'หมอธีระ'แนะป้องกันวิกฤติโควิดในอนาคตต้องนำอดีตมาเป็นบทเรียน


เพิ่มเพื่อน    

21 มิ.ย.63- รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า วันนี้รัฐแถลงว่ามีผู้ติดเชื้อ 1 คน เป็นเด็กอายุ 6 ปี กลับจากแอฟริกาใต้ ไม่มีอาการ มาตรวจพบตอนตรวจครั้งที่สอง ขณะได้รับการกักตัวเฝ้าสังเกตอาการ ขอให้หนูหายไวไวนะครับ 

รศ.นพ.ธีระระบุว่า ตอนนี้ไทยมีเคสสะสม 3,148 คน หลายประเทศต่างชื่นชมการจัดการของรัฐบาล ทำให้เราสามารถคุมโรคระบาดได้ ส่วนหนึ่งที่ต้องชมมากๆ คือ ทีมภาคสนามในทุกพื้นที่ ที่ทำงานกันอย่างต่อเนื่องและเต็มที่ตลอดมา อีกส่วนหนึ่งที่ผมชื่นชมคือ นายกรัฐมนตรี และศบค. ที่เป็นกลไกกลางในการควบคุม จัดการ กลั่นกรอง นโยบายและมาตรการต่างๆ ที่ถูกชงขึ้นมาจากหน่วยงานรัฐหลากหลายฝ่าย เราประสบวิกฤติศรัทธา และวิกฤติโรคระบาดรุนแรงระลอกแรก เพราะมีการตัดสินใจหลายเรื่องที่ขาดการถ่วงดุลอำนาจ และไม่มีกลไกกลางในการประสานทุกหน่วยงานมาทำงานอย่างพร้อมเพรียงกัน ภายใต้สัจธรรมว่า ทุกหน่วยงานต่างมีบทบาทหน้าที่และเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างมาก บางเรื่องอาจไม่ใช่ความผิดของหน่วยงานที่เสนอมาโดยมุ่งเน้นเป้าหมายของตนเอง แต่ไม่ได้ประเมินผลกระทบในมิติอื่นๆ อย่างครอบคลุม การมีกลไกกลางจึงช่วยให้ทุกหน่วยงานมารับทราบพร้อมกัน ถกแถลงกันเพื่อหาจุดสมดุลก่อนตัดสินใจดำเนินการ นี่ถือเป็นผลสำเร็จชิ้นโบว์แดงของกลไกกลาง น่าชื่นใจแทนครับ

รศ.นพ.ธีระ ระบุว่า บางเรื่องก็เป็นบทเรียนสอนเรา ให้รู้จักคน รู้ใจ รู้นิสัยอย่างลึกซึ้ง และต้องนำมาป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นการแข่งรถในยามที่มีโรคระบาด หวัดธรรมดา หน้ากากล่องหน รวมถึงเร็วๆ นี้ที่เราเห็นปรากฏการณ์ชงนโยบายแบบ "ฉันเชื่อใจเธอ เธอเชื่อใจฉัน และเราจะไม่กักกัน"

"ส่วนตัวแล้ว หากผมเป็นผู้บริหารประเทศ ก้าวย่างถัดไปจากนี้ เพื่อฟื้นฟูประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความมั่นคง เพื่อสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชนและป้องกันวิกฤติในอนาคต...ผมจะนำบทเรียนมาปรับกลไกการทำงานของหน่วยงานแต่ละหน่วยงาน และปรับ"คนตัดสินใจเชิงนโยบาย" ให้ถูกที่ถูกทาง เราไม่สามารถจับเอาหนอนมาว่ายน้ำแข่งกับปลาได้ฉันใด เราก็ย่อมไม่ควรให้คนถนัดก่อสร้างมาเป็นรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ฉันนั้น รวมถึงเรื่องอื่นๆ ในสังคมก็เช่นกัน ยิ่งหากเกี่ยวข้องกับชีวิตคนหมู่มาก ยิ่งต้องระวังอย่างยิ่งครับ เจ็บแล้วต้องจำ... ประเทศไทยต้องทำได้... เอาใจช่วยทุกคน..."


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส