ความปกติแบบเก่าและความปกติแบบใหม่


เพิ่มเพื่อน    

                                                                             (1)

      อดนึกถึงศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หรือที่บ้านเราเรียกๆ กันว่า หมอ-ยง ขึ้นมาไม่ได้...เมื่อดันไปอ่านเจอข่าวต่างประเทศอยู่ชิ้นหนึ่ง ที่เว็บไซต์ ผู้จัดการ เขาเอามาถ่ายทอด เผยแพร่ ไปเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นั่นคือข่าวคราวว่าด้วยรัฐบาล หรือทางการประเทศ กรีซ ได้ตัดสินใจคลายล็อกระดับ 3 ระดับ 4 หรือระดับใดๆ ก็แล้วแต่ ด้วยการอนุญาตให้สามารถเปิดให้บริการทางเพศ  การใช้บริการจากหญิงบริการ หรือ คุณโสฯ ทั้งหลาย ได้อย่างเป็นทางการ หลังจากพอที่จะ เอาอยู่ กับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้มั่งแล้ว...

                                                                              (2)

      แต่ด้วยความปรารถนาและต้องการ ที่จะ เอาอยู่ ต่อเชื้อ COVID-19 ต่อไปให้จงได้...เลยทำให้การอนุญาตให้ เอา ของรัฐบาลประเทศกรีซ ออกจะเป็นอะไรที่แปลกประหลาด พิสดาร อยู่พอสมควร ชนิดที่เว็บไซต์ ผู้จัดการ เขาต้องนำไปพาดหัวข่าว ว่าถึงขั้น นึกภาพไม่ออก เอาเลยถึงขั้นนั้น คือนอกจากบรรดาผู้ที่อยากใช้บริการ หรือพวก ขาหื่น ทั้งหลาย จะต้องลงนาม กรอกชื่อ กรอกประวัติ กันให้เป็นที่เรียบร้อย เพื่อที่จะสามารถตรวจเช็ก หรือตามไปเซลฟ์ ควอแรนตีน สเตท ควอแรนตีน ได้ทันท่วงที ถ้าหากดันมีเชื้อ หรือติดเชื้อใดๆ ขึ้นมา ยังจำต้องออกมาตรการกำหนดไว้ด้วยว่า การใช้บริการดังกล่าว จะต้องใช้เวลาไม่เกินไปกว่า 15 นาที และระหว่างกำลังให้บริการ รับบริการ หรือระหว่างกำลังมีสัมพันธ์ทางเพศนั้น จะต้องให้ศีรษะของทั้งสองฝ่าย ห่างจากกันและกันในระยะพอประมาณ...

                                                                              (3)

      นี่...อ่านข่าวชิ้นนี้ แล้วอดนึกถึงคำชี้แนะ ชี้นำ ของศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง หรือคุณหมอ ยง ท่านขึ้นมามิได้ ที่เคยตอบคำถาม บรรดาผู้ที่สงสัยว่าการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน จะก่อให้เกิดการติดเชื้อ COVID-19 ได้หรือไม่ อย่างไร ด้วยการสรุปว่า ถ้าหากอยู่ห่างกันในระยะ 2 เมตร หรือถ้าหันไปใช้ไม้เขี่ยกันไป-เขี่ยกันมา ก็น่าจะอยู่รอด ปลอดภัย จากเชื้อไวรัส COVID-19 ได้อยู่แล้วแน่ๆ  ซึ่งจะด้วยเหตุเพราะคำชี้แนะ ชี้นำ จากบุคลากรหรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ในลักษณะที่ว่านี้หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ เลยทำให้รัฐบาลกรีซ ที่อยากฟื้นคืนทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะ เศรษฐกิจ ให้กลับมาเป็นปกติ ไม่ต่างอะไรไปจากบรรดารัฐบาลในแทบทุกประเทศนั่นแหละ จำต้องออกมาตรการแปลกๆ ใหม่ๆ ประหลาดๆ หรือต้อง นิว นอร์มอล กันแบบชนิด นึกภาพไม่ออก เอาเลยถึงปานนั้น...

                                                                               (4)

      แต่อันที่จริง...ก็คงไม่ใช่เฉพาะการให้บริการทางเพศ หรือการใช้บริการทางเพศ อันได้กลายเป็น  ธุรกิจ ชนิดหนึ่งไปแล้ว แต่เพียงเท่านั้น ที่จำต้อง นิว นอร์มอล กันแบบแปลกๆ ประหลาดๆ จนแทบ  นึกภาพไม่ออก กันไปเป็นรายๆ ไม่ว่าบ้านเขา หรือบ้านเรา ก็แล้วแต่ อย่างธุรกิจ สปา หรือ นวด ที่ดูเหมือนว่าผู้ที่มีอำนาจบริหาร จัดการ ในบ้านเรา ท่านเคยพยายามออกมาเปิดช่อง เปิดทาง เพื่อให้สามารถฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติได้มั่ง ด้วยการอนุญาตให้กระทำ หัตถการ ตั้งแต่ช่วงต่ำกว่าเอวลงไป ซึ่งก็ทำให้ นึกภาพไม่ออก อยู่พอสมควรเหมือนกัน ว่าจะหมายถึงการนวดไข่ บีบไข่ หรือการนวดข้อเท้ากันแน่...

                                                                              (5)

      หรือแม้แต่การกิน การอยู่ ที่ได้กลายเป็นธุรกิจแต่ละประเภทในทุกวันนี้ ก็คงต้อง นิว นอร์มอล ชนิดใกล้ๆ จะ แอบนอร์มอล อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ คือจะต้อง สวมหน้ากาก เวลาเข้าร้านอาหาร เครื่องดื่ม โดยแทบไม่รู้ว่าเวลาจะยัดอาหาร หรือเทเครื่องดื่ม จะยัด จะเท เข้าไปในรูไหนต่อรูไหน จะกิน ป๊อปคอร์น เวลานั่งเว้นระยะห่างอยู่ในโรงหนัง โรงภาพยนตร์ ที่ถูกกำหนดมาตรการให้ต้องสวมหน้ากากกันโดยตลอด จะต้องยัดป๊อปคอร์นเข้าไปทางสายสะดือ หรือไม่ อย่างไร ฯลฯลฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่แหละ ที่ทำให้ความพยายาม นิว นอร์มอล มันออกจะเป็นอะไรที่แปลกๆ  ประหลาดๆ อยู่พอสมควร จนอาจทำให้ ความปกติแบบใหม่ กลายเป็น ความผิดปกติ หรือ ความไม่ปกติ เอาเลยก็เป็นได้...

                                                                               (6)

      ทั้งๆ ที่ว่ากันโดยลึกๆ หรือโดยเนื้อหา สาระแล้ว...ไม่ว่าเชื้อ COVID-19 ท่านจะมีที่มา-ที่ไป จะร้ายหรือดี หรือจะอุบัติขึ้นมาด้วยเหตุผลกลใดก็ตามแต่ แต่สิ่งที่ท่านกำลังบีบบังคับ หรือกำลังชักนำให้บรรดามวลมนุษย์ทั้งหลาย ต้องปรับตัว ปรับสภาพ ไปสู่ ความปกติแบบใหม่ นั้น มันน่าที่จะมีอะไรลึกๆ ไปกว่าการ นิว นอร์มอล ในทางรูปแบบ แต่เพียงเท่านั้น ไม่ว่าความจำเป็นที่จะต้องพยายามอดทน อดกลั้น ต้องหาทางรำงับ ยับยั้ง ความปรารถนา ความต้องการ ในแบบเดิมๆ ไม่ว่าการกิน การอยู่  ไปจนถึงการหื่นใดๆ ก็แล้วแต่ ต้องหันมาให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระด้วยการพึ่งตนเอง แทนที่จะต้องถูกพันธนาการไปตามกระแสทุน กระแสโลกาภิวัตน์ ที่ทำให้เกิดการล้างผลาญ เผาผลาญทรัพยากรต่างๆ เท่าที่มีอยู่ในโลก จนพังพินาศไปเป็นแถบๆ ฯลฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่แหละ...ที่อาจถือเป็น  ความปกติแบบใหม่ ในทางเนื้อหา ไม่ใช่แค่ในทางรูปแบบ ส่วนใครจะ เข้าถึง-เข้าใจ หรือไม่ เพียงใด  คงต้องไปคิดๆ กันเอาเอง ระหว่างที่กำลังใช้ไม้เขี่ยกันและกัน หรือระหว่างที่ต้องหันศีรษะให้ห่างจากกันและกัน ไปตามความหื่น ความกระหาย อันเคยเป็นสิ่งปกติแบบเก่าๆ เดิมๆ ทั้งหลาย...

                                                                     --------------------------------------------------------


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ