ก้าวหน้าปูด13ธ.ค.เลือกตั้งท้องถิ่น


เพิ่มเพื่อน    


    "ชำนาญ-คณะก้าวหน้า" อดีต ขรก.คลองหลอดปูดข่าว ปลดล็อกเลือกตั้งท้องถิ่นชุดแรก 13 ธ.ค. นำร่องให้เลือกผู้ว่าฯ กทม.-นายก อบจ. ส่วนศึก ส.ก. 50 เขตเริ่มระอุ อดีต ส.ก. 5 สมัย ปชป.อ้างย้ายซบก้าวไกล เพราะพรรคสีฟ้าไม่สนใจนักการเมืองท้องถิ่น  
    เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่นของพรรค ปชป.ว่า พรรคทำทั้ง 2 ด้าน ทั้งป้องกันพื้นที่ที่มีผู้แทนราษฎรอยู่แล้วและลงพื้นที่ที่ยังไม่มี ซึ่งคิดว่าทุกพรรคการเมืองก็ทำ  พรรคประชาธิปัตย์ก็ทำ เพียงแต่ทำแล้วจะประกาศให้เป็นเรื่องโด่งดังหรือไม่ หรือบางกรณีอาจจะไม่ต้องประกาศออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในสถานการณ์ แต่ย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้า และพยายามป้องกันผู้แทนราษฎรที่ได้อยู่แล้วให้ได้ต่อไป และรุกคืบในพื้นที่ที่ไม่มีผู้แทนในทุกภาค รวมถึงกรุงเทพมหานครก็มีการเดินหน้าเป็นลำดับ มีการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ทั้งหมดไว้ ซึ่งภาคอีสานจะมีการลงพื้นที่รวมถึงภาคเหนือด้วย โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่ไว้เกือบจะเรียกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ของทุกภาคแล้วว่าใครจะเป็นผู้สมัคร
    หัวหน้าพรรค ปชป.ยังกล่าวถึงกรณีอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรค ปชป.ย้ายพรรคว่า ได้สอบถามนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ก็บอกว่ามีส่วนหนึ่งได้ย้ายออกไปแล้ว ก่อนที่กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามา แต่พยายามหาคนใหม่เข้ามา ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นลำดับ ร้อยละ 70 โดยประมาณที่มีผู้สมัครชัดเจนแล้ว แม้แต่ ส.ก.พรรคก็มีแผนงานลงพื้นที่เข้าไปดูแล ในฐานะหัวหน้าพรรคมองว่าพื้นที่แตกต่างในกรุงเทพฯ และทุกภูมิภาค และจะเดินสายไปพื้นที่ต่างๆ ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้บริหารของพรรค คนรุ่นใหม่ของพรรค ในการทำพื้นที่สร้างความนิยมให้พรรค รวมทั้งไปทำกิจกรรมต่างๆ จัดยุวประชาธิปัตย์ จัดอบรมอุดมการณ์ประชาธิปไตยกินได้ เพื่อมุ่งเน้นอุดมการณ์ทางการเมืองให้สามารถเดินหน้าได้ในเศรษฐกิจยุคนิวนอร์มอล เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังให้พรรคต่อไป รวมถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ก็มีการดำเนินการตามลำดับต่อไป
    สำหรับเรื่องอดีต ส.ก.ของ ปชป.ย้ายพรรคนั้น เรื่องดังกล่าวมีการย้ำออกมาจากนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร อดีต ส.ก. 5 สมัยที่เคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ให้รายละเอียดถึงการตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นว่า ต้องยอมรับว่าทุกพรรคการเมืองนั้นมีนโยบายที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนทั้งหมด แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าจุดนี้พรรคก้าวไกลสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
    "ช่วงก่อนที่จะตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคก้าวไกลนั้น มีหลายพรรคการเมืองมาติดต่อกับเราเหมือนกัน ขณะที่พรรคต้นสังกัดเก่าของผมก็ไม่ได้ดูสนใจพวกเรามากนัก อาจจะเป็นเพราะเราเป็นนักการเมืองท้องถิ่นตัวเล็กๆ ในสายตาพรรค ประกอบกับการที่พวกเขาอาจจะยุ่งกับการเป็นรัฐบาลอยู่ ก็อาจจะลืมเราไปบ้าง ขณะเดียวกันเราอยู่กันแบบถ่อมตัวในพื้นที่ ไม่ได้มีตำแหน่งรัฐมนตรีหรือตำแหน่งใหญ่โตอื่นๆ ก่อนที่เราจะนำเรื่องมาหารือกันในครอบครัวและได้ข้อสรุปออกมาอย่างที่เห็น ว่าควรมาอยู่พรรคก้าวไกลน่าจะเหมาะสมกว่า" นายสุทธิชัยกล่าว 
    นายสุทธิชัยกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมาเห็นได้ชัด ช่วงก่อนการเลือกตั้งเราก็มีการสำรวจในพื้นที่กันเอง ตอนนั้นคะแนนก็ยังคงสูงมาก กระแสก็ยังคงดีอยู่ และเป็นเรื่องยากมากที่จะมีพรรคการเมืองใหม่ไล่ทัน แต่พอใกล้ๆ เลือกตั้งคะแนนกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้เราจะลงพื้นที่เดินหาเสียงแทบตาย แต่พอเราเสียเปรียบเรื่องโซเชียลมีเดียผลก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น" นายสุทธิชัยหรือเฮียล้าน อดีต ส.ก.หลายสมัยกล่าว 
    สำหรับตระกูล "วีรกุลสุนทร" เป็นนักการเมืองท้องถิ่นเขตจอมทองมายาวนานกว่า 20 ปี โดยนายสุทธิชัยเคยเป็น ส.ก. 5 สมัย ขณะที่นางนันทพร วีรกุลสุนทร ภรรยาของนายสุทธิชัยเคยดำรงตำแหน่ง  ส.ส.เขตจอมทอง 2 สมัยในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่เลือกตั้งรอบที่แล้วสอบตก ส่วนลูกชายคือนายพิรกร วีรกุลสุนทร ก็เคยเป็น ส.ก.เช่นเดียวกับนายสุทธิชัย 
    น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุทธิชัยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ดูแลว่า การตัดสินใจย้ายพรรคของแต่ละคนล้วนมีเหตุผลของตนเองที่แตกต่างกันออกไป ส่วนนายสุทธิชัยที่เคยย้ายพรรคมาแล้วหลายพรรค จนจำไม่ได้ว่าอยู่พรรคไหนมาบ้างนั้น ก็คงมีเหตุผลส่วนตัวที่บางครั้งเจ้าตัวอาจจะไม่สามารถอธิบายออกมาได้ทั้งหมด และพรรคก็ไม่จำเป็นที่จะต้องให้เหตุผลว่าทำไมนายสุทธิชัยย้ายพรรค แต่ขอยืนยันว่าพรรคให้ความสำคัญและใส่ใจสมาชิกของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือผู้สมัครในทุกสนาม 
    ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเช่นกันว่านายสุทธิชัยอาจมีความหวั่นไหว เนื่องจากกระแสของพรรคการเมืองที่จะไปสังกัดมาแรงมากในพื้นที่ตรงนั้น จึงเกรงว่าถ้าขืนอยู่พรรคประชาธิปัตย์ต่อไปอาจสอบตกในการเลือกตั้งท้องถิ่น จึงหาสาเหตุที่ทำให้ตัวเองดูดี แต่สร้างความเสียหายให้พรรคประชาธิปัตย์ โดยการที่จะออกจากบ้านเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรโจมตีหรือเผาบ้านเก่าแบบนี้
    วันเดียวกันนี้ ที่สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ด จำกัด ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะเลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้บรรยายเรื่อง คณะก้าวหน้ากับการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อรณรงค์เชิญชวนผู้สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ ในนามคณะก้าวหน้า มีนายชำนาญ จันทร์เรือง อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้นำชุมชน และเครือข่ายจากเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอนเข้าร่วมงาน 
    นายปิยบุตรกล่าวตอนหนึ่งว่า คณะก้าวหน้าชูนโยบายยุติรัฐราชการรวมศูนย์ ทวงคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น ไม่ใช่เรียกร้องกระจายอำนาจ เพราะอำนาจเป็นของท้องถิ่นอยู่แล้ว ส่วนปัญหากฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาท้องถิ่น คณะก้าวหน้ามีแนวคิดยกเลิกคำสั่ง คสช.และระเบียบของกระทรวง กรมที่มีความขัดแย้งกับการกระจายอำนาจทั้งหมด พร้อมเพิ่มรายได้ท้องถิ่นเป็น 50% จากเดิม 35%  และร่างกฎหมายที่ให้บทบาทอำนาจหน้าที่ท้องถิ่นแบบเต็มรูปแบบ ที่สำคัญต้องมีระบบตรวจสอบ จัดตั้งสภาพลเมืองท้องถิ่น เพื่อถ่วงดุลอำนาจผู้บริหารและสภาท้องถิ่น เพื่อป้องกันการผูกขาด ถือเป็นการเปลี่ยนแนวคิดรูปแบบใหม่เพื่อเขย่าการเมืองท้องถิ่น เหมือนกับที่ อนค.เคยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2562 มาแล้ว ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นยังไม่มีตัวแทนคณะก้าวหน้าลงสมัครดังกล่าว  ยกเว้นผู้สมัคร อบจ. 17 จังหวัดที่ได้คัดเลือกต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้แล้ว
    "การเลือกตั้งท้องถิ่นถือว่ามีส่วนสำคัญ ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงการเมืองระดับชาติได้ หากพรรคก้าวไกลมีโอกาสเป็นรัฐบาล สามารถผลักดันขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวเพื่อนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ ปี 60 ให้มีการกระจายอำนาจแท้จริง ที่สำคัญต้องมีการเลือกตั้งทุกระดับ เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 บางมาตราได้ระบุว่า การปกครองรูปแบบพิเศษไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น สามารถแต่งตั้งหรือสรรหาได้ จึงเป็นการรวมศูนย์อำนาจ ไม่ใช่กระจายอำนาจอย่างใด" นายปิยบุตรกล่าว
    ด้านนายชำนาญกล่าวว่า คณะก้าวหน้ามีนโยบายส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศรวม  4,000 แห่ง จาก 7,800 แห่ง หรือร้อยละ 50 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  
    "ทราบข่าวว่าอาจมีการเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศและกรุงเทพมหานครวันที่ 13 ธันวาคมนี้ เพื่อนำร่องเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นอันดับแรกก่อน" นายชำนาญ แกนนำคณะก้าวหน้า ที่เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงมหาดไทยระบุ.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส