อยู่10ปีแค่ประชด! ตุ๊ดตู่ถอดรหัสคำพูดลุงจิ๋ว พปชร.เดือดแห่สวนมาร์ค


เพิ่มเพื่อน    


    สวนดุสิตโพลเผย ปชช.พอใจรัฐบาลแก้ปัญหาโควิด แต่ยังไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ  แนะถึงเวลาต้องปรับ ครม.เพราะ ศก.ไม่ดีอยากให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน พปชร.เรียงหน้าโต้ "มาร์ค" โฆษกยันพรรคมีหลายนโยบาย ลุงตู่แก้ปัญหา ปชช.ได้จริงไม่ใช่แค่เรื่องสงบ "ธนกร" ย้อนเจ็บยังคิดไม่ได้หรือเพราะไม่หนุน "บิ๊กตู่" ปชป.ถึงแพ้เลือกตั้ง "ราเมศ" อ้าง "อภิสิทธิ์" พูดในเวทีวิชาการอย่าสุมไฟขัดแย้ง "จตุพร" อ่านทะลุใจ "พ่อใหญ่จิ๋ว" บอก "ประยุทธ์" อยู่ 10 ปีแค่ประชดประชัน
    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง "ประชาชนคิดอย่างไร? กับกระแสข่าวการปรับ ครม." กลุ่มตัวอย่าง 1,269 คน สำรวจระหว่างวันที่ 8-11 ก.ค.63 พบว่าผลงานรัฐบาลที่ประชาชน "พอใจ/เข้าตา" คือ อันดับ 1 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19    ที่ 50.80% อันดับ 2 มาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 ที่ 34.67% อันดับ 3 การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้สูงอายุ คนพิการ 12.93% อันดับ 4 ขยายเส้นทางรถไฟฟ้า เส้นทางการคมนาคม 8.27% อันดับ 5 การควบคุมสถานการณ์ความสงบของบ้านเมือง 6.40%
    ส่วนผลงานรัฐบาลที่ประชาชน "ยังไม่พอใจ/ต้องปรับปรุง" คือ อันดับ 1    การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ 61.15% อันดับ 2 ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพสูง ปัญหาความยากจน 22.85% อันดับ 3 การจ่ายเงินช่วยเหลือล่าช้า ไม่ทั่วถึง 13.80% อันดับ 4 การป้องกันและปราบปรามการทุจริต 12.36% อันดับ 5 การใช้งบประมาณ การกู้ยืมเงิน ทำให้มีหนี้เพิ่ม 9.60%
    เมื่อถามว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องมีการปรับ ครม. อันดับ 1 ถึงเวลาแล้ว 67.85% เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพโดยเฉพาะค่าไฟฟ้าแพง ประชาชนลำบาก คนตกงาน ว่างงาน หนี้สินเยอะ อยากให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถมาแก้ปัญหา คัดเลือกคนที่เหมาะสม ฯลฯ อันดับ  2 ปรับหรือไม่ปรับก็ได้ 23.40% เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ ปรับหรือไม่ปรับก็น่าจะเหมือนเดิม เป็นการหมุนเปลี่ยนตำแหน่งทางการเมือง ฯลฯ อันดับ 3 ยังไม่ถึงเวลา 8.75% เพราะมีเรื่องอื่นที่สำคัญและควรดำเนินการก่อน เร่งแก้ปัญหาอื่นก่อน ทุกคนต้องร่วมมือกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประชาชน ฯลฯ  
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมส่งสัญญาณพร้อมปรับ ครม. แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปรับหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์คง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ทำงานเหมือนไม่มีสถานการณ์อะไรฉุกเฉิน ยังคงขี่ม้าเลียบค่าย เดินสายทำงานแบบสังคมลมโชยเผาเวลา ทั้งที่วิกฤติโควิด-19 ลามวิกฤติเศรษฐกิจเป็นมหาวิกฤติโลกซ้อนวิกฤติประเทศ เหมือนนั่งดูหนังสยองขวัญแล้วมาเฉลยแบบหักมุมตอนท้ายว่าเรื่องจริงๆ เป็นอย่างไร แต่ละเป้าหมายที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีพูด ทั้งประกาศภายในปี  2561 คนจนจะหมดไปจากประเทศ แต่พอเกิดปัญหาบอกว่าอยากรู้ตัวเลขเศรษฐกิจต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แถมยังสารภาพถอดใจมาหลายปีแล้ว 
ปชช.สิ้นหวังรัฐบาล
    "ประชาชนฟังแล้วรู้สึกสิ้นหวัง สถานการณ์วิกฤติขนาดนี้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะนี้ไม่เพียงแต่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจดับยกแผง ขนาดหาคนมาขับเคลื่อนยังไม่สามารถหาได้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเขียนได้ แต่แผนงานฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี จะดำเนินการแก้วิกฤติอย่างไร กลับไม่มีให้เห็น หรือ พล.อ.ประยุทธ์จะบริหารประเทศแบบเน้นเขียนจดหมายและเดินสายขอให้คนช่วยไปตลอด" นายอนุสรณ์กล่าว  
    ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  กล่าวตอบโต้นายอนุสรณ์ว่า นายอนุสรณ์น่าจะตกข่าว ไม่สนใจทำการบ้านศึกษาหาข้อมูลก่อนวิจารณ์  จึงไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีรูปแบบการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ขึ้น โดยจะมีนายกฯ เป็นประธาน สะท้อนให้เห็นว่านายกฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างฉุกเฉินเร่งด่วน ที่ผ่านมารัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน" และยังมีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร  ผู้ประกอบการและแรงงานในระบบ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า พักการชำระหนี้ต่างๆ  เมื่อมีการผ่อนคลายจึงดำเนินมาตรการเชิงรุก เช่น มาตรการ "เราเที่ยวด้วยกัน" มาตรการช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ทุกอย่างยึดโยงกับปัญหาปากท้องของประชาชนทั้งสิ้น
    "รู้สึกผิดหวังที่โฆษกพรรคเพื่อไทยไม่ได้ตระหนักถึงเหตุผลในการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ ว่าเป็นไปเพื่อบังคับใช้เครื่องมือต่างๆ ในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้รัฐบาลตั้งใจที่จะกอบกู้เศรษฐกิจให้ฟื้นกลับคืนมาจากปัญหาเศรษฐกิจที่สั่งสมมานาน เป็นภาระประชาชนมาหลายปีที่ถูกวิจารณ์ว่ากู้มาโกง ก่อนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาบริหารประเทศ" น.ส.ทิพานันกล่าว
    น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์​ ส.ส.กทม.​ ในฐานะโฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ พาดพิงพรรค พปชร.ว่าได้เป็นรัฐบาลเพราะนโยบายเดียว คือนโยบายความสงบเท่านั้น ว่า​นโยบายความสงบเป็นประเด็นที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างมาก แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายพรรคเท่านั้น ที่พรรค พปชร.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยังมีอีกหลายเหตุผล ทั้งการที่พรรค พปชร.เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ในการเลือกตั้งปี 2562 โดยพิจารณาจากผลงานในขณะที่ท่านเป็นผู้นำรัฐบาลชุดก่อน ตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นความสงบ เรียกความเชื่อมั่นจากประชาคมโลก และนโยบายอื่นๆ ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, รถไฟฟ้าทั่วกรุง, ปลดหนี้นอกระบบ คืนทรัพย์สินให้ลูกหนี้ เป็นต้น อันเป็นที่ประจักษ์ 
    "ที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ยังเปิดกว้างทางความคิด ไม่เลือกว่าเป็นความคิดของพรรคใด สิ่งใดที่ดีมีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านก็นำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศอย่างเหมาะสม​ จากเหตุผลข้างต้น พรรคพลังประชารัฐมีเจตนาที่จะสานต่อผลงานดังกล่าวให้ต่อเนื่อง เป็นรูปธรรมมากขึ้น ดังนั้นนโยบายต่างๆ จึงสอดคล้องกับการบริหารของรัฐบาลชุดก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ประจักษ์อยู่แล้ว การที่นายอภิสิทธิ์แสดงความเห็นในครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นความงดงามในระบอบประชาธิปไตย ที่มีการเสนอความเห็นที่แตกต่างกันและวิพากษ์วิจารณ์กันได้" น.ส.พัชรินทร์กล่าว 
มาร์คไม่หนุนลุงตู่ ปชป.จึงแพ้
     ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง และอดีตโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า นึกไม่ถึงว่านายอภิสิทธิ์จะมีความคิดเช่นนี้ เพราะหากย้อนไปตอนเลือกตั้ง พรรค พปชร.มีนโยบายมากมายที่นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในทุกเวที สิ่งหนึ่งที่สามารถเอาชนะใจพี่น้องประชาชนได้คือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนได้สิทธิ์ถึง 14.6 ล้านคน ส่วนเรื่องเน้นความสงบนั้นเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องการ เพราะที่ผ่านมาประเทศบอบช้ำมามาก บ้านเมืองไม่สงบเกิดความขัดแย้งถึงขนาดมีการเผาบ้านเผาเมือง นายอภิสิทธิ์เองก็น่าจะรับรู้สถานการณ์ดี เพราะขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ไม่ใช่หรือที่นั่งบริหารประเทศอยู่ 
    "ถึงวันนี้นายอภิสิทธิ์ยังคิดไม่ได้อีกหรือว่า การที่นายอภิสิทธิ์ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ย่อยยับจนต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.ประยุทธ์จึงอยากให้นายอภิสิทธิ์ตั้งสติแล้วคิดทบทวนเสียใหม่ ปรับวิธีคิดทางการเมืองใหม่แบบนิวนอร์มอล จะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่า" นายธนกรกล่าว 
     ทางด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตอบโต้นายธนกรว่า ถ้าเป็นความเห็นที่มีการพูดในเชิงวิชาการก็ควรรับฟัง ส่วนกรณีที่มีการให้ร้ายหลักการก็ต้องชี้แจง กรณีนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงรัฐบาลในเวทีเสวนาวิชาการ ก็วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงแลกเปลี่ยนความเห็นโดยปกติทั่วไป แต่นายธนกรไม่ควรพาดพิงมายังพรรค เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาต่อสู้ตามกระบวนการ ไม่ใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงิน เดินตามหลักการแนวทางการเมืองสุจริต พรรคลงเลือกตั้งเราก็ต้องสนับสนุนคนที่เป็นหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ จะให้ไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ก็คงไม่ใช่ เมื่อผลเลือกตั้งออกมาทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป ทุกคนในพรรคทำงานกันอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือประชาชน ปัจจุบันสังคมไม่อยากเห็นการเมืองที่มีแต่ความขัดแย้ง เรื่องความคิดเห็นอาจจะไม่ตรงกันบ้างก็ติติงกันด้วยเหตุผล ถ้าสุมไฟอยู่เรื่อยประชาชนไม่ได้ประโยชน์เลย
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ผมเห็นข่าวการให้สัมภาษณ์ของอดีตโฆษก พปชร.กับโฆษก พปชร.คนปัจจุบันพาดพิงคุณอภิสิทธิ์แล้ว ในฐานะที่เคยเป็นโฆษกมาก่อน พรุ่งนี้จะเปิดคอร์สอบรมการเป็นโฆษกที่ดีให้ฟังเป็นเบื้องต้น เพื่อวิทยาทานให้แก่นักการเมืองรุ่นน้อง ยินดีจัดให้จัดเต็ม เพื่อให้คอการเมืองได้รับฟังกัน อดใจรอกันนะครับ"
ลุงตู่อยู่ 10 ปีแค่ประชดประชัน
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า กรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่มองปรากฏการณ์หลายชั้น และ พล.อ.ชวลิตพูดถึงคำว่า 10 ปีนั้น เป็นท่วงทำนองของการตอบคำถามแบบประชดประชัน แต่รายละเอียดทางการเมืองที่บอกว่า 88 ปีไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงนั้นคือคำตอบ เพราะ พล.อ.ชวลิตคือเจ้าของคำที่ว่าการเมืองไทยเป็นวงจรอุบาทว์ คือมีเลือกตั้งก็มีการยึดอำนาจ มีการต่อสู้ของประชาชนและบาดเจ็บล้มตายแล้วก็เลือกตั้ง แล้วก็ยึดอำนาจ สลับเข้ามามีอำนาจ การต่อสู้วันนี้เอาคดีเดิมๆ ตายกลับกี่ชาติก็ไม่รู้จะครบหมดหรือไม่ ที่ผ่านมาอาจจะกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจบ้าง แต่ไม่เลวร้ายจนถึงทุกวันนี้ถึงขั้นที่จะเป็นวิกฤติอย่างรุนแรง ดังนั้นหากยังคิดกันแบบเดิมไม่มีทางจะพาประเทศไทยไปรอดได้ การต่อสู้ทางการเมืองนั้นตนยืนยันว่าไม่ควรจะมีใครต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว  เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองเป็นทัศนคติทางการเมือง 
    ที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสัมมนารัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรคว่า เป็นเรื่องดีที่มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความเห็นการเมืองในบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นส่วนตัว จะหาโอกาสจัดให้มีการพบปะกันแบบนี้บ่อยขึ้น และผลที่ปรากฏออกมาก็ถือว่าทุกคนช่วยกันระดมความคิดความอ่าน ในการช่วยหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะช่วยกันพาพรรคไปข้างหน้า นำไปสู่การพัฒนาเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้นได้ ประชาชนและสมาชิกพรรคทั้งประเทศก็อยากเห็นผลงานของพรรคที่ปรากฏเป็นรูปธรรม รวมถึงความเป็นเอกภาพภายในพรรค ซึ่งทั้งสองข้อนี้เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ ทุกคนพยายามร่วมมือร่วมใจกันเพื่อแสดงความคิดเห็นให้เดินไปสู่เป้าหมายนี้ 
    เมื่อถามถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่าจะมีกระบวนการประเมินเป็นการภายใน และการสำรวจความเห็นของประชาชนที่มีต่อการทำงานของรัฐมนตรีและ ส.ส. เพราะทุกคนถือว่าเป็นคนที่ประชาชนให้โอกาสมาทำงาน คะแนนรวมของรัฐมนตรีและ ส.ส.รวมถึงสมาชิกคนสำคัญของพรรค สุดท้ายก็จะกลายเป็นคะแนนรวมของพรรคที่ประชาชนจะตัดสินใจในการลงคะแนนให้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคจะต้องมีผลงานจับต้องได้เป็นรูปธรรมบวกความเป็นเอกภาพ ซึ่งทุกคนทราบว่าแล้วว่าอะไรเป็นอย่างไร
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.กล่าวว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ ส.ส.ของพรรคและรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพูดคุยกันเกือบครบ 100% และทุกคนได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่  นับว่าเป็นวัฒนธรรมองค์กรของ ปชป.ที่มีมายาวนาน ซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถทำได้แบบนี้ ส่วนตัวพอใจในข้อสรุปของการพูดคุยกัน เมื่อผู้บริหารของพรรครับข้อเสนอของที่ประชุมและจะนำไปแก้ไข  เช่น 1.จะมีการทำโพลสำรวจกระแสความนิยมของพรรคในทุกระดับภายใน 1 เดือน 2.จะมีการประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคทุกคนภายใน 2 สัปดาห์ 3.จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบการสื่อสารของพรรคใหม่ในทันที โดยเฉพาะสื่อทางโซเชียลมีเดียทั้งหมด 4.จะสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ของ ส.ส.ทุกคนอย่างเต็มที่.


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ