สงกรานต์..ทำไมต้องอันตราย


เพิ่มเพื่อน    

    เพิ่งมาได้ยินได้ฟังประโยค.. สงกรานต์ 7 วันอันตราย...มาก็แค่ 20 ปีนี้แหละ!!!
    ตอนมนุษย์ป้าเป็นวัยรุ่น ไม่เคยมีหรอกนะ ไอ้นับถอยหลัง 7 วัน 6   วันหรือ 4 วันอันตราย แล้วก็ขึ้นตัวเลขว่า มีคนเจ็บ-คนตายไปเท่าไร หรือจดสถิติเปรียบเทียบว่า ปีนี้จะตายน้อยหรือมากกว่าปีที่แล้ว
    ??!!??? มันชอบกลทีเดียว เพราะมาถึงตอนนี้ ประโยคนี้กลายเป็นเรื่องปกติที่จะมาคู่กับเทศกาลวันสงกรานต์เลยทีเดียว   
    มันไม่ใช่คำอวยชัยให้พรเลย อาจจะรู้สึกเป็นการแช่งชักหักกระดูกด้วยซ้ำ ถึงแม้เหมือนความพยายามส่งเสียงเตือน หรือเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัว ตลอดจนทำทั้งหมดด้วยความปรารถนาดีที่ไม่อยากให้เห็นการเสียชีวิตหรือบาดเจ็บก็ตาม 
    ไม่มีใครอยากกลับไปไม่ถึงบ้าน 
    ไม่มีใครอยากกลายเป็นคนพิการ 
    มีแต่คนอยากสนุกสนาน อยากฉลอง อยากเฮฮาปาร์ตี้ในเทศกาลปีใหม่ไทยนี้ 
    แต่ความอยากมักจะทำให้เกิดความคึกคะนอง และขาดสติไปชั่วครั้งคราวชั่วคราวได้ ฉะนั้น การเรียนรู้จากประสบการณ์ข่าวในอดีต ว่าด้วยประเด็นปัญหาที่สร้างความหายนะให้เกิดในเทศกาลสงกรานต์นั้น ถือเป็นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามนะคะ 
    อย่าคิดว่า ปล่อยไปตามดวง อะไรจะเกิดมันต้องเกิด 
    ลองคิดใหม่นะคะว่า เรามากำหนดเส้นทางเดินของเราในเทศกาลสงกรานต์ ทำอย่างไรที่จะสนุกสนานได้โดยไม่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเดือดร้อน นั่นง่ายๆ เลย ด้วยการเริ่มต้นที่ตัวเราเอง 
    เล่นน้ำสงกรานต์แบบพอเหมาะพอควร 
    ขับรถอย่าประมาท 
    การดื่มสุรากับการเล่นน้ำสงกรานต์ ว่ากันตามตรง เรียกว่าเพิ่มความครึกครื้นได้ดีทีเดียว แต่จากวันนี้ถามตัวเองหน่อยเป็นไรว่า ดื่มแล้วขับจะกลับถึงบ้านไหม หรือดื่มมากเกินไปสงกรานต์น้ำจะกลายเป็นสงกรานต์เลือดไหม 
    ...แน่นอน ก็รู้กันอยู่แล้วว่า แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการสั่งงานในสมองได้ หากคิดว่าไม่เป็นไรดื่มนิดเดียว และมีคนคิดแบบนี้สัก 5 ล้านคนในเทศกาลสงกรานต์ หรืออีก 2 ล้านคนเป็นคนต่างจังหวัดที่จะขับรถออกจากเมืองหลวงกลับไปเยี่ยมบ้าน เขาก็จิบไป ขับไป หรือดื่มพอหอมปากหอมคอแบบเดียวกันหมด ...อะไรจะเกิดขึ้น??? หากเทียบกับการไม่ดื่มเลย จะทำให้มีสติสัมปชัญญะมากกว่าคนดื่มหรือเปล่า
    คำตอบก็รู้อยู่แก่ใจ แล้วทำไมจะไม่เปลี่ยนสงกรานต์อันตราย ให้เป็นสงกรานต์เบิกบานสดใสด้วยตัวของเราเองล่ะ พ่อหนุ่มเอ๊ย!!.
                                        "ป้าเอง" 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.