เด้ง 4 เสือสุรินทร์ เซ่นบั้งไฟ!


เพิ่มเพื่อน    

4 ก.ค.63 - ภายหลังจากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน และตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้สนธิกำลังฝ่ายปกครอง อำเภอสำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เข้าจับกุมชาวบ้านที่พากันลักลอบจุดบั้งไฟ หลังจากได้ประกอบทำพิธีเซ่นไหว้ศาลเจ้าปู่ตา เพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล หลังจากฝนทิ้งช่วงไปนาน ต้นข้าวขาดน้ำกำลังยืนแห้งตาย ชาวบ้านเชื่อว่าการ จุดบั้งไฟ ขอฝนบูชาพญาแถน ตามความเชื่อของชาวบ้านศรีน้อย ต.หมื่นศรี อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์โดยอ้างว่าบูชาพญาแถน เพื่อทำประเพณีขอฟ้าขอฝนให้ตกตามฤดูกาล

ทั้งนี้การจุดบั้งไฟครั้งนี้ทางฝ่ายปกครอง อำเภอสำโรงทาบ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงทาบ ไม่ทราบมาก่อนและไม่มีการขออนุญาตมาทางอำเภอแต่อย่างได ขณะที่เจ้าหน้าที่ ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ชุดปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าไปสังเกตการณ์  การชุดบั้งไฟในครั้ง ได้ทำการบันทึกคลิปวีดีโอ การจุดบั้งไฟ พบว่าไม่น่าจะเป็นการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน ขอฝนตามที่ประกาศในงาน และไม่ใช่ฤดูกาลจุดบั้งไฟ และพบว่ามีประชาชนเข้ามาชมเป็นจำนวนมาก ส่งเสียงเชียร์ กันอย่างสนุกสนาน  เป็นการขัด ต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือ พรก.ฉุกเฉิน หลังจากจุดบั้งไฟไปได้ สองบั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวกองกำกับการสืบสวนชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าจับกุม นายเกษม สุภาวหา อายุ 53 ปี บ้านหมื่นศรีกลาง อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ อ้างว่าตนเองเป็นผู้ดำเนินการเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีโดยกล่าวหาจุดบั้งไฟโดยไม่ได้รับอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งสถานฉุกเฉินโดยพนักงานสอบสวนนำตัวส่งฟ้องที่ศาลจังหวัดรัตนบุรี จ.สุรินทร์

หลังจากการจับกุม การลักลอบจุดบั้งไฟ ที่บ้านหมื่นศรี ต.หมื่นศรี อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2563 ไปแล้ว พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งภายหลังจากดูคลิปวีดีโอ การจุดบั้งไฟแล้ว พบว่า ไม่น่าจะเป็นการจุดบั้งไฟขอฝนแบบธรรมดาที่ทำกันบั้งไฟเล็กๆ แต่ทางผู้จัดจุดบั้งไฟมีการตั้งแท่นจุดบั้งไฟขนาดใหญ่ มีเครื่องขยายเสียง ประกาศอย่างเป็นทางการ มีชาวบ้านเข้ามาชมในงาน มีการเชียร์กันคึกคัก ว่าเป็นสนามจุดครั้งแรกที่บ้านหมื่นศรี ซึ่งการจุถดบั้งไฟ ในลักษณะนี้ อาจมีการลักลอบเล่นการพนันไปด้วย ที่สำคัญเป็นการขัดต่อ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือ พรก.ฉุกเฉิน ในช่วงบริหารสถานการณ์โควิด 19

ต่อมา พล.ต.ต. ถวาย บูรณรักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ มีหนังสือคำสั่งให้ ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์  เนื่องจากมีเหตุผลและความจำเป็น เพื่อให้การปฏิบัติราชการในภาพรวมของตำรวจภูธรจังหวัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดความเสียหายต่อทางราชการ จึงให้ข้าราชการ มี พ.ต.อ.พิษณุ พรานพนัส ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรสำโรงทาบ พ.ต.ท.พีระยศ สมทรัพย์ รองผู้กำกับการสืบสวนพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สมจิตต์ สารวัตรสืบสวน พ.ต.ท.สุคิด ขจรเพ็ชร สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.สำโรงทาบ ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่ทางต้นสังกัดเดิม  ตั้งแต่วันที่3 กรกฏาคม 2563 เป็นต้นไป.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส