'ประเทศที่ไม่ส่งเสริมการอ่าน'


   

   สงกรานต์นี่...ศักดิ์สิทธิ์จริง

    บอกว่าจะหนาว..........
    ที่ไหนได้ ร้อนจนน้ำแข็งร้องไห้!
    แต่ทุกคนพอใจ ถ้าสงกรานต์หนาวอย่างที่คาดการณ์ละก็
    ทั้งไทย-ทั้งเทศ 
    คงร้องไห้ขี้มูกละลายแทนน้ำแข็ง เพราะ "หมดสนุก" ที่จะได้ "สาดน้ำ" ในองศาร้อนผ้าหลุด!    
    แต่ "พายุฤดูร้อน" คงมาแน่
    ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นปกติที่จะมาช่วงสงกรานต์ทุกปี ยิ่งปีไหนร้อนจนตกมัน ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ
    เพราะพายุจะมาแรง-มาเร็ว!
    สงกรานต์ปีนี้ คึกคัก-พรักพร้อมด้วยบรรยากาศไทยๆ 
    ต้องขอบคุณออเจ้า "รอมแพง"
    ที่ปลอมพงศาวดารยุค "สมเด็จพระนารายณ์มหาราช" ผ่านเรื่องบุพเพสันนิวาส 
    จนจิตวิญญาณไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา คืนสู่ร่างไทย ณ ยุครัตนโกสินทร์
    แต่ก่อน ใครแต่งชุดไทยเดินถนน จะเป็นตัวประหลาด
    วันนี้ ใครไม่แต่งซิ...ประหลาด!?
    การแต่งกาย เป็นเรื่องที่ใจพร้อม ใครจะไปบังคับใครได้ยาก 
    นั่นหมายความว่า 
    แต่ละคนที่พร้อมใจแต่งชุดไทย ไม่ว่าจะออกไปเล่นน้ำ หรือเล่นอะไร
    จะแต่งแบบ อินเนอร์มาเต็ม........
    คือเต็มใจ ภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย-คนไทยของตัวเอง!
    อะไรที่เกิดตามธรรมชาติ ย่อมคงทน เที่ยงแท้
    อย่าไปเร่งเร้า-ปรุงแต่ง 
    แค่เสริมประคอง-รักษาไปตามครรลองของมัน แค่นั้น ก็จะงอกงามต่อเนื่องไปตามกาละเอง
    สิ่งที่ "กระทรวงวัฒนธรรม" ควรเสริม คือ
    ระดมท่านผู้รู้ เรื่องผ้า เรื่องตัดเย็บ การออกแบบ ให้ท่านเหล่านั้น ออกแบบ "ชุดไทยประจำชาติ" ให้เลือก ซัก ๔-๕ แบบ
    เชิญชวน ให้ "ออกแบบ" ประกวดกันเลยก็ได้
    เอาทั้ง "ชุดหญิง-ชุดชาย"
    ทั้งชุดลำลอง ชุดออกงาน ชุดเป็นทางการ โดยคำนึงถึงสภาพอากาศ และบุคลิกไทย
    จะได้สวมใส่แทน "เสื้อนอก" ของฝรั่งซะที!
    เวลานายกฯ รัฐมนตรี กระทั่งเอกอัครราชทูตไทย ในแต่ละประเทศ ออกงานพิธี ที่เขาบอกให้แต่ง "ชุดประจำชาติ"
    จะได้ใส่ไป อวด "เอกลักษณ์ชาติ" เหมือนชาติอื่นเขาบ้าง
    ไม่ใช่ใส่แต่ "เสื้อนอก" ตะพึด 
    จนชาติอื่นสงสัย.........
    ไทยเคยเป็น "เมืองขึ้น" ฝรั่งมาก่อนกระมัง จึงใช้ "เสื้อนอก" อันเป็นชุด "ทาสเมืองขึ้น" เป็นชุดประจำชาติ?
    ก็ไม่ได้ให้ "คลั่งชุดไทย" ตลอด ๒๔ ชั่วโมง จนปฏิเสธเสื้อนอก ความหมายผมคือ 
    เราควรต้องมี "ชุดประจำชาติ"!
    เขมร-ลาว-พม่า-อินโดฯ-มาเลย์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เขามีทั้งนั้น ไทยเราก็มีมาแต่อ้อน-แต่ออก
    แล้วทำไมปล่อยให้หายไป?
    ในอารยสากล วาระงาน "ระดับชาติ" เขาจะเน้น "ชุดประจำชาติ" ด้วยชื่นชม ให้เกียรติ
    ยิ่งทูตด้วยแล้ว ในความเป็น "ตัวแทนประเทศ" เมื่อถูกเชิญไปงานระดับพิธี ในการ์ดจะระบุเลยว่า "ชุดประจำชาติ"!
    สื่อโทรทัศน์นี่เหมือนกัน.........
    พวกพิธีกร พวกผู้ประกาศข่าว ยกเว้นผู้อ่านข่าว "ในพระราชสำนัก" ใครก็บังคับให้เขาต้องแต่งอย่างนั้น-อย่างนี้ไม่ได้
    แต่ตอนนี้ "ทุกช่อง" แต่งชุด "ขุนหมื่น-แม่การะเกด" กันหมด
    เห็นแล้ว "น่ารัก-น่าชื่นใจ"
    สร้างอารมณ์ละเมียดให้คนดูข่าวได้อักโข! 
    เหลือแต่ชุด นางผิน-นางแย้ม-แม่ปริก "ผ้าแถบรัดอก" เท่านั้น ที่ยังไม่เห็น "หญิงข่าว" ช่องไหนนำร่อง
    เท่าที่ผมดูๆ แต่ละช่อง สรุปได้อย่าง หญิงที่แต่งชุดไทยแล้วงามเลิศ เหมือนเดินออกมาจากบรรทัดในวรรณคดี
    รูปร่างจะระหง มีองค์เอว
    อย่างคุณณัชชารีย์ กับคุณธิตินันท์ ช่อง TNN นี่แต่งขึ้นมาก ส่วนผู้ชาย คุณธีระ ช่อง ๓ 
    ชุด "ขุนหมื่น" เอาไปเลย!
    เรื่องหนัง-ละคร สร้างแรงดาลใจต่อสังคมนี่ ไม่มีใครเถียง เห็นนายกฯ ปลื้มปริ่ม สั่งกระทรวงวัฒนธรรม ทุ่มทุนอุ้มเต็มที่
    ก็อยากกราบเรียนท่านนายกฯ
    ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง ที่เป็น "รากฐานสำคัญ" จะเรียกว่า "รากแก้ว" ของคน-ของชาติก็ไม่ผิด
    นั่นคือ "หนังสือ"!
    นายกฯ ควรให้ความสนใจ หาวิธีสนับสนุน-จูงใจ ให้คนไทยรักการอ่าน เพิ่มการ "ซื้อหนังสือ" ให้มากขึ้น
    ในจักรวาล ไม่มียานใด สามารถนำมนุษย์ไปรู้-ไปสัมผัสได้ทั้งหมด
    มีแต่ "หนังสือ" เท่านั้น..........
    สามารถนำมนุษย์ "ผู้อ่าน" รู้ได้-สัมผัสได้ ในทุกศาสตร์ ทุกวิทยาการ!
    อย่าง "ความเป็นไทย" ที่กลับคืนวันนี้ ว่ามาจากบุพเพสันนิวาส 
    แท้จริงแล้ว.........
    ละคร "บุพเพสันนิวาส" เป็นแขนงจากต้นราก คือ "หนังสือ" ที่คุณรอมแพงเขียน!
    สุ,จิ,ปุ,ลิ นี่คือ "หัวใจปัญญาชน" คนที่เจริญแล้วด้วยปัญญา
    บ้านไหน-เมืองไหน ประชาชนเข้าถึง "สุ-จิ-ปุ-ลิ" บ้านนั้น-เมืองนั้น เจริญ รุ่งเรือง สถานเดียว
    สุ คือ สุตะ แปลว่า ฟัง
        จิ คือ จินตะ แปลว่า คิด
        ปุ คือ ปุจฉา แปลว่า ถาม
        ลิ คือ ลิขิต แปลว่า จด-เขียน 
    ทั้ง ๔ อย่างนี้ เป็นห่วงโซ่สัมพันธ์ เมื่อทำงานต่อเนื่องกัน พลังงานปัญญา ก็จะเกิดตาม
    ทุกวันนี้ คนไทยโดยเฉลี่ย อ่านหนังสือกันน้อย 
    แต่ "อวดรู้" มาก!
    ถ้าอ่านมากๆ ตัว "อวด" จะแปรเป็นตัว "รอบ" เป็น "รอบรู้" แทน "อวดรู้"
    กระแส ละคร "บุพเพสันนิวาส" ของรอมแพง ทางช่อง ๓ และ "กาหลมหรทึก" ของปราบต์ ช่อง  ONE
    ปลุกกระแสคน "อ่านหนังสือ" มากขึ้น จนน้ำตาปีติไหล!
    เพราะทั้ง ๒ เรื่องนั้น จากหนังสือไปเป็นละครโทรทัศน์
    คนดูแล้ว-ฟังแล้ว ก็เกิดความคิด เมื่อคิด ก็มีข้อสงสัยใคร่รู้-ใคร่ถามตามมา
    นำไปสู่การค้นคว้า การหาอ่าน เมื่อมากๆ เข้า ความรู้-ความเข้าใจที่สะสม 
    ก็จะพัฒนาสู่การจดบันทึกและการเขียน!
    ทั้ง ๔ อย่าง........
    จะทำงานเป็น "ห่วงโซ่สัมพันธ์" สร้างบัณฑิต-นักปราชญ์ คือคนมีปัญญาความรู้ แบบเข้าถึง-เข้าใจ โดยอัตโนมัติ
    ทีนี้ มันมี "อุปสรรคสำคัญ" ที่ทำให้คนไทยอ่านหนังสือน้อย
    คือ "ภาครัฐ"
    ตีความว่า "การผลิตหนังสือ" ทุกประเภท เป็นธุรกิจการค้าแสวงหากำไรเหมือนธุรกิจการค้าทั่วไป
    จึงเก็บ "ภาษีแพง" ทุกอย่าง 
    นอกจากแพงแล้ว ยังกีดกัน พยายามไม่ให้มีการผลิตหนังสือให้คนอ่านด้วย!
    ธุรกิจการพิมพ์และหนังสือนั้น ต้นทุน "ทุกอย่าง" ต้องนำเข้า ล้วนแพง 
    ฉะนั้น หนังสือแต่ละเล่ม ราคาจึงแพง เป็นร้อย-สองร้อย ขึ้นไปแทบทั้งนั้น
    ใครจะมีเงินซื้อบ่อยๆ ได้ล่ะ?
    ไปดูเถอะ ทั่วโลก หนังสือราคาจะถูก เพราะเขาสนับสนุนด้านภาษี "กระดาษ-สิ่งพิมพ์"
    อย่างหนังสือพิมพ์เวลานี้ จะตายกันหมด ต้องลดยอดพิมพ์ เพราะคนไปอ่านทางเน็ต ไม่ซื้ออ่าน
    ในขณะเดียวกัน กระดาษพิมพ์กลับขึ้นราคารายเดือน และรัฐก็เก็บภาษีแบบไม่เงยหน้าดูความจริง!
    หนังสือพิมพ์เจ๊ง ก็ช่างมัน............
    แต่ประเภท "หนังสือเล่ม" ตำรับ-ตำราเรียน วิทยาการ ศาสตร์แขนงต่างๆ วรรณกรรม รวมทั้งนิยาย
    รัฐหาทาง "ลดต้นทุน" ช่วยเขาเถอะ
    แต่ละสำนักพิมพ์ จะได้ผลิตหนังสือดีๆ ออกจำหน่ายในราคาพอจะเจียดค่าข้าวซื้อไปอ่านกันได้บ้าง
    "กระดาษพิมพ์" ควรลดภาษีหรือไม่เก็บด้วยซ้ำ เพื่อส่งเสริมธุรกิจการพิมพ์ "เพื่อการอ่าน"
    ในโลก ไม่มีประเทศไหนกระหายภาษีจากโลกหนังสือหรอก 
    มีแต่ไทยเรานี่แหละ..........
    จึงไม่แปลกที่เคยมีผลสำรวจ "คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยคนละ ๘ บรรทัด/ปี"!
    ธุรกิจเชิงผูกขาด "ขูดกำไร" ที่ไม่ควรอุ้ม รัฐกลับจะอุ้ม แต่ธุรกิจหนังสือที่ควรส่งเสริม รัฐกลับกระทืบให้ตาย
    ฝากท่านนายกฯ "คิด" นิด.
 


ในโลกของ "ข่าวสาร"เหตุการณ์ "๑๓ หมูป่าติดถ้ำ" ผมว่าเป็น "ข่าวแรก" ของโลกที่สื่อทั่วโลก รวมทั้งสื่อไทย......

"รีแบรนดิ้ง" ประเทศไทย
'แดงอีสาน' โดมิโนการเมือง
'กาแฟดำ' ในแดน 'ไทยโพสต์'
'ตำรวจรับใช้โจร' จะให้ทนหรือ?
'ปฏิรูประบบราชการ' ที่เกิดแล้ว
นอกถ้ำอาจอันตรายยิ่งกว่า!