สมช.ชงต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 1 เดือน


เพิ่มเพื่อน    

25 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สมศักดิ์รุ่งสิตาเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมเพื่อประเมินความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ว่าวานนี้(24 มิ.ย.) มีการพิจารณาเรื่องสำคัญคือการผ่อนคลายกิจกรรมกิจการในระยที่5 ที่จะเริ่มในวันที่1 ก.ค.ซึ่งเรียกได้ว่ามีการผ่อนคลายทั้งหมดเช่นการเปิดเรียนการไม่จำกัดเวลาในการเปิดห้างสรรพสินค้าสถานบริการผับบาร์คาราโอเกะอาบอบนวดร้านเกมโดยรายละเอียดตรงนี้ต้องเสนอให้ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้งในวันจันทร์ที่29 มิ.ย. ส่วนการแข่งขันกีฬาจะให้มีผู้เข้าชมได้เมื่อไรนั้นต้องรอดูการผ่อนคลายระยะที่5 ก่อนถ้าสถานการณ์ต่างๆดีขึ้นรวมถึงสถานการณ์โลกดีขึ้นค่อยพิจารณาเพราะวันนี้ศบค.ชุดเล็กเขาก็ประเมินกันเป็นรายวัน

 

พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่าวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับการขยายเวลาประกาศใช้พ.รก.ฉุกเฉินซึ่งเราดูในทุกมิติทั้งความมั่นคงข่าวกรองกฎหมายและสาธารณสุขโดยเห็นควรให้ขยายเวลาออกไปอีก1 เดือนตั้งแต่วันที่1-31 ก.ค. เพราะกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายในระยะที่5 มีความล่อแหลมต่อการระบาดของโควิดมากที่สุดเช่นการเปิดเรียนเราจึงต้องให้ความสำคัญในการป้องกันอย่างมากจึงจำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปเพราะหากไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ต้องใช้กฎหมายถึง5 ฉบับมาแทนที่แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะมีประสิทธิภาพเท่ากับพ.ร.ก.ฉุกเฉินเช่นพ.ร.บ.ควบคุมโรคก็จะเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะจุดไม่ใช่การทำงานเชิงรุกกลยุทธ์ในการป้องกันโควิดของเราตั้งแต่แรกคือใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินควบคุมไม่ให้มีการนำโรคจากต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยซึ่งมีประสิทธิภาพเป็นกลไกสำคัญเมื่อเราจะผ่อนคลายกิจกรรมที่ล่อแหลมจึงต้องคงเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพนี้ต่อไปและเรื่องนี้ยังเป็นเพียงการพิจารณาของชุดเฉพาะกิจยังต้องเข้าที่ประชุมศบค.และครม.ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายการเมืองออกมาโจมตีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีนัยยะแฝงทางการเมืองนอกเหนือจากการป้องกันโควิดพล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่าการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่มีนัยยะทางการเมืองตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันและอนาคตเห็นได้จากเมื่อวันที่24 มิ.ย. ที่มีการทำกิจกรรมทางการเมืองก็ไม่มีการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปดำเนินการเพราะมีพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะอยู่เราใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วยเหตุผลทางสาธารณสุขเป็นหลักและเมื่อมีการประกาศผ่อนคลายเฟส5 แล้วก็ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ที่สำคัญช่วง1 เดือนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเพราะสถานการณ์โลกยังมีความน่าเป็นห่วงแม้ประเทศเราดีแต่ก็กังวลเรื่องการระบาดรอบ2 หากเป็นเช่นนั้นสิ่งที่เราทุ่มเทมาจะสูญเปล่าเราจึงต้องมีมาตรการที่สร้างความมั่นใจป้องกันการแพร่ระบาดนั่นคือการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เลขาฯสมช.ยังกล่าวถึงการพิจารณาTravel bubble ว่าเรื่องนี้มีการพูดคุยแต่ยังไม่มีข้อยุติในเร็ววันนี้ ต้องใช้วลาประมาณ1-2 เดือนและปัจจุบันก็ยังไม่มีประเทศใดประสานเข้ามาแต่อย่างใดแต่ที่มีข้อยุติในเร็ววันคือการเดินทางของนักธุรกิจที่ปัจจุบันมีบางส่วนเดินทางเข้ามาแล้วต้องถูกกักตัว14 วันแต่เราจะพิจารณาในส่วนของนักธุรกิจที่เข้ามาเพียงไม่กี่วันจะให้เขาสามารถเดินทางไปทำธุรกิจต่อได้เลยไม่ต้องกักตัวแต่ต้องมีมาตรการที่เข้มข้นคือต้องมีการตรวจโควิดอย่างน้อย3 ครั้งคือก่อนเดินทางเมื่อมาถึงไทยและก่อนออกจากประเทศไทยรวมถึงระหว่างอยู่ประเทศไทยก็ต้องสามารถติดตามตัวได้ตลอดคาดว่าจะให้เขายื่นเรื่องเข้ามาให้เราพิจารณาได้ตั้งแต่เดือนก.ค.เป็นต้นไปโดยประเทสที่เราจะพิจารณาในเบื้องต้นคือญี่ปุ่นเกาหลีสิงคโปร์ฮ่องกงและจีนบางเมืองซึ่งเราจะพิจารณาถึงประเทศต้นทางว่ามีขีดความสามารถทางสาธารณสุขใกล้เคียงกับเราและที่สำคัญการจะให้เข้ามานั้นต้องประเมินแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่อรักษาการเจ็บป่วย(Medicai and wellness tourism ) การท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรมทางการแพทย์นั้นยืนยันว่าผู้ที่เข้ามาจะไม่ใช่การเข้ามาเพื่อรักษาโควิดเพราะหากเป็นโควิดก็ไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ตั้งแต่ต้นเวลาเข้ามาจะต้องอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา14 วันและหากรักษาเสร็จสิ้นจะอยู่ต่อหรือไม่ก็ได้ถือเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจมีหลายชาติให้ความสนใจในส่วนนี้


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน