลเสียยิ่งกว่าผลดี ดิฉันจึงใคร่ขอให้ท่านประธานและคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้โปรดทบทวนมติดังกล่าว เพื่อเจตนารมณ์ในการตรวจสอบถ่วงดุลนักการเมืองผู้ดำรงตำแหน่ง และข้าราชการระดับสูงอย่างมีประสิทธิภาพ”

ดิฉันหวังว่าประธานและกรรมการป.ป.ช.จะพิจารณทบทวนและยกเลิกมติเรื่องยืมใช้คงรูปไม่ต้องรายงานในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งเสียใหม่ เพื่อไม่เปิดช่องให้นักการเมืองสามารถหลบหนีการตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติด้วยการแปลงเงินเป็นทรัพย์สินคงรูป และอ้างมติป.ป.ช.กรณีการยืมใช้คงรูปดังกล่าว เป็นช่องทางหลบเลี่ยงการตรวจสอบในอนาคต


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'