แรมโบ้สลายเสื้อแดง ลั่น!เลิกเล่นข้างถนน


เพิ่มเพื่อน    

  แรมโบ้อีสานลุยสลายเสื้อแดง บุกเชียงราย คืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง ขึ้นป้ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนฯ เรารักประเทศไทยแทน ลั่นเลิกเล่นการเมืองข้างถนน ไม่มีเวลามาสร้างความแตกแยกและถอยหลังลงคลองอีกแล้ว หันมาคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต่อไป

    เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีรับมอบคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง และมอบป้ายและธงหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนฯ เรารักประเทศไทย ณ อาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติกลุ่ม GPS ต.ริมกก อ.เมืองฯ จ.เชียงราย โดยมีนายอานนท์ แสนน่าน อดีตประธานเครือข่ายหมู่บ้านคนเสื้อแดงแห่งประเทศไทยและอดีตประธานหมู่บ้านคนเสื้อแดงภาคเหนือ, นายสมชัย แสงทองและแกนนำภาคเหนือ 17 จังหวัด เป็นตัวแทนคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง และรับมอบธงหมู่บ้านวิสาหกิจฯ เรารักประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เรารักประเทศไทยภาคเหนือ 17 จังหวัดมาร่วมงานให้การต้อนรับกว่า 1,000 คน
    นายสุภรณ์กล่าวปราศรัยกับแกนนำและสมาชิกที่มาร่วมงานดังกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณแกนนำและอดีตพี่น้องคนเสื้อแดงทุกคนที่มาร่วมมือกันเพื่อสลายสีเสื้อในครั้งนี้ เราจะไม่มีสีเสื้ออื่นๆนอกจากสีธงชาติ ขาว น้ำเงิน แดง หมายถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันที่พวกเราคนไทยต้องช่วยปกป้องไว้
    วันนี้ประเทศไทยเราต้องการความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจ และรวมพลังคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะต้องเลิกการทะเลาะ เลิกขัดแย้งกัน หันหน้ามาร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อมุ่งสู่การส่งเสริมอาชีพสร้างงานสร้างรายได้ ปลดหนี้ปลดสินให้กับพี่น้องเกษตรกรของเราทุกคน เอาเวลาที่จะไปชุมนุมทางการเมืองบนถนน หันมาทำมาหากินดีกว่า เพื่อให้พวกเรามีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ มีกินมีใช้ ให้สุขสบายมากขึ้นกว่าเดิม และเป็นการทำให้ประเทศชาติมั่นคงประชาชนมั่งคั่งและยั่งยืนในทุกครัวเรือนในวันข้างหน้าอันใกล้นี้
    นายสุภรณ์กล่าวว่า วันนี้ประเทศชาติภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล มีความตั้งใจที่จะต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไปสู่ทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน เพื่อให้บ้านเมืองของเราเจริญรุ่งเรือง ภายใต้แนวทางรวมไทย สร้างชาติ ที่นายกฯได้ให้แนวทางไว้ และสำคัญที่สุดรัฐบาลมีความต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาความยากจน ที่ทุกคนได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
    "นายกฯ และรัฐบาลได้ทุ่มเทเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบและจะต้องเดินหน้าดูแลต่อไป เพื่อให้ทุกคนฟื้นกลับสู่วิถีชีวิตใหม่ให้ได้ ดังนั้นการรวมตัวจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนฯ เรารักประเทศไทย ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ตามศาสตร์พระราชา ถือเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่ง และผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลก็พร้อมจะเข้ามาดูแลให้กลุ่มได้ขับเคลื่อนเดินหน้าในอาชีพให้มีรายได้มากขึ้นต่อไป"
    ทั้งนี้ นายสุภรณ์ได้นำผู้ร่วมงานทั้งหมดกล่าวปฏิญาณตนที่จะเทิดทูนชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมระบุว่า จะลืมสิ่งต่างๆ ที่เคยกระทำมาในอดีต หันมาสามัคคีปรองดองเพื่อพัฒนาประเทศไทยร่วมกัน จากนั้นได้มีการจัดให้กลุ่มที่เคยจัดตั้งเป็นหมู่บ้านเสื้อแดงในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ นำป้ายที่เคยได้รับมอบในอดีตมาคืนเพื่อรับป้ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย สำหรับนำไปพัฒนากลุ่มแทนต่อไป
        พร้อมระบุด้วยว่า ในอดีตมีการตั้งเครือข่ายหมู่บ้านเสื้อแดง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย เรารักประเทศไทย เกิดจากการที่นายอานนท์ได้รวบรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสนอต่อรัฐบาล ว่ากลุ่มในหมู่บ้านเสื้อแดงกว่า 3,000 กลุ่ม จาก 28,000 หมู่บ้าน ต่างได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 จึงต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน เพราะปัจจุบันพวกเราไม่มีสีเสื้ออีกต่อไปแล้ว มีแต่ธงชาติไทยเท่านั้น
        ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พวกเราไม่มีเวลาที่จะไปเล่นการเมืองข้างถนน เพราะเราต้องพัฒนาประเทศให้ไปสู่ความก้าวหน้า และประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเท่านั้น สำหรับตนก็ยืนยันว่าไม่ได้ทรยศหักหลังใคร คิดเพียงอย่างเดียวคือประเทศชาติและประชาชน จึงมุ่งคิดเพียงว่าจะทำอย่างไรที่จะดูแลให้ประชาชนได้มีความเป็นอยู่ที่ดีและมีอาชีพรายได้
    "การเคลื่อนไหวในอดีตทำให้มีทั้งคนติดคุกและได้ดิบได้ดี ซึ่งตนเห็นว่ามันเป็นอดีตไปแล้ว ปัจจุบันเราไม่มีเวลามาสร้างความแตกแยกและถอยหลังลงคลองอีก เราต้องการความสามัคคีเพื่อให้เกิดเสถียรภาพของรัฐบาล และสามารถนำไปสู่การสนับสนุนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีโดยไม่ต้องเดือดร้อนกันอีก"
    นายสุภรณ์ยังกล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมา แม้จะเคยผิดพลาดกันมาแล้ว แม้แต่ตนก็เคยผิดพลาด พวกเราก็หันมาคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต่อไป แม้จะมีคนเคยกล่าวหาตนและนายอานนท์ว่าจัดทำโครงการขึ้นเพื่อจะนำงบประมาณจากรัฐบาลมาใช้ส่วนตัว ตนก็ขอบอกว่าเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดเพราะการใช้งบประมาณสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนเป็นไปตามระบบของทางราชการ
    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากมีคนกล่าวหากันมากๆ แล้วจะให้ตัวแทนของวิสาหกิจชุมชนที่มีอยู่เกือบ 30,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีทุกโรงพักเลยดีไหม อย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักกรณีจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน 2 ข้อ คือ 1.การจัดตั้งต้องไม่มีการเรี่ยไรผลประโยชน์จากเกษตรกร และ 2.ดำเนินการตามระเบียบของทางราชการให้ถูกต้องด้วย”
         ด้านนายสมชัยกล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมภายใต้นโยบายของรัฐบาลในการรวมไทยสร้างชาติ และสร้างเครือข่ายภาคีวิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการร่วมกันฟันฝ่าวิกฤติไวรัสโควิด-19 ไปให้ได้ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจาก 17 จังหวัดภาคเหนือรวมกว่า 600 กลุ่ม ซึ่งก็คาดหวังให้ได้รับโอกาสจากภาครัฐในการสนับสนุนผ่านโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรต่อไป
         เป็นที่น่าสังเกตว่า นอกจากจะมีอดีตกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งที่เคยเคลื่อนไหวร่วมกับนายสมชัย แสงทอง ในนามเครือข่ายหมู่บ้านเสื้อแดงแล้ว ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคยเคลื่อนไหวในนามกลุ่มอื่นๆ เข้าร่วมหลายคน รวมทั้งมีกลุ่มคนที่เคยเคลื่อนไหวในนามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่ม กปปส. ฯลฯ ที่จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมด้วย ขณะเดียวกันก็มีคนเสื้อแดงบางส่วนที่มาตะโกนอยู่นอกรั้วว่าคนทรยศอีกด้วย แต่ไม่มีการปะทะกันแต่อย่างใด.

 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'