ไทย-มะกันชื่นมื่น แถลงการณ์ร่วม วิสัยทัศน์กองทัพ


เพิ่มเพื่อน    

  "ผบ.ทบ.สหรัฐ" เข้าพบ "นายกฯ" ชื่นชมมาตรการป้องกันโควิด "บิ๊กตู่" อ้าแขนต้อนรับภาคเอกชนมะกันเข้ามาลงทุนในไทย "บิ๊กแดง" จัดเต็มชีวิตวิถีใหม่ต้อนรับ พล.อ.แมคคอนวิลล์เยือนกองทัพบก ก่อนร่วมลงนามในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ทางทหาร

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 10 ก.ค.2563 เวลา 09.30 น. พล.อ.เจมส์ ซี. แมคคอนวิลล์ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.2563 เพื่อหารือถึงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐและไทย
     นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงผลการหารือว่า นายกรัฐมนตรีขอบคุณกองทัพบกสหรัฐที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก การประชุมสัมมนาการบริหารงานของกองทัพบกกลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก และการประชุมนายทหารประทวนอาวุโส ประจำปี 2020 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จยอดเยี่ยม ขอบคุณสหรัฐที่อำนวยความสะดวกให้แก่คนไทยในการเดินทางกลับประเทศ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มอบเวชภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล เพื่อช่วยเหลือไทยในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย
    นางนฤมลกล่าวว่า ในส่วนผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐ แสดงความชื่นชมกองกำลังพลของไทยที่มีความเข้มแข็ง และยินดีที่จะได้ร่วมลงนามในเอกสารวิสัยทัศน์ร่วมทางยุทธศาสตร์ระหว่างกองทัพบกไทยกับสหรัฐ ซึ่งจะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพบกของทั้งสองฝ่ายให้สามารถร่วมกันพัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถของกำลังพลทั้งสองประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทั้งสองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ซึ่งมีมายาวนาน โดยเฉพาะในระดับกองทัพ ที่มีความร่วมมือในหลายเรื่อง อาทิ โครงการฝึกร่วมผสมทางทหาร การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนการเยือน และยุทโธปกรณ์
    "ผบ.ทบ.สหรัฐยืนยันที่จะดำรงบทบาทเพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างความมั่นคงและผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมีเสถียรภาพ เสรี เปิดกว้างและยั่งยืน ในการนี้ยังชื่นชมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของรัฐบาลไทย และการบริหารจัดการของนายกรัฐมนตรีที่ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ซึ่งในตอนท้ายนายกรัฐมนตรียืนยันพร้อมร่วมมือกับสหรัฐในการสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยรัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวกในการลงทุนให้แก่ภาคเอกชนสหรัฐ" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
    ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.อ.เจมส์ ซี. แมคคอนวิลล์ ผบ.ทบ.สหรัฐ เดินทางไปที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยมี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ ซึ่งมีมาตรการป้องกัน ทั้งขึ้นรถแยก โดยรถจะมีฉากกระจกกั้นระหว่างพลขับของไทยและคณะของผู้ที่มาเยือน มีอุโมงค์พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ มีจุดสแกนตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย มีจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ทุกคนต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย มีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยทั้งก่อนและหลัง รวมถึงห้องสุขา เว้นระยะห่าง ระยะนั่ง/ยืน กินอาหารร้อน ใช้ช้อนกลางของตนเองใส่หน้ากากผ้า ตรวจอุณหภูมิร่างกาย เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ตามมาตรฐานของ ศบค.
    ทั้งนี้ พล.อ.แมคคอนวิลล์ร่วมพิธีตรวจแถว ลงนามในสมุดเยี่ยม พร้อมเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ และพิธีลงนามในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ทางทหาร Strategic Vision Statement ระหว่างกองทัพบกทั้งสองประเทศ ก่อนจะรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน และมีร่วมพิธีอำลาแถวทหารกองเกียรติยศอย่างสมเกียรติ ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ผบ.ทบ.สหรัฐได้ตรวจเยี่ยมการฝึกและตรวจสภาพความพร้อมรบ ร้อย.ร.ทบ.ไทย ในการฝึก Lightning Forge 2020 (LF20) ณ ค่ายสกอฟิลด์ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่เช่นกัน
    พล.อ.แมคคอนวิลล์กล่าวว่า พันธไมตรีระหว่างเรามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเกิดผลเป็นอย่างยิ่ง และในเวลานี้เรากำลังรับมือกับความท้าทายในศตวรรษที่ 21 ไปด้วยกัน ประเทศของเราทั้งสองจัดการฝึกและกิจกรรมทางการทหารร่วมกันเป็นประจำหลายร้อยครั้งในแต่ละปี และเรากำลังดำเนินการร่วมกับรัฐบาลไทยเพื่อให้มั่นใจว่าทุกการฝึกของเราจะเป็นไปด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดใหญ่ครั้งนี้
    นอกจากนี้ พล.อ.แมคคอนวิลล์ยังได้เยี่ยมชมสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AFRIMS) โดยศูนย์วิจัยโรคติดเชื้อร่วมระหว่างสหรัฐและไทยแห่งนี้เป็นแนวหน้าด้านการศึกษาโรคระบาดมาหลายทศวรรษ นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันและชาวไทยที่ AFRIMS กำลังทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อเอาชนะโรคอันตรายลำดับต้นๆ ของโลก เช่น โรคมาลาเรีย ไข้เลือดออกและโรคโควิด-19
    สำหรับการลงนามในเถลงการณ์วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ระหว่างกองทัพบกของทั้งสองประเทศในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการสืบเนื่องจากการลงนามในเถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ มาร์ก เอสเปอร์ และ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมอาเซียนเมื่อเดือนพ.ย.2562.


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'