กมธ.ปปช.ลักหลับ ชงฟันนายก-ครม. ถวายสัตย์ไม่ครบ


เพิ่มเพื่อน    

  กมธ.ป.ป.ช.ลักหลับส่ง ป.ป.ช.ฟัน “นายกฯ-ครม.”   ผิดอาญา 157 และจริยธรรมปมถวายสัตย์ฯ ขัด รธน. ขณะที่ กมธ.รัฐบาลชิงหนีไม่ทราบวาระการลงมติ "เสรีพิศุทธ์” อ้างบุคคลที่มาชี้แจงยืนยันนายกฯ ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบจริง “ก้าวไกล” ตามขยี้ “ธรรมนัส” ตอกย้ำฉายา “รัฐมนตรีเทวดา” หลังศาล รธน.ไม่รับคำร้อง ภรรยาเป็นคู่สัญญากับรัฐ “เก่ง-การุณ” แอ่นอกรับหากถูก “สิระ” ฟ้องฐานยื่นเรื่องให้ตรวจสอบสถานภาพ ส.ส.

    ที่รัฐสภา วันที่ 2 กรกฎาคม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 36 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2563 เวลา 09.00 น. ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ปรากฏว่าในระเบียบวาระที่ 4.7 กรณีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถวายสัตย์ฯ ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ แต่บริหารราชการและเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยมิชอบ โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ดำเนินการสรุปข้อมูลข้อเท็จจริงจากเอกสารที่ได้รับประกอบการพิจารณาจากกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะที่ได้รับ
    แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับประเด็นที่ได้พิจารณามีการแบ่งเป็น 2 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำ ครม. เข้าถวายสัตย์ฯ ได้กล่าวถ้อยคำครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 หรือไม่ โดยที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช.เห็นว่าไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 161 โดยขาดถ้อยคำตั้งแต่ “ให้รักษา............." และเติมคำว่า “ตลอดไป” เข้าไป ซึ่งจากการรวบรวมข้อเท็จจริง กล่าวไม่ถูกครบถ้วน 2.คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 20/62 วันที่ 11 ก.ย.62 มีผลผูกพันตามมาตรา 211 หรือไม่ ซึ่งทาง กมธ.ป.ป.ช.เห็นว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและนักกฎหมายของรัฐสภา ได้ร่วมกันวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ให้รับคำร้องไว้พิจารณาไว้เท่านั้น และมิได้พิจารณาว่าได้ถวายสัตย์ฯ ครบถ้วนถูกต้องตามมาตรา 161 หรือไม่ ซึ่งการจะมีผลผูกพันต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการจะมีผลผูกพันศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยไว้เท่านั้น ดังนั้นคำสั่งและการวินิจฉัยจึงแตกต่างกัน จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ได้
     แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ภายหลังการพิจารณา ท้ายที่สุดที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช.เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำการละเว้น ตามมาตรา 157 ดังนั้น กมธ.ป.ป.ช.จึงมีมติเห็นชอบส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาดำเนินการไต่สวนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ตามมาตรา 157 และการไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรง ปี 2560 เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
     “ในการประชุม กมธ.ป.ป.ช.ในวันดังกล่าว ปรากฏว่ายังเป็นช่วงเวลาที่กรรมาธิการคนอื่นๆ ติดภารกิจอยู่ และกรรมาธิการในสัดส่วน ส.ส.พรรครัฐบาลไม่รู้เรื่อง โดยในที่ประชุมมีกรรมาธิการอยู่จำนวน 8 คน เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครัฐบาลอยู่ 3 คน และได้งดออกเสียงในการลงคะแนน ซึ่งตรงนี้อาจมีปัญหาตามมาอีกหลายเรื่องอย่างแน่นอน” แหล่งข่าวระบุ
    ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษก กมธ.ป.ป.ช. สภาฯ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความจริง และมีมติไปเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา  
    ขณะที่รังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และ กมธ.ป.ป.ช. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยให้ความเห็นว่า กมธ.ป.ป.ช. ไม่ควรพิจารณาเรื่องดังกล่าวต่อไป เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไปแล้ว และยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนการประชุมเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ลงมติดังกล่าวไป ตนไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้อยู่ในที่ประชุม
    ที่ห้องพรรคเสรีรวมไทย ชั้น 5 อาคารรัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช. แถล?งว่า ได้ส่งคำร้องถึง?ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้ส่งเรื่อง?ต่อไปยัง ป.ป.ช. เพื่อ?ดำเนินการเอาผิด? พล.?อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี? ฐาน?ละเว้นการปฏิบัติหน้า?ที่ตามประมวลกฎหมายอา?ญามาตรา 157? หลังจา?กที่ เสียงข้างมากของ?ที่ประชุมกรรมาธิการ ป?.ป.ช.มีมติให้ยื่นฟ้องดำเนินคดีนายกรัฐมน?ตรี กรณีถวายสัตย์ปฏิ?ญาณไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ?
    ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะ?กรรมการ ป.ป.ช.ได้เชิ?ญนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงกรณีนี้หลายครั้ง?แล้ว แต่ไม่ได้รับควา?มร่วมมือ และเมื่อเชิญอดีตนายกรัฐมนตรี อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชช?าชีวะ หรือบุคคลอื่น?ที่เกี่ยวข้องกับการถวายสัตย์ปฏิญาณมาให้?ข้อมูล และฟังคลิปเสี?ยงการถวายสัตย์ปฏิญาณ?ตนของนายกรัฐมนตรี ทุ?กคนต่างก็พูดเป็นเสีย?งเดียวกันว่า การถวาย?สัตย์ปฏิญาณดังกล่าวไ?ม่ครบถ้วนตามที่รัฐธร?รมนูญกำหนดจริง
    ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลได้ยื่นคำร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ 2 เรื่อง เรื่องแรกศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้ว คือเรื่องการติดคุกในต่างประเทศของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ขอให้ประชาชนช่วยติดตาม ส่วนเรื่องที่สอง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องพิจารณาความเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส สืบเนื่องจากที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล จำนวน 54 คน เข้าชื่อให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบสมาชิกภาพ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส เนื่องจากพบข้อเท็จจริงว่าภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัสถือหุ้นของบริษัท ตลาดคลองเตย (251) จำกัด ถึงร้อยละ 85 และบริษัทนี้ยังทำสัญญาเช่าพื้นที่กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2551 และหมดสัญญาปี 2561 จากนั้นยังมีการต่อสัญญาอีก 10 ปี ซึ่งจะหมดสัญญาในปี 2571 เป็นการถือหุ้นที่มีคู่สัญญากับรัฐ และมองว่าเป็นเช่าแบบผูกขาดหรือไม่ รวมถึงมีผู้เช่าเพียงรายเดียว จึงเป็นเหตุให้เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรคหนึ่ง (2) และวรรคสาม มาตรา 101 (7)  
    "แต่ปรากฏว่าคดีนี้ศาลได้ตรวจสอบแล้ว สิ่งที่ทำให้เห็นคือกระบวนการยุติธรรมในวันนี้ต้องการความโปร่งใสให้กับประชาชน ร.อ.ธรรมนัส ที่มีฉายาเป็นรัฐมนตรีเทวดา วันนี้ก็ตอกย้ำฉายานั้นอีกครั้ง แต่ไม่ว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นอย่างไร ขอให้ประชาชนมองเรื่องนี้อย่างเป็นกลาง" นายณัฐชา กล่าว
    นายการุณ โหสกุล ส.ส.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จะดำเนินคดีกับผู้ลงชื่อยื่นเรื่องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเองว่า ถือเป็นสิทธิของนายสิระ ไม่ขอก้าวล่วง ก็พร้อมรอรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเป็นหน้าที่ของเราในการพิทักษ์สิทธิพี่น้องประชาชน ผู้ที่ถูกข่มเหงรังแก เป็นเหตุการณ์ชัดเจนที่ตนเห็น ไม่ว่าบรรยากาศที่ภูเก็ตหรือที่รัฐสภา สิ่งที่เราเห็นกับตา ในความที่เป็นตัวตนของแต่ละบุคคลอยู่แล้ว มันชัดเจน หากมีการฟ้องร้องจริง ก็รอไปแก้ต่างตามกระบวนการยุติธรรม  
    “ไม่มีบอกว่าอย่าฟ้องผมเลย เราไม่ได้กลัวอยู่แล้ว เชิญฮะ ยินดีครับ เป็นหน้าที่เราในการเข้าชื่อ ขอให้มาฟ้องผมคนเดียว อีกกว่า 50 กว่าที่มาร่วมลงชื่ออย่าไปฟ้องเขาเลย ผมเป็นคนเริ่มต้นทำเรื่องนี้ ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก คนอื่นเราแค่ขอไป ขอให้ร่วมลงชื่อรับรองให้ครบ 1 ใน 10 เท่านั้น” นายการุณกล่าว
    เมื่อถามว่า ศาลเปิดช่องให้ดำเนินการยื่นเรื่องตรวจสอบจริยธรรมได้ นายการุณกล่าวว่า ไม่มีประโยชน์อะไร กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถเอาโทษได้ ตนเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง สักวันหนึ่งก็จะรู้ว่าอะไรคืออะไร ยืนยันไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับนายสิระเป็นการส่วนตัว แต่ก็ให้ทำในกรอบของกฎหมาย.
   


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'