ทำปืนลั่นใส่เมียดับ ‘รตอ.’รับสารภาพ


เพิ่มเพื่อน    


    เผยเจอเขม่าดินปืนที่มือ "ร.ต.อ." ยอมรับทะเลาะกับภรรยาชักปืนขู่หวังเคลียร์ปัญหาก่อนยื้อแย่งจนปืนลั่น พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ แล้ว ส่วนให้ออกจากราชการหรือไม่ ต้องให้ต้นสังกัดพิจารณา
    เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีการเสียชีวิตปริศนา ของ น.ส.พิมชฎาพร อายุ 30 ปี ภรรยา ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง รอง สว.สส.สน.วังทองหลาง ที่แม่และญาติยังติดใจการเสียชีวิตไม่น่าจะฆ่าตัวตายเอง ประกอบกับลูกสาวมีเรื่องทะเลาะกับ ร.ต.อ.ทรงกลดอยู่บ่อยครั้งถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกาย แต่ ร.ต.อ.ทรงกลดให้การปฏิเสธมาตลอด ถึงแม้ปืนที่ใช้ยิงจะเป็นปืนของตัวเองก็ตาม
    ภายหลังประชุมมีรายงานว่า ผลการตรวจพบเขม่าดินปืนติดอยู่ที่มือของ ร.ต.อ.ทรงกลด และติดอยู่ที่บริเวณตัวผู้เสียชีวิต และร.ต.อ.ทรงกลดให้การรับสารภาพว่า หลังจากมีปากเสียงกันระหว่างที่กลับมาที่บ้าน ภรรยาได้เข้ามาด่าทอ จึงเกิดบันดาลโทสะชักอาวุธปืนขู่ จากนั้นผู้ตายได้มายื้อแย่งกันเป็นเหตุทำให้ปืนลั่นใส่ผู้ตายเสียชีวิต ร.ต.อ.ทรงกลดถูกแจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่น"
    ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาครอบครัว แม้คดีนี้จะไม่มีประจักษ์พยาน แต่จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าสาเหตุการตายไม่ได้เกิดจากการฆ่าตัวตาย หลังการสอบปากคำ ร.ต.อ.ทรงกลด ในเบื้องต้นให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ มีการถืออาวุธปืนลงมาเคลียร์ปัญหากับภรรยา แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การก่อนหน้านั้นที่บอกว่าอยู่คนละห้องกับภรรยาแล้วได้ยินเสียงปืนจึงพังประตูเข้าไป ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะมีการแจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่น" แก่ ร.ต.อ.ทรงกลด ตามพยานหลักฐานที่มีในเบื้องต้นก่อน ส่วนพยานหลักฐานอื่นๆ อยู่ระหว่างรวบรวม
    พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวอีกว่า แม้ก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.ทรงกลดจะให้การว่าภรรยาฆ่าตัวตาย ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ หลังจากนี้จะสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้งว่าเข้าข่ายฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือไม่ หรือไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่
    ผบช.น.กล่าวว่า ร.ต.อ.ทรงกลดตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว ซึ่งในทางปฏิบัติต้นสังกัดจะให้ออกจากราชการไว้ก่อน มีความมั่นใจในพยานหลักฐาน ถึงแม้เป็นตำรวจก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเหมือนประชาชนทั่วไป ส่วนข้อกังวลว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือจะทำให้การสอบสวนล่าช้าหรือไม่ ถ้าต้นสังกัดยืนยันมาแบบนั้น ก็ต้องให้ออกจากราชการ.


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'