แท็กซี่ฆ่าตัวสยอง จุดไฟคลอกคารถ มีปัญหาครอบครัวเจอโควิดซ้ำ


เพิ่มเพื่อน    

 

โชเฟอร์แท็กซี่ฆ่าตัวตายสยอง จุดยากันยุงรมตัวเองในรถพร้อมราดน้ำมันจุดไฟเผาถูกคลอกดำเป็นตอตะโก เพื่อนสนิทเผยเครียดปัญหารุมเร้า ทะเลาะกับเมียมา 3 ปี ขณะที่เจอพิษเศรษฐกิจจากโควิด-19 จนชักหน้าไม่ถึงหลัง เคยพยายามฆ่าตัวตายมา 2 ครั้ง ทั้งโดดน้ำและวิ่งให้รถชน
    เมื่อบ่ายวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ร.ต.ท.พสิฐ เงินยวง รอง สว.(สอบสวน) สน.หนองแขม รับแจ้งมีผู้จุดไฟเผาตัวเองภายในรถยนต์จอดอยู่บริเวณลานฝั่งตรงข้ามวัดทองเนียม ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวงและเขตหนองแขม กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อภิชาติ ทองจันดี ผกก.สน.หนองแขม กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นลานดินรกร้าง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดดังกล่าว พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ ทะเบียน 6 กข 7367 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพถูกเพลิงลุกไหม้ภายในห้องโดยสารได้รับความเสียหายทั้งหมด มีผู้เสียชีวิต 1 รายที่เบาะคนขับ ทราบชื่อต่อมาคือ นายกฤษณะพงศ์ เพชรดี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/33 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ แขวงและเขตหนองแขม กทม. สภาพศพนอนตะแคงซ้ายถูกไฟเผาจนกลายเป็นตอตะโก ที่หว่างขาผู้ตายนั่งทับขวดแก้วลักษณะคล้ายขวดเบียร์บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ 1 ขวด นอกจากนี้ที่เบาะข้างคนขับพบยาจุดกันยุงวางไว้จำนวนหลายขด รวมกับกองเอกสารซึ่งเป็นกระดาษและสมุดบัญชีเงินฝากซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
    จากการสอบสวน นายสมนัส โพธิ์งาม อายุ 58 ปี เจ้าของร้านกาแฟบริเวณด้านหน้าที่ดินดังกล่าว ให้การว่า ตามปกติช่วงกลางดึกจะมีรถบรรทุกเข้ามาจอดรับส่งสินค้าหลายคัน เพราะมีโรงงานอยู่หลายแห่ง แต่ถ้าเป็นช่วงกลางวันจะไม่มีใครมาใช้สอย ส่วนรถผู้ตายเห็นขับเข้ามาเวลา 13.00 น. เลี้ยวเข้าไปจอดได้ไม่เกิน 20 นาทีก็ได้ยินเสียงระเบิดขึ้น 1 ครั้ง ตนจึงชะโงกดู พบว่ารถคันดังกล่าวยังปิดประตูและปิดกระจกอยู่ทุกบาน แต่มีกลุ่มควันลอยออกมาจากด้านใน กระทั่งมีแสงเพลิงขึ้นทำให้เกิดแรงอัดจนกระจกแตก ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาตรวจสอบ และใช้น้ำทำการดับจนเพลิงสงบ พบศพผู้ขับขี่อยู่ในรถถูกไฟไหม้
    เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารที่พบในรถ และเดินทางไปยังภูมิลำเนาตามบัตรประชาชนของผู้ตาย ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ที่บ้าน แต่เมื่อทำการตรวจสอบเฟซบุ๊กของผู้ตาย ทราบว่าเจ้าตัวมีชื่อเล่นว่า “ตี๋” เป็นชาว จ.ศรีสะเกษ มีอาชีพขับรถแท็กซี่ของสหกรณ์ปทุมวันแท็กซี่ จำกัด โดยโพสต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าตัวโพสต์รูปตัวเองยืนถ่ายภาพข้างรถยนต์ส่วนตัวคันที่เกิดเหตุ พร้อมแคปชั่น “สู้โควิดไปด้วยกัน” นอกจากนี้ที่ผ่านมายังมีการโพสต์ภาพคู่กับเด็กชายวัยประมาณ 12-13 ปี ซึ่งคาดว่าจะเป็นบุตรชายบ่อยครั้ง และมักมีเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจในทำนองให้สู้ชีวิตต่อไป ส่วนการก่อเหตุครั้งนี้จะเป็นการรมควันยากันยุงก่อนจุดไฟเผาขังตัวเองไว้ในรถหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐาน
    ต่อมา น.ส.อารีรัตน์ ไกรเพชร อายุ 46 ปี ได้เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นเพื่อนสนิทของผู้ตาย รู้จักกันมานานหลายสิบปี ก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยบ่นให้ฟังว่าตั้งแต่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รายได้ก็น้อยลง ทำให้ต้องนำรถยนต์ส่วนตัวคันที่ใช้ก่อเหตุออกมาวิ่งงานแกร็บคาร์เป็นรายได้เสริม แต่ก็ยังไม่พอใช้ ประกอบกับเจ้าตัวมีปัญหาทะเลาะเบาะเเว้งกับภรรยาซึ่งมีบุตรชายด้วยกัน แต่ไม่ยอมพูดจากันมานาน 3 ปี จนทำให้เกิดความเครียด เคยคิดจะฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดน้ำและวิ่งให้รถชนมาแล้ว แต่ลงมือไม่สำเร็จ มาทำสำเร็จคราวนี้เป็นครั้งที่ 3
    อีกราย เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ประโยชน์ ปิ่นตาบูรณ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองบัวระเหว รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน 2 คัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 69 ถนนหนองบัวระเหว-ซับใหญ่ ทางเข้าหมู่บ้านหนองคลอง ต.โสกปลาดุก อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิต 4 ศพ ประกอบด้วย น.ส.เดือนเพ็ญ อัชฌาสัย อายุ 34 ปี, ด.ช.ภูธเนตร คำโสภา อายุ 2 ปี ลูกของ น.ส.เดือนเพ็ญ, ด.ช.จิตติ สุขนา อายุ 14 ปี, ด.ญ.พิยดา ปานาสา อายุ 14 ปี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กอายุ 14 ปีทั้งหมด ในจำนวนนี้อาการสาหัส 1 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอหนองบัวระเหว
    เจ้าหน้าที่ยังพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟินน์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กถ 2813 มหาสารคาม ของ น.ส.เดือนเพ็ญ และรถจักรยานยนต์อีก 2 คัญของกลุ่มเด็กอายุ 14 ปี พังเสียหายอยู่บริเวณนั้น
    จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.เดือนเพ็ญพา ด.ช.ภูธเนตร ลูกชายซ้อนจักรยานยนต์กลับจากธุระ จะเลี้ยวเข้าหมู่บ้านใกล้จุดเกิดเหตุ กลุ่มเด็กวัยรุ่น 5 คนได้ซ้อนจักรยานยนต์ 2 คันวิ่งฝ่าความมืดหลบไม่ทัน พุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของ น.ส.เดือนเพ็ญเต็มแรงจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว.


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'