วธ.ผนึกมูลนิธิวิชาหนังสือ ต่อลมหายใจร้านหนังสืออิสระ


เพิ่มเพื่อน    


วันที่ 9 ก.ค.63- ที่ร้านหนังสือริมขอบฟ้า  กรุงเทพฯ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เป็นประธานเปิดโครงการวัฒนธรรมร้านหนังสือโดยมีนายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) นายมกุฏ อรฤดี  ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์และเลขานุการมูลนิธิวิชาหนังสือร่วมงาน

 

  นายอิทธิพล  กล่าวว่า   กระทรวงวัฒนธรรมเห็นปัญหาร้านหนังสืออิสระหรือร้านหนังสือสือเล็กๆที่มีในชุมชนซบเซา  คนเข้าร้านลดลงบวกกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า คนนิยมค้นหาความรู้ทางออนไลน์มากการอ่านหนังสือเล่มจึงร่วมกับมูลนิธิวิชาหนังสือจัดทำโครงการวัฒนธรรมร้านหนังสือ เป็นโครงการสนับสนุนร้านหนังสืออิสระให้เป็นสถานที่ส่งเสริมการอ่านและแหล่งเรียนรู้พื้นฐานสำคัญของชุมชน ด้วยเหตุที่ร้านหนังสืออิสระดำเนินการโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากภาครัฐ ร้านหนังสืออิสระเหล่านี้มีอุดมคติดำเนินงานด้วยความรักหนังสือเป็นสำคัญ ดังนั้น ร้านหนังสืออิสระแตกต่างกับร้านหนังสือใหญ่    เช่น เชนสโตร์หรือบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีอำนาจในการคัดเลือกหนังสือเพื่อวางจำหน่ายในร้านได้มากกว่า  จึงจำเป็นที่ วธ.ต้องเปิดโอกาสให้ร้านหนังสืออิสระทั่วประเทศมีสถานะมั่นคงขึ้น  ด้วยนโยบายสนับสนุนของรัฐเพื่อจะเป็นฐานของสำนักพิมพ์ นักเขียน นักแปล บรรณาธิการ และอาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง   พร้อมทั้งขยายพื้นที่แหล่งความรู้พื้นฐานแก่ประชาชนทั่วประเทศ  


โดยโครงการนี้มีร้านหนังสืออิสระ 40 ร้านทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ เข้าร่วมเช่น จ.ขอนแก่น,เชียงใหม่,ชลบุรี,สงขลา,นครราลสีมาฯลฯ เริ่มด้วยกิจกรรมหนังสือเดินทางร้านหนังสือ หรือ Book Passport ส่งเสริมให้ร้านหนังสืออิสระที่มีอยู่ในไทยเป็นที่รู้จักแพร่หลาย พร้อมชวนนักอ่านร่วมสนุกขอรับ  Book Passport ได้ที่ร้านหนังสืออิสระที่ร่วมโครงการโดยซื้อหนังสือที่ร้านพร้อมประทับตรา มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลและของที่ระลึกในแต่ละเดือนเช่นบัตรซื้อหนังสือ ,ตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พัก กิจกรรมจะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวยุคใหม่ไปร้านหนังสืออิสระเข้าหาแหล่งความรู้ และมีการซื้อหนังสือมากขึ้น ช่วยธุรกิจร้านหนังสือเล็กๆยังอยู่ได้ วธ.จะผลักดันวัฒนธรรมร้านหนังสือให้เป็นวัฒนธรรมของไทย

 นายมกุฏ อรฤดี กล่าวว่า เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ประเทศไทยมีร้านหนังสืออิสระกว่า 1,000 ร้านทั่วประเทศ ปัจจุบันเหลือเพียง100 ร้าน เราเชิญชวนให้มาร่วมโครงการนี้ 40 ร้านและจะขยายจำนวนร้านหนังสืออิสระให้เพิ่มขึ้น  เพื่อสร้างเครือข่าย และกระจายความรู้สู่ชุมชน เพราะมีชาวบ้าน 80% ไม่มีโอกาสเข้าถึงความรู้ในอินเตอร์เน็ต อีกทั้งข้อมูลความรู้บนโลกออนไลน์มีทั้งจริงและไม่ถูกต้องฉะนั้น การรักษาร้านหนังสือเล็กๆให้อยู่รอดและเพิ่มจำนวนร้านหนังสืออิสระ เป็นสิ่งที่รัฐต้องสนับสนุน กิจกรรมนำร่องครั้งนี้เป็นความพยายามช่วยให้ร้านหนังสืออิสระดำเนินงานความรู้ต่อไปและตัวเลขคนเข้าร้านหนังสือเพิ่มขึ้น เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมร้านหนังสือที่เกิดประโยชน์

    ด้านนายจำนงค์ ศรีนวล ผู้บริหารร้านหนังสือริมขอบฟ้า กล่าวว่า ร้านหนังสือริมขอบฟ้าดำเนินกิจการมา17 ปีสร้างสังคมนักอ่านอย่างต่อเนื่องและจะสู้ต่อไปด้วยความมุ่งมั่น กิจกรรมหนังสือเดินทางร้านหนังสือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้ร้านหนังสืออิสระ ซึ่งปัจจุบันลมหายใจแผ่วลง หลายร้านทยอยปิดตัว อยากให้สังคมไทยเห็นคุณค่าร้านหนังสือเล็กๆ เป็นพื้นที่ส่งหนังสือถึงมือทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในชุมชนตำบลหรืออำเภอ  ร้านที่ดำเนินกิจการได้ยาวนาน เพราะจำหน่ายหนังสือที่มีลักษณะเฉพาะ เช่นเดียวกับร้านริมขอบฟ้ารวมหนังสือเกี่ยวกับประเทศไทยประวัติศาสตร์ โบราณคดี มีกลุ่มลูกค้าเป็นนักอ่าน นักเรียนนักศึกษา นอกจากนี้ยังมีกิจกรมเสวนานิทรรศการสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ช่วยพัฒนาประเทศ


"คนเข้าร้านน้อยลงเรื่อยๆ  เพราะคงไปใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น ยิ่งช่วงโควิด  ได้รับผลกระทบชัดเจน คนไม่เข้าร้านหนังสือเลย และแม้ว่าจะมีการคลายล็อกดาวน์แล้ว  คนก็ยังเข้าร้านน้อยกว่าปกติ"  ผู้บริหารร้านหนังสือฯ กล่าว

 

 


////


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน