เมินแคมเปญวินัยจราจร สงกรานต์วันแรกตาย39


เพิ่มเพื่อน    

   "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร" เอาไม่อยู่ ศูนย์ป้องกันอุบัติเหตุสงกรานต์เปิดตัวเลข 7 วันอันตรายวันแรก ผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 461 คน  น่าเบื่อสาเหตุเดิมๆ "เมาขับ-ซิ่ง" มอเตอร์ไซค์แว้นทางตรงตายมากสุด ส่วนด่าน คสช.ยึดรถเมาขับแล้ว 146 คัน นายกฯ สั่งอย่ามัวแต่นับศพ ให้เร่งรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยด้วย
    นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 447 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 461 คน     
    สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.49 ขับรถเร็ว ร้อยละ 26.62 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.96 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 61.30, บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.15, ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 38.48 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.41  ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 28.40 
    ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,031 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,413 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 678,566 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 128,260 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 35,582 ราย มอเตอร์ไซค์ ไม่ปลอดภัย 35,090 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (18 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ อำนาจเจริญ เลย นครศรีธรรมราช นครพนม บุรีรัมย์ ชลบุรี เพชรบูรณ์ (2 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (18 คน)
    นายวีระศักดิ์กล่าวต่อไปว่า วันนี้เป็นวันแรกของวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนบางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง และบางส่วนกลับถึงภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ โดยถนนสายหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถ.ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอย่างเคร่งครัด 
เมาขับ-ซิ่งไม่สวมหมวกกันน็อก
    พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลเส้นทางหลัก สายรอง และเส้นทางโดยรอบสถานที่ท่องเที่ยว คุมเข้มการขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง ทางลัด จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และบริเวณที่มีการก่อสร้างถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะ กวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ โดยเฉพาะการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติด 
    ตลอดจนเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว พื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ คุมเข้มสถานประกอบการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ให้ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่รถของผู้เช่ารถทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศทุกครั้ง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศรับทราบ และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด
    นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้กำชับให้จังหวัดบูรณาการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีเส้นทางหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ และมีการจราจรหนาแน่น ให้เร่งระบายรถเปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาในการเดินทางของประชาชน 
    พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สนธิกำลังสนับสนุนการปฏิบัติงานในจุดตรวจ จุดบริการ และด่านชุมชน เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดการเรียกตรวจผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมการขับรถในลักษณะเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว เพื่อป้องปรามไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ร่วมใช้เส้นทาง
    ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 เม.ย.61 เป็นวันมหาสงกรานต์ ศปถ.จึงได้กำชับให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานตามแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 ภายใต้กลไก “ประชารัฐ” ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยในการสัญจร โดยเฉพาะการดำเนินมาตรการ “1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย” เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมดำเนินมาตรการทางสังคม โดยกำหนดกติกาชุมชน ประชาคมหมู่บ้าน สำหรับเป็นข้อตกลงร่วมกันในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 
    รวมถึงจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัยและปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมการเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีวิถีไทย ท้ายนี้ ฝากผู้ใช้รถใช้ถนนยึดการปฏิบัติตามหลัก “4 ห้าม 2 ต้อง” 4 ห้าม ได้แก่ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามเมาแล้วขับ ห้ามโทรแล้วขับ ง่วงห้ามขับ 2 ต้อง ได้แก่ ต้องสวมหมวกกันน็อก และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย
ด่าน คสช.ยึดรถแล้ว 146 คัน
    พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ การเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างหนาแน่นในเส้นทางสายหลัก อาทิ  ถนนมิตรภาพ, เพชรเกษม, พหลโยธิน ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชนตามจุดตรวจและจุดบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สถานีขนส่งหลัก ที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งประจำจังหวัด สถานีขนส่งใน กทม. หมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย ซึ่งบางแห่งยังมีประชาชนรอการเดินทาง รอขึ้นรถในวันนี้อีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม ป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกและได้เดินทางตามกำหนด
    สำหรับสถิติตามมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ในวันแรก 11 เมษายน 2561 เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 3,339 ราย แยกเป็น
    ในส่วนรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 1,864 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 105 คัน ยึดใบขับขี่ 356 ใบ และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 1,457 คน  
    สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 1,475 ครั้ง ยึดรถยนต์ 41 คัน เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 82 ใบ ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 1,259 คน
    ทั้งนี้ จากการประเมินสภาพการจราจรวันแรกของการเดินทางช่วงสงกรานต์นี้ พบว่า ประชาชนใช้เส้นทางได้อย่างคล่องตัว ความคับคั่งของยานพาหนะมีเป็นช่วงๆ ในพื้นที่ผ่านชุมชนเมืองใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามแก้ปัญหาการจราจรที่ชะลอตัวหรือหยุดนิ่งเป็นเวลานานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจราจรเลื่อนไหลไปได้อย่างเหมาะสม และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ใช้เส้นทางได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อให้การเดินทางมีความราบรื่นมากที่สุด
    พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้รับรายงานว่า ขณะนี้ถนนหลายสายเริ่มมีปริมาณรถคับคั่งแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางสายเหนือและสายอีสาน จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง วางแผนและจัดกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่
    “นายกฯ กำชับว่าไม่ต้องการให้หน่วยงานต่างๆ รายงานแต่เพียงตัวเลขสถิติอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเท่านั้น แต่ควรเน้นรณรงค์ให้ประชาชนมีพฤติกรรมที่เหมาะสมและขับขี่อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง เช่น เมาไม่ขับ สวมหมวกกันน็อก ไม่ขับรถเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยขอให้ประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย”
    พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลนั้น ได้พยายามกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอีกทางหนึ่ง ทั้งการตั้งจุดตรวจและจุดให้บริการประชาชน ซึ่งมีกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ การจำกัดความเร็วของรถตู้โดยสารไม่เกิน 90 กม.ต่อ ชม. การควบคุมชั่วโมงการทำงานของผู้ขับขี่ การควบคุมพฤติกรรมไม่ให้ออกนอกเส้นทางผ่านระบบจีพีเอส การตรวจเช็กสภาพรถ และขอความร่วมมือไม่ให้ใช้รถบัสโดยสาร 2 ชั้น เป็นต้น
    สำหรับความปลอดภัยในแหล่งที่มีผู้โดยสายจำนวนมาก เช่น สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน หรือท่าเรือ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันเรื่องมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวปะปนกับประชาชน รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาตั๋วหรือเอาเปรียบประชาชน พร้อมอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ แก่ผู้เดินทางทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เช่น ให้บริการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ดูแลป้องกันเด็กพลัดหลง ฯลฯ โดยเน้นสร้างความประทับใจแก่ผู้รับบริการ.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"