พวกเขี้ยวลากดินฟังไว้! 'จตุพร' เตือนอย่าดูแคลน 'สมคิด' ไม่กล้าพุ่งชนทางการเมือง


เพิ่มเพื่อน    

2 ก.ค.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ค PEACETALK กล่าวว่า กรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และผู้นำทีม 4 กุมาร แสดงความเห็นให้ ยุบสภาฯ เพื่อจะได้รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากนายสมคิดและทีม 4 กุมาร ถูกการเมืองกดดันอย่างหนักให้พ้นจากรัฐมนตรี จนเสนอความคิดให้ยุบสภา โดยยกประเทศสิงคโปร์ ประกาศยุบสภามาเปรียบเทียบเพื่อเป็นแนวทางเลือกปกตินายสมคิด เป็นคนถนอมตัวมาตลอด การแสดงความคิดเห็นการเมืองจะไม่รุนแรงแบบพุ่งชน หรือให้เกิดการตอบโต้ถึงขั้นเป็นอันตรายกับตัวเอง

เมื่อนายสมคิดแสดงความเห็นเชิงเปรียบถึงให้มีการยุบสภานั้น ปรากฎว่า พรรคพลังประชารัฐ ตอบโต้เป็นพรรคแรกและไล่ให้พ้น ครม. ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายเทพไท เสนพงศ์ มองถึงการได้เปรียบคะแนนนิยมในช่วงแก้ปัญหาโควิด สำหรับพรรคเพื่อไทย กลับไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา เพราะไม่พร้อม รวมความแล้วทุกพรรคการเมืองไม่ขานรับการยุบสภา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจมาก ท่วงทำนองของนายสมคิด ที่เปลี่ยนไปนั้นไม่ธรรมดา หากพิจารณาผลโพลแล้วในทุกสัปดาห์เป็นคุณกับกลุ่มนายสมคิดและ 4 กุมารมากกว่า ดังนั้น คงจะประเมินแบบดูแคลนเหมือนเดิมคงไม่ได้แล้ว

นายจตุพรกล่าวว่า การคาดการณ์ปรับครม. หลังร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายปี 2564 ผ่านสภานั้น ขณะนี้มีการประเมินจะมีขึ้นในเดือนสิงหาคม แต่จากนี้ไปสถานการณ์ของประเทศก่อนถึงเดือนสิงหาคม คงจะเจอปัญหาอย่างไม่มีใครคาดคิด เพราะภาวะเศรษฐกิจคงตกต่ำ ทรุดลงและก่อกระทบกันทุกวงการ อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจใน 2 ปีนี้ ยากจะฟื้นได้ เมื่อการปรับครม.ขยายเวลาไปถึงสิงหาคม อาจทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปด้านลบ กระทั่งคงทำให้การปรับครม.เกิดได้ยากขึ้น จึงเท่ากับทีมเศรษฐกิจชุดเก่าได้ฉายศักยภาพการทำงานอยู่แก้ปัญหากันต่อไป หากการปรับครม.ถูกลากจากเดือน ก.ค.ไปแล้ว ยิ่งจะทำให้การเกิดการเปลี่ยนแปลงยากยิ่งขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันพรรคการเมืองต่างๆยังไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา รวมทั้งการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ยังไม่เอื้ออำนวยกับสถานการณ์ของประเทศไทยด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ได้ฉายาว่า ปราบโกง และเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้น เป็นปรากฎเดดล็อคทำให้ผลลัพธ์การเลือกตั้งไม่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวทำให้ทุกพรรคได้ประโยชน์หมด ยกเว้นพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

"หากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกิดเชื่อนายสมคิดขึ้นมา แล้วตัดสินใจยุบสภาเพื่อหนีภาวะวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง แต่ผมก็ไม่เชื่อว่า จะมีการเลือกตั้งขึ้น เพราะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจไม่เอื้อกับประเทศไทยเลย ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่ไทยประสบกับความยากลำบากมากที่สุด และในอดีตมีเหตุบ่งชี้แล้วว่า ยุบสภาก็ไม่ได้เลือกตั้ง อีกอย่างในด้านงบประมาณรายจ่ายปี 2564 ที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า ไม่สอดคล้องกับการแก้ปัญหาผลกระทบจากโควิด แล้วมีการกู้เพิ่มมาโปะงบขาดดุลกันอีก ตนไม่แน่ว่ายังจะมีการกู้เพิ่มอีกเท่าไร เพราะเศรษฐกิจในช่วงนี้การเก็บภาษีไม่มีทางได้ตรงเป้าหมาย ดังนั้น หนทางเดียวคือ การกู้เงินมาใช้นั่นเองปัญหาคือ การยุบสภาจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้จริงหรือเปล่า เชื่อว่า เราไม่มีทางเทียบเท่าสิงคโปร์ได้เลย การเมืองของเขามีความต่อเนื่อง การยุบสภาของเขาใช้เป็นแทคติกทางการเมือง ส่วนประเทศไทยเสื่อมทรุดก่อนจึงยุบสภา รวมทั้งมีกลไกเป็นปัญหารอบด้าน ดังนั้น การยุบสภาแบบสิงค์โปร์จึงนำมาใช้กับไทยไม่ได้ และถ้ามีการยุบสภาจริง ก็อย่าคิดว่าจะมีการเลือกตั้ง"นายจตุพรกล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ทุกฝ่ายและทุกพรรคการเมืองไม่ขานรับการยุบสภาฯ จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สุด เท่ากับชี้ถึงประเทศอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก จึงรอกันได้ พร้อมกับประคับประคองบรรยากาศบ้านเมืองกันไปดังนั้น แม้ทุกฝ่ายพอคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่เรากำลังเดินไปสู่หายนะที่หลีกไม่พ้น เท่ากับถูกบังคับให้ต้องจบลงกันอย่างไร แต่อยู่ที่ว่าจะแก้ไขปัญหาเพื่อหลบเลี่ยงกันได้หรือเปล่า ตนพยายามสร้างบรรยากาศการแสดงความเห็นในช่วงนี้ ให้มีความสร้างสรรค์ พยายามเสนอมุมมองเป็นทางออกให้ประเทศ เพราะสิ่งสำคัญคือ เมื่อรู้กันทุกฝ่ายว่า ประเทศไปกันไม่รอด โดยนายกรัฐมนตรีเสนอรวมไทยสร้างชาตินั้น ต้องมีแนวทางปฏิบัติให้เกิดความร่วมมือกันจริง เนื่องจากการเมืองเดินมาถึงจุดที่ว่า ถ้าไม่ร่วมมือกันก็พังกันทั้งประเทศ เพราะทุกปัจจัยไม่เอื้ออำนวยกับสถานการณ์ขณะนี้ จึงควรต้องคิดว่า เราควรจะอยู่กันอย่างไร


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'