‘จะนะ’ส่อเดือด! จุดชนวนรุนแรง ถกเวทีนิคมอุตฯ


เพิ่มเพื่อน    

 

จับตา 11 ก.ค. เวทีรับฟังความคิดเห็นนิคมอุตสาหกรรมจะนะฉบับ ศอ.บต. ดันสุดลิ่ม "กสม.-องค์กรสิทธิ-องค์กรชุมชนใต้" ประสานเสียงหวั่นชนวนความรุนแรงในพื้นที่ ชี้รัฐต้องถอยมาตั้งหลัก เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมอย่างสันติ ด้านหน่วยงานมั่นคงอ้างการข่าวโยงไฟใต้

    มีความวิตกจากหลายฝ่ายในสถานการณ์ความขัดแย้งรอบใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ จากโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมจะนะ อ.จะนะ จ.สงขลา ครอบคลุมพื้นที่ 16,700 ไร่ ในพื้นที่ 3 ตำบล อำเภอจะนะ ซึ่งในวันที่ 11 ก.ค.นี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. จะจัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นในโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ที่โรงเรียนจะนะวิทยา ท่ามกลางเสียงคัดค้านของประชาชนในพื้นที่
    นายประนอบ คงสม ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ได้เรียกประชุมตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสงขลา ทั้ง 16 อำเภอ เพื่อแสดงจุดยืนของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสงขลา ต่อกรณีนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่จำนวนมากในการดำเนินการ กำลังเป็นโครงการที่สร้างผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ด้วยกระบวนการที่ใช้อำนาจทางกฎหมายเป็นหลัก และแยกคนให้เป็นกลุ่มต่างๆ แทนการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมตามที่ควรจะเป็น การให้ข้อมูลไม่ครอบคลุมครบถ้วน และกระทำแบบรวบรัด จึงทำให้เกิดความแตกแยกในชุมชน
    ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) แถลงการณ์กรณีการกล่าวพาดพิงถึงบทบาทของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. เกี่ยวกับการจัดทำธรรมนูญชุมชนในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยระบุใจความกรณีที่นายชนธัญ แสงพุ่ม ได้ให้สัมภาษณ์รายการนายสุทธิชัย หยุ่น เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม มีข้อความบางตอนมีสาระสำคัญว่า พอช. หรือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เป็นผู้ดูแลเอ็นจีโอ (NGO) และเชิญชวนเอ็นจีโอที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนิคมอุตสากรรมจะนะ มาร่วมเวทีการจัดทำธรรมนูญชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งนั้น
    แถลงการณ์ระบุว่า กรณีการกล่าวอ้างว่า พอช.เป็นผู้ดูแลเอ็นจีโอนั้นก็เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเป็นอย่างมาก เพราะ พอช.ไม่มีอำนาจหน้าที่ทั้งโดยพฤตินัยและนิตินัยที่จะไปดูแลเอ็นจีโอตามกล่าวอ้าง การทำงาน การประสานงานระหว่างหน่วยงานโดยปกติ โดยเฉพาะระหว่างหน่วยงานของรัฐนั้น จะต้องได้หารือและมีข้อตกลงร่วมถึงวัน เวลา สถานที่ คนเข้าร่วม และประเด็นการหารือให้ชัดเจนก่อน จึงจะมีการแถลงข่าวหรือเผยแพร่ข่าวสารต่างๆ ร่วมกันได้ ไม่ใช่เป็นการแถลงฝ่ายเดียวแล้วอ้างอิงหน่วยงานอื่นโดยไม่ได้หารือกับผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานนั้นๆ ก่อน จนสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนทั่วไปดังที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ ข้อมูลข่าวสารที่จะแถลงที่พาดพิงถึงหน่วยงานอื่นก็ต้องมีการตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้องก่อน จึงจะไม่สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนให้กับสาธารณชนจนอาจลุกลามเป็นความขัดแย้งใหญ่โตได้
    วันเดียวกัน นายสมณ์ พรหมรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะผู้ดูแลการส่งเสริม คุ้มครองและตรวจสอบงานด้านสิทธิมนุษยชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งของโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต และรู้สึกห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของโครงการจะนะฯ ที่จะมีขึ้น ณ อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1.ศอ.บต. ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการและดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกฝ่ายครอบคลุมทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้านโครงการเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น โดยจัดเตรียมข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการอันประกอบด้วยผลดีและผลเสียเพื่อเปิดเผยอย่างชัดเจนและคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดเวทีเป็นไปด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้
    2.หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง และส่งผลต่อการละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนประการอื่น เช่น สิทธิในชีวิตและร่างกาย เป็นต้น 3.ประชาชนและภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นในโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ควรตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสันติ โดยหลีกเลี่ยงการยั่วยุและการใช้ความรุนแรงในทุกกรณี
    ด้านสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) และเครือข่าย มีข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล โดยระบุให้มีการทบทวนโครงการนี้ โดยการยกเลิกมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และ 21 มกราคม 2563 เนื่องจากเป็นมติที่อนุมัติโดยรัฐบาล คสช.โดยขาดข้อมูลทางวิชาการ และไม่ได้ฟังเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการมาก่อน รวมทั้งรัฐบาลต้องให้ความคุ้มครองผู้ชุมนุมโดยสงบ และต้องให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐยุติการสนับสนุนกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการที่ใช้พฤติกรรมข่มขู่ คุกคามนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ และประชาชนหรือบุคคลอื่นใดที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้
    ขณะที่บรรยากาศในพื้นที่ช่วงเช้านั้น ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จ.สงขลา มีประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่และ อ.จะนะ จ.สงขลา มารอต้อนรับ น.ส.ไครียะห์ ระหมันยะ ที่เดินทางด้วยรถไฟกลับมาจากกรุงเทพมหานคร หลังจากเดินทางไปยื่นหนังสือให้กับรัฐบาลและอีกหลายหน่วยงาน เรียกร้องให้ยกเลิกมติ ครม.นิคมอุตสาหกรรมจะนะ และเรียกร้องให้ยกเลิกเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการดังกล่าว นอกจากนั้นเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นได้ร่วมกันออกรณรงค์และประกาศคัดค้านโครงการนี้ให้ถึงที่สุด
    อย่างไรก็ตาม หน่วยข่าวความมั่นคงในพื้นที่ จ.สงขลา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ว่า ได้พบความเคลื่อนไหวของแนวร่วมเพื่อเตรียมสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา หรือพื้นที่ใกล้เคียง อ.จะนะ เพื่อข่มขู่ประชาชนมิให้ไปร่วมรับฟังรายละเอียดและแสดงความคิดเห็นต่อโครงการ โดย พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้กล่าวว่า มีการเตรียมพร้อมโดยจัดกำลัง 3 กองร้อย ไม่มีอาวุธ มีเพียงเครื่องปราบจลาจล และเข้าประจำการในพื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการเตรียมกำลังในที่ตั้งอีก 1 กองร้อย เตรียมพร้อมที่ สภ.หาดใหญ่ หากจำเป็นต้องใช้กำลังเสริม โดยจะมีการปิดถนนสาย สงขลา-ปัตตานี ตั้งแต่แยกหอนาฬิกา เทศบาลจะนะ ถึงแยกบ้านสวรรค์ ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งได้ประกาศให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในเวลา 08.00-12.00 น.ได้รับทราบ และให้ใช้ทางสายริมทะเลแทน
     ในขณะที่ พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการรักษาความสงบของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า สำหรับการสั่งการหรือการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น หรือฝ่ายต่อต้านอาจใช้ความรุนแรงในการยึดเวทีเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งนั้น อำนาจสั่งการ และตัดสินใจอยู่กับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในเวลา 17.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายอยู่ระหว่างตรวจสอบความเรียบร้อยที่สนามโรงเรียนจะนะวิทยา ซึ่งใช้เป็นที่รับฟังความคิดเห็นในวันที่ 11 ได้มีชายวัยรุ่น ขี่จักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟมาจอดทิ้งที่สนามหน้าโรงเรียน ก่อนที่จะเดินหลบหนีไป เป็นลักษณะเหมือนกับข่มขู่ว่าเป็น จยย.บอมบ์ ซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเจ้าของรถ จยย.ได้แล้ว และจากการสอบสวน เจ้าของรถ จยย.อ้างว่าน้ำมันหมด จึงทิ้งรถไว้ที่สนามหน้าโรงเรียน.
 


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'