ไฟผลาญหนัก ตลาดยิ่งเจริญ ร้านทองวอด!


เพิ่มเพื่อน    


    ไฟผลาญตลาดยิ่งเจริญกลางดึก แผงค้าวอดวายเกือบ 200 แผง รวมทั้งตึกแถวกว่า 20 คูหา เจ้าของร้านทอง "ทองดี" ถึงหน้ามืด ไม่ได้ทำประกันไว้ ทองคำที่เก็บไว้ในตู้เซฟหลายสิบล้านไม่รู้เสียหายเท่าใดเพราะยังสำรวจไม่ได้ เจ้าหน้าที่ระบุต้นเพลิงมาจากร้านเบเกอรี่
    เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ร.ต.ท.คีรีเอก บุญมงคล รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในตลาดยิ่งเจริญ (ตลาดสะพานใหม่) แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมประสานรถบรรเทาสาธารณภัยเขตบางเขน เขตสายไหม และเขตใกล้เคียงกว่า 20 คัน โดยมี พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน, พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.ยงค์ยุทธ์ ประเสริฐผล รอง ผกก.ป. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งร่วมเดินทางไปด้วย ที่เกิดเหตุอยู่ภายในตลาดยิ่งเจริญบริเวณโซนอาคารไม้ พบแสงเพลิงโหมทั่วบริเวณอย่างรุนแรง พ่อค้าแม่ค้าต่างพากันแบกของภายในร้านของตนออกจากกองเพลิง ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการตัดไฟฟ้าและปิดกั้นพื้นที่ ก่อนระดมฉีดน้ำนานกว่า 2 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ
    พ.ต.อ.อรรถพลกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าต้นเพลิงเกิดจากส่วนใด ต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบอีกครั้งในช่วงเช้า ส่วนผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน 
    ต่อมาในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุไฟไหม้ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง พบว่าต้นเพลิงมาจากร้านขายอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ซึ่งมีแป้งไว้ใช้อบขนม โดยร้านดังกล่าวอยู่ใกล้กับลานจอดรถโซน 3 เดินตรงทางเข้าสะพานไม้ที่ 2 เพียง 20 เมตร 
    สำหรับบรรยากาศที่ตลาด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งเต็นท์อำนวยการร่วมระหว่าง สน.บางเขน สำนักงานเขตบางเขน และกองทัพอากาศ โดยนำน้ำดื่ม อาหาร และหน่วยปฐมพยาบาล มาตั้งบริการไว้ที่ลานจอดรถโซน 3 
    ขณะที่ พล.อ.อ.สิทธิชัย แก้วบัวดี ผู้ช่วย ผบ.ทอ.และตัวแทนตระกูลธรรมวัฒนะ ได้ร่วมประชุมพร้อมกับตำรวจและเจ้าหน้าที่เขต เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าแผงค้าเสียหายจำนวน 195 แผง ตลาดเสียหายร้อยละ 10 ส่วนที่เหลือตอนนี้สามารถเปิดให้บริการได้ร้อยละ 70 แล้ว หลังจากนี้กองทัพอากาศจะส่งสารวัตรทหารมาร่วมตรวจรอบตลาดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
    นายสมบัติ วรสินวัฒนา ผอ.เขตบางเขน กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าพื้นที่บางส่วนที่ถูกไฟไหม้นั้นต้องรื้อถอนออก ซึ่งเขตได้สั่งห้ามประชาชนและผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในจุดเกิดเหตุแล้ว ตอนนี้คาดว่าจะมีคนเดือดร้อนจากเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ประมาณ 200-300 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขนได้มาตั้งโต๊ะรอรับแจ้งความของผู้ค้าที่เดือดร้อน เพื่อส่งข้อมูลให้กับสำนักงานเขต สำหรับร้านค้าในโซนอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูกไฟไหม้นั้นก็เปิดได้ปกติ จะปิดเฉพาะโซนที่มีไฟไหม้
    ด้านนายประสงค์ วชิราวุฒิชัย เจ้าของร้านทองทองดี ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ภายในตลาดยิ่งเจริญ เปิดเผยว่า เปิดขายในตลาดมา 30 ปี ครั้งนี้คือครั้งแรกที่เจอเหตุไฟไหม้ ตอนเกิดเหตุมีคนโทร.มาบอกว่าร้านถูกไฟไหม้ ตอนนั้นอยู่บ้านจึงรีบขับรถมาดู เมื่อมาถึงก็พบไฟลุกไหม้ที่ร้าน เข้าไปไม่ได้เพราะร้อนมาก เลยออกมารออยู่ด้านนอก มองดูไฟไหม้ร้านด้วยความเศร้าและเสียใจมาก เพราะที่ร้านไม่ได้ทำประกันไว้ โดยก่อนเกิดเหตุได้เก็บทองส่วนใหญ่ไว้ในตู้เซฟในร้านประมาณ 20-30 กิโลกรัม มูลค่าหลายสิบล้านบาท และมีทองอีกบางส่วนที่ไม่ได้เก็บยังอยู่ในแผงของร้าน มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท ตอนนี้ขอตรวจสอบความเสียหายที่ร้านก่อน ยังไม่มั่นใจว่าทองในตู้เซฟจะเสียหายมากน้อยเพียงใด เพราะจุดที่กดรหัสตู้เซฟโดนไฟหลอมละลายไปแล้ว และจะนำตู้เซฟไปฝากที่ธนาคารกสิกรไทยก่อน
    นายสายชล สวัสดิชัย ผู้จัดการบริหารการตลาดยิ่งเจริญ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น เกิดเหตุเพลิงไหม้ตอนตี 3 สามารถควบคุมเพลิงได้ตอนตี 5 พบความเสียหายเป็นตึกแถวกว่า 20 คูหา อาคารสำนักงาน ศูนย์อาหารอีก 1 แห่ง และแผงทั่วไปประมาณ 150 แผง ส่วนมูลค่าความเสียหายยังประเมินไม่ได้ โดยต้นเพลิงอยู่ที่คูหาแห่งหนึ่ง บริเวณร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด ตรงถนนเจ้าพ่อสมบุญ ก่อนจะลุกลามไปตลาดสดบางส่วน สำหรับแผงค้าและร้านค้าที่ได้รับผลกระทบ ทางตลาดมีการเยียวยาผู้ค้าเบื้องต้นด้วยการจัดพื้นที่ค้าชั่วคราว บริเวณเต็นท์ใหญ่ที่อยู่บริเวณลานจอดรถ 3 เพื่อบรรเทาในเบื้องต้น พร้อมจะนำเรื่องของการช่วยเหลือค่าเช่าไปหารือกับฝ่ายบริหารเพื่อช่วยเหลือผู้ค้าอีกครั้ งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เพราะที่ผ่านมาตลาดยิ่งเจริญอยู่กันแบบครอบครัว
    "ไฟไหม้ครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของตระกูลธรรมวัฒนะในอดีต เพราะเรื่องทั้งหมดจบลงไปนานแล้ว"
    ด้านเหตุเพลิงไหม้บ้านสุขาวดี แลนด์มาร์คท่องเที่ยวเมืองพัทยาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท มีรายงานว่า เมื่อกลางดึกได้เกิดไฟปะทุภายในอาคารพุทธบารมี เจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำเลี้ยงไว้ ต่อมาในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี พ.ต.ต.หญิงอรวรรณ อรรถโสภา สารวัตรพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 (ชลบุรี) พร้อมนายสุรชาติ เกิดปราชญ์ หัวหน้าเจ้าพนักงานป้องกันชำนาญการ สำนักปลัดเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว เบื้องต้นสามารถตรวจสอบได้เพียงตัวโครงสร้างของอาคารพุทธบารมีเท่านั้น เนื่องจากบริเวณชั้นใต้ดินของอาคารยังมีไฟคุกรุ่น เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจไม่เข้าไปเก็บหลักฐานภายในตัวอาคารต่อ และเก็บหลักฐานรอบๆ อาคารที่เกิดเหตุ ก่อนจะสอบปากคำหัวหน้าคนงาน และพนักงานชาวเมียนมา ผู้เห็นเหตุการณ์.


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'